รศ.ดร.กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติธนะ เขียนไว้ในหนังสือ "กินอย่างไรไกลเบาหวาน" (สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน) ว่าคนไทยใช้ยอดและใบตำลึงกินเป็นผักสดมานาน ทั้งลวกจิ้มน้ำพริก แกงจืด แกงเลียง หรือผัดไฟแดง
ที่น่าสนใจคือ ทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคยค้นคว้าข้อมูลพืชอาหารที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด แล้วพบว่าตำลึงและโสมอเมริกันเป็นพืชที่มีข้อมูลสนับสนุนดีที่สุดในกลุ่มนี้
ส่วนการศึกษาในอินเดียจากสารสกัดน้ำของใบตำลึง ก็ให้ผลไปในทิศทางเดียวกับผลการศึกษาจากบังกลาเทศ คือพบว่าช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมันอิสระในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในแง่คุณค่าทางอาหาร ใบตำลึงสด 100 กรัม มีทั้งโปรตีน แคลเซียม เหล็ก และวิตามินหลายชนิด ถือเป็นผักที่คุ้มค่าทางโภชนาการมาก
การดูแลสุขภาพแบบพื้นบ้านของไทยยังมีสูตรที่เชื่อว่าช่วยลดน้ำตาลได้ คือเอายอดตำลึงครึ่งกำมือ ห่อใบตองเผาไฟให้สุก กินก่อนนอนติดต่อกัน แต่สูตรนี้เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน ยังไม่มีข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชัดเจนรับรอง และถ้าจะทำตามควรระวังเรื่องปริมาณเกลือที่ใส่ด้วยนะครับ เพราะเค็มเกินไปอาจกระทบความดันโลหิตได้
โดยรวมแล้ว ตำลึงเป็นผักที่กินได้ทุกวันอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเบาหวานหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าเป็นเบาหวานอยู่แล้วและอยากใช้ตำลึงช่วยคุมน้ำตาล แนะนำปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนการดูแลตัวเองนะครับ
🌿 "ผักตำลึง" ผักสวนครัวธรรมดาๆ ที่งานวิจัยหลายประเทศบอกตรงกันว่าอาจช่วยคุมเบาหวานได้