ความลึกซึ้งของความกตัญญู

กระทู้สนทนา
ความหมายของความกตัญญูนั้นลึกซึ้งและมีอานิสงส์ต่อการพ้นทุกข์อย่างมากที่สุด

กต แปลว่า สิ่งที่กระทำแล้ว ตั้งขึ้น รวมกับคำว่า ญ อันเป็นธาตุรู้ ก็แปลว่า การรู้ คุณหรือลักษณะของสิ่งที่ตั้งขึ้น กระทำขึ้นแล้ว

อะไรกระทำขึ้นเป็นสิ่งใด ก็พึงรู้

อะไรกระทำขึ้นเป็นสิ่งอันชี้ได้ว่าเป็นเราหรือไม่ใช่เรา ก็ทราบและถอดถอนความเข้าใจผิดว่ามีเราเหนือสิ่งอื่นออกไปได้ เพราะทุกสรรพสิ่งต่างหากที่เอื้อกัน อาศัยกัน กระทำต่อกัน จนเกิดเป็นผลตั้งขึ้น อย่างนี้ๆ

พ่อแม่ เป็นปัจจัยให้กำเนิดเราอย่างไร ก็จะทราบชัด คุณอันน้อยใหญ่ทั้งหลายก็จะขึ้นสู่การระลึกรู้อยู่เนืองๆ เมื่อท่านให้กำเนิดเราแล้ว การรู้คุณที่เกิดและตอบแทนท่าน จะสลายเป้าหมายส่วนตัวของเราหมดสิ้น กลายเป็นเป้าหมายเพื่อท่านหรือสรรพชีวิตที่มีคุณูปการบางอย่างเอง

จังหวะแห่งการระลึกได้ในสิ่งที่หาได้ยากในโลกประการแรก คือ บุพการี หรือจะเรียกว่า พ่อแม่สมบูรณ์ จะเป็นปัจจัยให้ถือกำเนิด ลูกผู้น่ารัก เกิดขึ้น ให้อรรถว่าพ่อแม่สมบูรณ์ ไม่ใช่ perfection แต่หมายถึง ความงดงามในสภาวะการให้กำเนิด หรือความถึงแก่บูรณภาพที่พ่อแม่มีในสภาวะธรรมชาติ สรรพสิ่งจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างการเกิด การให้กำเนิด มีคุณในสิ่งทั้งปวง ไม่ใช่เกิดลอยๆ หรือไร้สภาพเหตุ มันต้องมีที่ตั้ง

ลูกผู้น่ารัก แก้อรรถว่า เป็นลูกที่ทราบความงาม(และไม่งาม)ในสภาวะการเกิด และทราบด้วยว่าเมื่อหมดสภาวะนั้น การพลัดพรากหรือความดับแห่งสภาวะการเกิดมี ชรา และ มรณะ เป็นปัจจัย สิ่งนี้ทำให้เกิดการตื่นออกจากสภาวะการเกิดการดับของสรรพสิ่ง ณ รากฐาน ที่หมุนวนหรือ วัฏฏะ

ความตื่นนั้น เรียกว่า พุทธะ และผู้ตื่นซึ่งออกจากความเวียนวนนี้ได้สำเร็จเป็นใหญ่ท่ามกลางธรรมชาตินี้เรียกว่า พุทธเจ้า คำว่า พระ คือการเรียกด้วยความเคารพในความเป็นใหญ่แห่งการพ้นสภาวะการข้องอยู่กับการเวียนวนเหล่านี้

สัตว์ที่ยังไม่พ้นไป ยังไม่ตื่นเต็มที่ก็เรียกว่าบริสุทธิ์เพราะใฝ่ดีอยู่เสมอ ในเมื่อหมดความปรารถนาในที่ลับของตนแล้ว ละความเป็นตนหมดแต่ทีแรก จึงอนุโลมว่าพวกเหล่านั้นเป็น โพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ การที่เขาจะเอาบริสุทธิคุณไปซึมซาบสิ่งใดย่อมเป็นไปไม่ได้ เขาจะต้องทราบกระแสที่หมุนไปตามปัจจัยของตนตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกว่า เกษตรของเขาแยกออกมาแล้ว

ปณิธานของพระสมณโคดมเองก็ปรากฏด้วยความกตัญญูก่อน ในการแบกแม่ข้ามสมุทร ตำราเก่าแก่ที่บันทึกในหอสมุดกล่าวไว้ ซึ่งสันนิษฐานได้ถึงการจดจำของพระสงฆ์ที่เข้าใจร่วมกันในอดีตกาลว่าพระพุทธเจ้าเกิดครั้งแรกไม่ใช่ที่เนปาล หรือสวนลุมพินี แต่เกิดในขณะที่ปณิธานในการเอาชนะความทุกข์ทั้งปวงดุจมหาสุมทรนั้น มีแม่เป็นกำลังในการฝ่าฟัน และในระหว่างนั้นก็เกิดเป็นสตรีน้องสาวของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เป็นการปราถนาที่ลึกซึ้งในความเป็นอิตถีย์เพศ แม้ในทางพฤตินัยจะไม่สำเร็จแก่การพยากรณ์ได้เพราะขาดปัจจัย แต่ความกตัญญูนั้นก็ฝ่าฟันและผ่านความมีสัจจะนั้นไปสู่ชาติที่เป็นบุรุษจึงสำเร็จต่อปณิธาน เป็น นิยตอย่างแท้จริง(ข้อสังเกตนี้ทำให้พระสมณโคดม ในการตั้งปณิธานขณะเป็นหญิงนั้น หาได้ยาก และธรรมจึงลึกซึ้งที่สุดเท่าที่เคยมี)

สิ่งอันเป็นสุดยอดของผู้กตัญญูคือรู้จักอนุโลมสรรพสิ่งไปตามปัจจัยเช่นเดียวกันกับที่ธรรมจักรนั้นจะหมุนไป ไม่ใช่ใครที่เทศนาบังคับการ แต่เพราะความเป็นโพธิสัตว์ และพุทธเจ้าที่เป็นไปตามปัจจัยจริงๆ เท่านั้น ปัจจัยนั้นจึงเป็นธรรมใหญ่ เป็นธรรมที่ลึกซึ้ง และพระศาสดาก็บรรลุด้วยธรรมนั้น หากจะกล่าวให้ถูกต้องแล้ว บรรดาผู้ที่ไม่ได้มีปณิธานในการกตัญญูอย่างแรงกล้า ก็อาจอยู่ในฐานะของผู้ถูกช่วยเหลือ หรือเวไนยะได้ และหากจะบรรลุธรรมที่เป็นเรื่องปัจจัย ก็ควรจะเข้าไปสดับให้ถึงสิ่งนั้น

แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็อาจไปไม่ถึงฝั่งเพราะไม่เห็นคุณค่าในความกตัญญู หรือไม่เห็นพระศาสดาเป็นปาฏิหารย์ในโลก ไม่เลื่อมใสในปัจจัยนั้น เรียกว่า ขาดการสดับธรรมก็ได้ด้วยซ้ำ หรือไม่เห็น พระพุทธ ในข้อแรก และขอย้ำว่านัยยะในการปฏิบัติทั้งเชิงสมถะและวิปัสสนานั้นไปได้ถึงอย่างมากเพียงสังขารุเปกขาญาณ การยกญาณนี้ให้เกิดได้เนืองๆนั้น ยังเป็นปัจจัยที่ญาณนั้นจะดับด้วยอยู่ หนทางในการข้ามไปอีกฝั่งก็ด้วยความเลื่อมใสที่ถูกต้อง และหากทีการเห็นว่าเลื่อมใสพร้อมด้วยการตัดกิเลสแล้วทราบชัดว่าได้กระทำห้ำหั่นวัฏฏะให้หมดลงทันใด ก็เรียกว่ามี ปัจจเวกขณญาณ ที่เป็นพยานว่า ทราบชัดความสิ้นภพ จบแล้วในปัจจัยเหล่านี้(ซึ่งจะต้องทวนเข้ามาเห็นในส่วนแห่งความเป็นทุกข์เพื่อตัดกิเลส เพื่ออริยสัจ) ปรินิพพานญาณ ก็เป็นเครื่องทราบการหยั่งลงเต็มที่ได้ตั้งแต่ขณะที่สิ้นกิเลสทันที

ส่วนผู้ปรารถนาคุณอันแรงกล้านั้นจะมีปณิธานเป็นกำลังใหญ่ที่ไม่มีทีท่าว่าจะดับรอบได้ด้วยการดับกิเลส แต่จะต้องดับรอบด้วยการหมดสงสัยในวิธีการออกจากวัฏฏะเสียก่อน จึงจะเอาสิ่งนี้ไปช่วยมารดาบิดาได้ ก่อนหน้านั้นจะตั้งใจมาเกิดซ้ำๆต่อกัน และเมื่อจบความสงสัยในกลไกแห่งวัฏฏะก็จะตามหาให้พบในสามโลกธาตุเพื่อทำกิจครั้งสุดท้ายคือตอบแทนผู้ให้คุณธรรมนั้นตั้งแต่แรก

คำว่า แม่ จึงเป็นคำใหญ่ มีผลยาวนาน และฝ่าฟันได้ทุกสิ่ง

ลูกและแม่นั้นอาศัยสืบเนื่องกันตลอดจากจิตสู่จิต แม่ผู้สมบูรณ์ย่อมปลื้มปิติในลูกผู้น่ารัก นี่เป็นสิ่งเดียวที่โลกจะร่มเย็นได้ เป็นสิ่งเดียวที่ฝ่าฟัน และมอบต้นทุนที่ดีที่สุดให้กับความพ้นไป ความสิ้นสุดของสิ่งที่ทั้งสองต้องพบเจอ

เราเป็นชาวพุทธ เป็นลูกของพระพุทธเจ้าด้วยกัน หรือเป็นน้องของพระพุทธเจ้าด้วยกันทุกๆคน ก็ขอให้เข้าใจ แม่ ของพุทธะ ให้ดีเถิด

แม่ของโลก ความหวังของโลก

อบอุ่นทั้งทางสัมผัสน้ำนมและความรัก(สัทธา) อบอุ่นทั้งทางเหตุและผลที่ไม่ผิดจากความเป็นแม่(ปัญญา)
และอบอุ่นทั้งความพากเพียรของแม่ที่มีต่อลูก(วิริยะ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่