มีคำถามเกี่ยวกับกฎหมายที่รู้สึกไม่แฟร์กับเรา
พ่อกับแม่เลิกลากันตั้งแต่(พ.ศ.2556)แต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่า
-โดยฝ่ายแม่เลือกที่จะมีสามีใหม่และทิ้งหนี้ออมสินไว้ให้คู่สมรส(พ่อ)กับผมเป็นคนใช้หนี้มาโดยตลอด
-พ.ศ.2563ปู่กับย่าเสียพ่อเลยได้มรดกจากพวกท่าน เป็นที่ดิน2แปลง ตลอดที่ผ่านมา พ่อมักชอบช่วยเหลือพี่น้องของเขาแบบเกินตัว เอาที่ดินไปกู้ให้พี่น้องเขายื้มสุดท้าย เราที่เป็นลูกต้องมาควักจ่ายแทนทุกครั้ง เพื่อรักษาที่ดินของพ่อไว้ทั้งหมด3รอบ ราวๆ3-4แสนและหมดไปกับค่ารักษาตัวพ่อหลายบาทเพราะพ่อเขากินเหล้าบ่อย
-พ.ศ.2569พ่อเกิดอุบัติเสียชีวิตมกรา ค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงบาลเราก็จ่าย เนื่องจากเหลือแค่เราคนเดียวที่เป็นลูก จัดงานศพก็เรา ไม่สามารถปัดหน้าที่ให้ใครได้ โดยที่พี่น้องพ่อแนะนำครับ แต่ก้สรรหามาแต่รายจ่ายที่เราเองก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่จ่ายเอง จะเอามาทำไม แต่เราตัวคนเดียวไงเถียงหรือสั่งเบรคพี่น้องทั้ง4คนไม่ทัน ค่าซองได้มาก็ต้องจ่ายแม่ครัวที่ลุงหามา สรุปผมเสียเยอะ
-เมื่องานศพจบ ผมก็เริ่มเดินเอกสารส่วนตัวของพ่อ และร้องศาลขอเป็นผู้จัดมรดก ยังไม่ทันประกาส แม่ที่หายโดยมีสามีใหม่แกร้องศาลว่าผมมีเจตนายักยอกทรัพร์แต่เพียงผู้เดียว (สุดท้ายศาลปัดคำร้องแม่)ผมได้เป็นผู้จัดการจริง แต่กฎหมายนั้นระบุว่าคู่สมรสก้ต้องได้ส
◌่วนแบ่ง นี่คือจุดนึงที่ทำให้รุ้สึกว่ามันแฟร์ยังไง
-ในระหว่างจัดแจงขายที่เพื่อไปปิดหนี้และเอาอีกแปลงออกมา แม่นั้นจะไม่ช่วยไม่คิดจะจ่ายหรือทำหน้าที่ของคุ่สมรสเลย อันไหนที่เขากลัวว่าเราจะโกงก็ถึงขอเป็นคนนับตัง จ่ายหนี้เองโดยที่ตลอดค่าใช้จ่ายมีแค่เรา
-แปลงสุดท้าย ตกลงกันแล้วว่าจะขาย โดยปัญหาคือบ้านไม่ได้อยู่ในโฉนด ก็เป็นเราที่เดินเรื่อง ในระหว่างรอ เราคิดว่าไหนๆแม่ก้ได้ตังจากที่ขายแปลงแรกไป เราจึงแจ้งค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นค่ารักษา และยอดที่เคยพยายามรักษาที่ดินก่อนพ่อเสีย โดยนำยอดมาหาร2ให้ด้วย แม่โวยวายไม่จ่าย หาว่าเราหาประโยชน์เข้าตัว และจะไม่ขายที่แล้ว ไล่ให้ไปกรมที่ดินเอาใบจำนองไปยื่นละลงชื่อแกเปนเจ้าของโฉนด ถ้าผมไม่ทำเขาขู่ว่าได้ขึ้นศาลกันรอบ2
...จนถึงตอนนี้ผมอยู่กับเรื่องพ่อมา7เดือน ทำคนเดียวจ่ายคนเดียว ยังต้องมาเตรียมหาทนายสู้กับแม่ ....
ข้าวๆพอจะมีไหมสักทาง ที่ผมจะได้มากกว่าเสีย
...
กฎหมายที่ไม่ค่อยเป็นธรรม
พ่อกับแม่เลิกลากันตั้งแต่(พ.ศ.2556)แต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่า
-โดยฝ่ายแม่เลือกที่จะมีสามีใหม่และทิ้งหนี้ออมสินไว้ให้คู่สมรส(พ่อ)กับผมเป็นคนใช้หนี้มาโดยตลอด
-พ.ศ.2563ปู่กับย่าเสียพ่อเลยได้มรดกจากพวกท่าน เป็นที่ดิน2แปลง ตลอดที่ผ่านมา พ่อมักชอบช่วยเหลือพี่น้องของเขาแบบเกินตัว เอาที่ดินไปกู้ให้พี่น้องเขายื้มสุดท้าย เราที่เป็นลูกต้องมาควักจ่ายแทนทุกครั้ง เพื่อรักษาที่ดินของพ่อไว้ทั้งหมด3รอบ ราวๆ3-4แสนและหมดไปกับค่ารักษาตัวพ่อหลายบาทเพราะพ่อเขากินเหล้าบ่อย
-พ.ศ.2569พ่อเกิดอุบัติเสียชีวิตมกรา ค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงบาลเราก็จ่าย เนื่องจากเหลือแค่เราคนเดียวที่เป็นลูก จัดงานศพก็เรา ไม่สามารถปัดหน้าที่ให้ใครได้ โดยที่พี่น้องพ่อแนะนำครับ แต่ก้สรรหามาแต่รายจ่ายที่เราเองก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่จ่ายเอง จะเอามาทำไม แต่เราตัวคนเดียวไงเถียงหรือสั่งเบรคพี่น้องทั้ง4คนไม่ทัน ค่าซองได้มาก็ต้องจ่ายแม่ครัวที่ลุงหามา สรุปผมเสียเยอะ
-เมื่องานศพจบ ผมก็เริ่มเดินเอกสารส่วนตัวของพ่อ และร้องศาลขอเป็นผู้จัดมรดก ยังไม่ทันประกาส แม่ที่หายโดยมีสามีใหม่แกร้องศาลว่าผมมีเจตนายักยอกทรัพร์แต่เพียงผู้เดียว (สุดท้ายศาลปัดคำร้องแม่)ผมได้เป็นผู้จัดการจริง แต่กฎหมายนั้นระบุว่าคู่สมรสก้ต้องได้ส
◌่วนแบ่ง นี่คือจุดนึงที่ทำให้รุ้สึกว่ามันแฟร์ยังไง
-ในระหว่างจัดแจงขายที่เพื่อไปปิดหนี้และเอาอีกแปลงออกมา แม่นั้นจะไม่ช่วยไม่คิดจะจ่ายหรือทำหน้าที่ของคุ่สมรสเลย อันไหนที่เขากลัวว่าเราจะโกงก็ถึงขอเป็นคนนับตัง จ่ายหนี้เองโดยที่ตลอดค่าใช้จ่ายมีแค่เรา
-แปลงสุดท้าย ตกลงกันแล้วว่าจะขาย โดยปัญหาคือบ้านไม่ได้อยู่ในโฉนด ก็เป็นเราที่เดินเรื่อง ในระหว่างรอ เราคิดว่าไหนๆแม่ก้ได้ตังจากที่ขายแปลงแรกไป เราจึงแจ้งค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นค่ารักษา และยอดที่เคยพยายามรักษาที่ดินก่อนพ่อเสีย โดยนำยอดมาหาร2ให้ด้วย แม่โวยวายไม่จ่าย หาว่าเราหาประโยชน์เข้าตัว และจะไม่ขายที่แล้ว ไล่ให้ไปกรมที่ดินเอาใบจำนองไปยื่นละลงชื่อแกเปนเจ้าของโฉนด ถ้าผมไม่ทำเขาขู่ว่าได้ขึ้นศาลกันรอบ2
...จนถึงตอนนี้ผมอยู่กับเรื่องพ่อมา7เดือน ทำคนเดียวจ่ายคนเดียว ยังต้องมาเตรียมหาทนายสู้กับแม่ ....
ข้าวๆพอจะมีไหมสักทาง ที่ผมจะได้มากกว่าเสีย
...