อดีตผู้บริหาร DJI พัฒนา ‘วีลแชร์อัจฉริยะ’ ขับเองได้ หลบสิ่งกีดขวางรอบทิศ พร้อม LiDAR
.
ก่อนหน้านี้มีหนุ่มต่างชาติรายหนึ่งผุดไอเดียสุดแปลก ด้วยการนำหุ่นยนต์สุนัขของ Unitree มาดัดแปลงเป็น “วีลแชร์” โดยออกแบบให้มีที่นั่ง ควบคุมด้วยรีโมตและรองรับการใช้งานบนพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ จนคนแซวกันว่านี่มันหุ่นยนต์กันดั้มในชีวิตจริงชัดๆ
.
นั่นคือ “หุ่นย.นต์เพื่อการเดินทางอัจฉริยะ” รุ่น “Strutt EV1” จากบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น แวบแรกอาจดูเหมือนวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เมื่อเจาะรายละเอียดกลับพบว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแล้ว ยังติดตั้ง LiDAR ระบบรับรู้ด้วยภาพ ระบบหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วงล่าง ทำให้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
.
แม้จะดูเป็นไอเดียสุดหลุดโลก แต่ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าหุ่นยนต์สุนัขจะสามารถนำมาดัดแปลงเพื่อบรรทุกคนได้ และล่าสุดในนครเซินเจิ้นก็มีการพบสิ่งประดิษฐ์ลักษณะคล้ายกันอีกด้วย
.
นั่นคือ “หุ่นยนต์เพื่อการเดินทางอัจฉริยะ” รุ่น “Strutt EV1” จากบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น แวบแรกอาจดูเหมือนวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เมื่อเจาะรายละเอียดกลับพบว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแล้ว ยังติดตั้ง LiDAR ระบบรับรู้ด้วยภาพ ระบบหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วงล่าง ทำให้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
.
EV1 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 640Wh วิ่งได้ประมาณ 32 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีรุ่นแบตเตอรี่ขนาด 288Wh ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ รองรับการชาร์จเร็วจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งาน และยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
.
จุดเด่นอีกอย่างคือระบบขับขี่อัจฉริยะที่ผู้ผลิตเรียกว่า “ระบบขับขี่อัจฉริยะช่วยนำทาง” สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้รอบทิศทาง 360 องศา เคลื่อนที่ผ่านสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน และปรับทิศทางได้เอง แม้แต่ช่องประตูที่ค่อนข้างแคบก็สามารถเคลื่อนผ่านได้ โดย EV1 ติดตั้ง LiDAR 2 ตัว กล้อง 2 ตัว เซนเซอร์ TOF 10 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 6 ตัว เพื่อรับรู้สภาพแวดล้อมโดยรอบแบบเรียลไทม์และสร้างแบบจำลองพื้นที่สามมิติ
.
EV1 ไม่ได้แค่ตรวจจับว่าด้านหน้ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ แต่ยังสามารถประเมินได้ว่าบริเวณไหนผ่านได้และบริเวณไหนควรหลีกเลี่ยง พร้อมวางเส้นทาง เคลื่อนผ่านพื้นที่แคบ และปรับทิศทางได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันติดตามอัจฉริยะ สามารถระบุเป้าหมายและเคลื่อนที่ตามได้ เช่น ในศูนย์การค้าหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยบังคับทิศทางตลอดเวลา
.
ผู้ใช้งานยังสามารถสั่งงานบางฟังก์ชันด้วยเสียงผ่าน AI ได้ ขณะที่หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สามารถแสดงแผนที่ 3 มิติ พร้อมข้อมูลแบตเตอรี่และความเร็วปัจจุบัน ส่วนกล้องมองหลังก็มีเส้นแสดงแนวทางการถอย ช่วยให้การถอยหลังทำได้สะดวกขึ้น
.
EV1 ยังรองรับการอัปเดตระบบผ่าน OTA (Over-the-Air) และมีแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนสำหรับตรวจสอบสถานะรถและควบคุมจากระยะไกล ขณะที่ระบบขับเคลื่อนใช้แบบ 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่าง แตกต่างจากวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไปที่มักใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทำให้ล้อทั้ง 4 สามารถช่วยกันส่งกำลังเมื่อต้องเจอกับพื้นผิวที่ซับซ้อน
.
ผู้ผลิตระบุว่าสามารถไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 13 องศา ข้ามสิ่งกีดขวางได้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร และมีระยะห่างจากพื้น 80 มิลลิเมตร จึงรองรับทั้งขอบทาง ลูกระนาด พื้นขรุขระ และพื้นที่ไม่เรียบในศูนย์การค้าหรือสวนสาธารณะ
.
EV1 ยังออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ด้วยช่องเก็บของ มือจับสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม ที่วางแก้ว และที่วางโทรศัพท์ ที่สำคัญ ตัวรถใช้การออกแบบแบบโมดูลาร์ โดยแบตเตอรี่ เบาะนั่ง และระบบขับเคลื่อนสามารถถอดแยกออกจากกันได้ ตัวเครื่องไม่รวมแบตเตอรี่หนักประมาณ 63.8 กิโลกรัม และแต่ละโมดูลมีน้ำหนักสูงสุดราว 19.8 กิโลกรัม จึงสามารถถอดแยกเป็นส่วนๆ เพื่อขนย้ายขึ้นรถได้ง่ายและยังสะดวกต่อการบำรุงรักษา และเปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะส่วนนั้นได้
.
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมนี้คือ Strutt แม้ชื่ออาจยังไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่ทีมงานมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีไม่น้อย โดยหงเสี่ยวผิง ผู้ก่อตั้ง เคยเป็นอดีตผู้รับผิดชอบธุรกิจของ Livox บริษัทด้านเทคโนโลยี LiDAR ในเครือ DJI
.
ด้วยประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่ EV1 จะนำระบบ LiDAR และเทคโนโลยีการรับรู้สภาพแวดล้อมมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เดิมถูกนำไปใช้กับโดรนและหุ่นยนต์ ก่อนจะถูกต่อยอดมาเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#วีลแชร์อัจฉริยะ #เทคโนโลยีจีน #หุ่นยนต์
.
https://www.facebook.com/share/p/19J3zFeBvq/
♿ อดีตผู้บริหาร DJI พัฒนา ‘วีลแชร์อัจฉริยะ’ ขับเองได้ หลบสิ่งกีดขวางรอบทิศ พร้อม LiDAR
.
ก่อนหน้านี้มีหนุ่มต่างชาติรายหนึ่งผุดไอเดียสุดแปลก ด้วยการนำหุ่นยนต์สุนัขของ Unitree มาดัดแปลงเป็น “วีลแชร์” โดยออกแบบให้มีที่นั่ง ควบคุมด้วยรีโมตและรองรับการใช้งานบนพื้นผิวหลากหลายรูปแบบ จนคนแซวกันว่านี่มันหุ่นยนต์กันดั้มในชีวิตจริงชัดๆ
.
นั่นคือ “หุ่นย.นต์เพื่อการเดินทางอัจฉริยะ” รุ่น “Strutt EV1” จากบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น แวบแรกอาจดูเหมือนวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เมื่อเจาะรายละเอียดกลับพบว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแล้ว ยังติดตั้ง LiDAR ระบบรับรู้ด้วยภาพ ระบบหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วงล่าง ทำให้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
.
แม้จะดูเป็นไอเดียสุดหลุดโลก แต่ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะใครจะคิดว่าหุ่นยนต์สุนัขจะสามารถนำมาดัดแปลงเพื่อบรรทุกคนได้ และล่าสุดในนครเซินเจิ้นก็มีการพบสิ่งประดิษฐ์ลักษณะคล้ายกันอีกด้วย
.
นั่นคือ “หุ่นยนต์เพื่อการเดินทางอัจฉริยะ” รุ่น “Strutt EV1” จากบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น แวบแรกอาจดูเหมือนวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เมื่อเจาะรายละเอียดกลับพบว่าไม่ธรรมดา เพราะนอกจากระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าแล้ว ยังติดตั้ง LiDAR ระบบรับรู้ด้วยภาพ ระบบหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วงล่าง ทำให้วีลแชร์สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง
.
EV1 ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 640Wh วิ่งได้ประมาณ 32 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีรุ่นแบตเตอรี่ขนาด 288Wh ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ รองรับการชาร์จเร็วจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งาน และยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
.
จุดเด่นอีกอย่างคือระบบขับขี่อัจฉริยะที่ผู้ผลิตเรียกว่า “ระบบขับขี่อัจฉริยะช่วยนำทาง” สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้รอบทิศทาง 360 องศา เคลื่อนที่ผ่านสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน และปรับทิศทางได้เอง แม้แต่ช่องประตูที่ค่อนข้างแคบก็สามารถเคลื่อนผ่านได้ โดย EV1 ติดตั้ง LiDAR 2 ตัว กล้อง 2 ตัว เซนเซอร์ TOF 10 ตัว และเรดาร์อัลตราโซนิก 6 ตัว เพื่อรับรู้สภาพแวดล้อมโดยรอบแบบเรียลไทม์และสร้างแบบจำลองพื้นที่สามมิติ
.
EV1 ไม่ได้แค่ตรวจจับว่าด้านหน้ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ แต่ยังสามารถประเมินได้ว่าบริเวณไหนผ่านได้และบริเวณไหนควรหลีกเลี่ยง พร้อมวางเส้นทาง เคลื่อนผ่านพื้นที่แคบ และปรับทิศทางได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันติดตามอัจฉริยะ สามารถระบุเป้าหมายและเคลื่อนที่ตามได้ เช่น ในศูนย์การค้าหรือพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยบังคับทิศทางตลอดเวลา
.
ผู้ใช้งานยังสามารถสั่งงานบางฟังก์ชันด้วยเสียงผ่าน AI ได้ ขณะที่หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สามารถแสดงแผนที่ 3 มิติ พร้อมข้อมูลแบตเตอรี่และความเร็วปัจจุบัน ส่วนกล้องมองหลังก็มีเส้นแสดงแนวทางการถอย ช่วยให้การถอยหลังทำได้สะดวกขึ้น
.
EV1 ยังรองรับการอัปเดตระบบผ่าน OTA (Over-the-Air) และมีแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนสำหรับตรวจสอบสถานะรถและควบคุมจากระยะไกล ขณะที่ระบบขับเคลื่อนใช้แบบ 4 ล้อ พร้อมระบบช่วงล่าง แตกต่างจากวีลแชร์ไฟฟ้าทั่วไปที่มักใช้ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทำให้ล้อทั้ง 4 สามารถช่วยกันส่งกำลังเมื่อต้องเจอกับพื้นผิวที่ซับซ้อน
.
ผู้ผลิตระบุว่าสามารถไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 13 องศา ข้ามสิ่งกีดขวางได้สูงประมาณ 5 เซนติเมตร และมีระยะห่างจากพื้น 80 มิลลิเมตร จึงรองรับทั้งขอบทาง ลูกระนาด พื้นขรุขระ และพื้นที่ไม่เรียบในศูนย์การค้าหรือสวนสาธารณะ
.
EV1 ยังออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น ด้วยช่องเก็บของ มือจับสำหรับติดตั้งอุปกรณ์เสริม ที่วางแก้ว และที่วางโทรศัพท์ ที่สำคัญ ตัวรถใช้การออกแบบแบบโมดูลาร์ โดยแบตเตอรี่ เบาะนั่ง และระบบขับเคลื่อนสามารถถอดแยกออกจากกันได้ ตัวเครื่องไม่รวมแบตเตอรี่หนักประมาณ 63.8 กิโลกรัม และแต่ละโมดูลมีน้ำหนักสูงสุดราว 19.8 กิโลกรัม จึงสามารถถอดแยกเป็นส่วนๆ เพื่อขนย้ายขึ้นรถได้ง่ายและยังสะดวกต่อการบำรุงรักษา และเปลี่ยนชิ้นส่วนเฉพาะส่วนนั้นได้
.
บริษัทที่อยู่เบื้องหลังนวัตกรรมนี้คือ Strutt แม้ชื่ออาจยังไม่คุ้นหูคนทั่วไป แต่ทีมงานมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีไม่น้อย โดยหงเสี่ยวผิง ผู้ก่อตั้ง เคยเป็นอดีตผู้รับผิดชอบธุรกิจของ Livox บริษัทด้านเทคโนโลยี LiDAR ในเครือ DJI
.
ด้วยประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจที่ EV1 จะนำระบบ LiDAR และเทคโนโลยีการรับรู้สภาพแวดล้อมมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเทคโนโลยีเหล่านี้เดิมถูกนำไปใช้กับโดรนและหุ่นยนต์ ก่อนจะถูกต่อยอดมาเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#วีลแชร์อัจฉริยะ #เทคโนโลยีจีน #หุ่นยนต์
.
https://www.facebook.com/share/p/19J3zFeBvq/