JJNY : ศิริกัญญาไม่ติดใจ งบส่วนราชการในพระองค์│ฉลุย! สภาไฟเขียวผ่านงบฯ│ │40 จว.เตือนฝนถล่มหนักมาก

ศิริกัญญา ไม่ติดใจ งบส่วนราชการในพระองค์เพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 9.9 พันล้าน เข้าใจสูงตามจำนวนบุคลากร
https://www.matichon.co.th/politics/news_5884240
.

.
‘ศิริกัญญา’ ชี้งบส่วนราชการในพระองค์ปี 70 เพิ่มขึ้น 6.8% ทะลุ 9,904 ล้าน ชี้ปีล่าสุดบุคลากรถึง 1.6 หมื่นคน แต่เข้าใจไม่ปรับลด
.
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2-3 เป็นวันที่ 4 โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
.
เวลา 18.58 น. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นในงบประมาณมาตรา 36 ส่วนราชการในพระองค์ว่า ในส่วนราชการในพระองค์ในปีนี้มีงบประมาณที่ได้รับทั้งสิ้น และไม่ได้มีการปรับลด 9,904 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นในส่วนที่หลายท่านมีข้อสงสัย เพราะหลายหน่วยงานถูกปรับลดงบประมาณถ้วนหน้า แต่ส่วนราชการในพระองค์ได้รับงบสูงขึ้น 6.8% โดยเลขาฯครม. ได้ชี้แจง กมธ.ถึงรายละเอียดของงบประมาณที่ใช้ มีเอกสารจำนวน 17 หน้า และคลิปวิดีโอ ซึ่งในรายละเอียดก็เป็นไปตามข้อกำหนดที่ทางสำนักงบประมาณให้แจ้งเอกสารมา ก็มีรายละเอียดครบถ้วน โดยการปรับงบสูงขึ้น เมื่อนำงบประมาณมาเปรียบเทียบกับจำนวนบุคลากรของส่วนราชการในพระองค์ ก็ล้อไปด้วยกัน เพราะจำนวนบุคลากรเพิ่มขึ้น รวมไปถึงมีการเลื่อนเงินเดือน และยังมีการรับข้าราชการใหม่ ทั้งตำแหน่งใหม่ รับโอนข้าราชการจากหน่วยอื่น 700 อัตรา ทำให้มีงบงบประมาณเพิ่มมากขึ้น
.
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า ในส่วนการเงินเดือนใช้หลักการเช่นเดียวกับส่วนราชการอื่นๆ และมาเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร ก็ไม่สามารถปรับลดได้อยู่แล้ว แต่บุคลากรเพิ่มขึ้น จากปี 2566 จำนวน 14,000 คน ปัจจุบัน 16,000 คน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้งบประมาณเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา และสูงเกือบเกิน 10,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งตนเข้าใจว่าเงินบุคลากรไม่สามารถปรับลดได้ จึงไม่ติดใจ
.
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มี ส.ส.ลุกขึ้นประท้วงเพื่อขอให้ลงมติ แม้ผู้สงวนความเห็นจะไม่ติดใจในมาตราดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อถกเถียงในที่ประชุมอยู่ช่วงหนึ่ง จนกระทั่งนายโสภณวินิจฉัย โดยถามที่ประชุมว่ามาตราดังกล่าวมีผู้ติดใจและแปรญัตติหรือไม่ โดยไม่มีสมาชิกท่านใดติดใจ จึงถือว่ามาตราดังกล่าวผ่านไปโดยไม่ต้องลงมติ
.

.
ฉลุย! สภาไฟเขียวผ่านงบฯ 70 ด้วยคะแนน 338 ต่อ 144 หลังถกนาน 4 วัน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5884276
.
‘ชยพล’ อัดงบหลักสูตร พตส. แฉ แหล่งรวมบิ๊กเนมค่ายน้ำเงิน สัมพันธ์โยงอนุกรรมการฯ ชุด 36 สงสัยช่วยเป่าคดีฮั้ว สว. ชี้ ทำลายหลักการคานอำนาจ ฉลุย! สภาไฟเขียวผ่านงบฯ 70 ด้วยคะแนน 338 ต่อ 144
 .
เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายชยพล สะท้อนดี ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 39 กองทุนหมุนเวียน ว่า โครงการพัฒนาบุคลากรของพรรคการเมืองในหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 17 หรือ พตส. ซึ่งเอาตัวเองมาซ่อนอยู่ในการใช้งบประมาณของกองทุนหมุนเวียน งบประมาณที่ใช้มีการขอเงินอุดหนุนเพิ่ม 119 ล้านบาท มีจำนวน 5 โครงการใช้จ่ายงบประมาณรวมทั้งสิ้น 54 ล้านบาท
.
นายชยพล กล่าวต่อว่า โครงการที่ตนให้ความสนใจคือโครงการของ พตส. ซึ่งโครงการนี้เสมือนภาชนะรองรับเครือข่ายของจักรวาลสีน้ำเงินที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ แต่ละปีใช้เงินงบประมาณอยู่ที่ 15 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ ก็เปรียบเสมือนโครงการเอาไว้สร้างคอนเน็กชันที่อยู่ภายใต้กกต. แต่ใช้เงินจากกองทุนหมุนเวียน
.
นายชยพล กล่าวต่อว่า ผลงานของหลักสูตร พตส. นี้ มีเรื่องเครือข่ายฮั้วสว. ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรรมการทั้ง 5 คน จาก 7 คนในคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่ทำไมถึงวินิจฉัยพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งปรากฏว่า 5 คนนี้มีเครือข่ายที่โยงใยกลับเข้ามาที่หลักสูตร พตส. รวมถึงนายกรัฐมนตรีก็เคยเรียนหลักสูตรและเป็นประธานสมาคม พตส. เช่นเดียวกันรวมถึงบิ๊กเนมหลายคนในพรรคสีน้ำเงินเป็นศิษย์เก่า
.
นายชยพล กล่าวอีกว่า ในปีนี้หลักสูตรดังกล่าวมีการขอเงินทั้ง ค่ากระเป๋าบรรจุเอกสาร ค่าเครื่องเขียน รวมถึงค่าอาหารและค่าดูงานต่างจังหวัด ยังมีค่าชุดลูกเสือ ค่าจัดทำป้ายไวนิลสำหรับดูงานภายในประเทศ
.
“อยากจะตอบท่านผู้หนึ่งที่มีหัวใจกว้างขวางดุจดังมหาสมุทรได้มีการพูดก่อนหน้านี้ว่าหลักสูตรนี้ได้มีการคัดคนเข้าไปตามโควตาแต่ละพรรคการเมืองแต่ก็อยากจะบอกว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ใช่แค่โควตาจากพรรคการเมืองแต่สามารถเข้ามาจากตำแหน่งอื่น ๆ ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นภาชนะเอาไว้รองรับเครือข่ายที่มีสีอย่างชัดเจน มีแต่บิ๊กเนมจากพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมานั่งอยู่ในหลักสูตรนี้เต็มไปหมด” นายชยพล กล่าว
.
นายชยพล กล่าวต่อว่า หลักสูตร พตส. ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการเมืองมากถึง 15 ล้านบาทคำถามคือการให้ข้าราชการประจำที่ให้คุณให้โทษคนอื่นเข้ามาเรียนรวมกัน เป็นการทำลายหลักคานอำนาจระหว่าง 3 เสาทางการเมืองรวมถึงธุรกิจหรือไม่ พอดูจากรูปการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ เหมือนเป็นสมาคมชมรมจักรวาลสีน้ำเงินมากกว่าหรือไม่
.
นายชยพล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อครหาในเรื่องของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่ทำให้เราต้องคิดว่าเรื่องนี้ผิดมาตรา 75 วรรค 3 หรือไม่ ที่มีการเพิ่มเติมเรื่องความเป็นกลางของคณะอนุกรรมาธิการที่ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองในการวินิจฉัย
.
“ตรงนี้เราไม่ต้องการให้เป็นพื้นที่ในการใช้คอนเน็กชันในการช่วยเป่าคดีฮั้วสว. จึงอยากขอเสนอให้งบในมาตรานี้ไม่ควรเพิ่มการอัดฉีดจากงบประจำปีเข้าไปเพื่อให้เหตุการณ์สร้างเครือข่ายแบบนี้ยังคงอยู่ต่อไปได้” นายชยพล กล่าว
.
ต่อมาตั้งแต่เวลา 18.00 น. การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วาระ 2 รายมาตราตั้งแต่มาตรา 33 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 34 หน่วยงานอื่นของรัฐ มาตรา 35 สภากาชาดไทย มาตรา 36 ส่วนราชการในพระองค์ มาตรา37 แผนงานบูรณาการ มาตรา 38 รายจ่ายแผนบุคลากรภาครัฐ มาตรา 39 ทุนหมุนเวียน มาตรา 40 แผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และมาตรา 41 รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง ที่เป็นมาตราสุดท้าย
.
การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีกมธ.และส.ส.อภิปรายให้ความเห็นเพียงไม่กี่คน และบางมาตราไม่มีผู้ประสงค์อภิปรายเลย การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาอภิปรายทั้ง 9 มาตรา 11 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกอภิปรายวาระ 2 ครบถ้วนทั้ง 41 มาตราแล้ว
.
ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในวาระ 3 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 338 เสียง ไม่เห็นชอบ 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
.
ก่อนที่นายโสภณ จะสั่งปิดการประชุมในเวลา 20.38 น. ทั้งนี้ ในส่วนของวุฒิสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวันที่ 11 กันยายน เวลา 09.00 น.
.

.
น้ำมันโลกพุ่งกว่า 6% ปิดเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หลังฮูตีเขย่าเส้นทางพลังงาน
https://www.dailynews.co.th/news/6180236/
.
ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์และดับเบิลยูทีไอพุ่งกว่า 6% แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน หลังฮูตีรุกยึดเมืองท่าโมคาในเยเมน เพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัด
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปิดที่ 107.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,564.71 บาท ) เพิ่มขึ้น 6.42 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 212.63 บาท ) หรือ 6.34% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3,394.14 บาท ) เพิ่มขึ้น 6.43 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 212.96 บาท ) หรือ 6.69% เมื่อวันพฤหัสบดี
.
ราคาน้ำมันดิบในทั้งสองตลาดแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา และปรับขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน
.
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังกองกำลังฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สามารถยึดเมืองท่าโมคาในเยเมน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินเรือในทะเลแดง ขณะที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงชะงัก
.
นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป แต่ครอบคลุมเส้นทางส่งออก แหล่งผลิตน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
.
ขณะเดียวกัน ความยั่งยืนของการปรับขึ้นราคาน้ำมันจะขึ้นอยู่กับจีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งจีนเพิ่มการซื้อน้ำมันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอุปสงค์ซบเซามาหลายเดือน จึงอาจหนุนราคาน้ำมันให้สูงขึ้น หากการนำเข้ายังคงฟื้นตัว.
.
https://x.com/staronline/status/2098201152269463960

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่