'ภาพอาหารจาก AI'เมื่อความสยอง ลามจากโลกออนไลน์ สู่ จานอาหารคุณ

คุณเคยเห็นภาพอาหารบนเมนูหรือโซเชียลที่ดูพิลึกจนชวนขนลุกไหม ? เช่น กุ้งหน้าตาเหมือนห่วงยาง หรือเนื้อสัตว์ที่พื้นผิวเหมือนโดนแมลงเจาะ
.
สิ่งเหล่านี้คือ ‘ภาพอาหาร AI’ (A.I. Food Slop) ที่กำลังระบาดในร้านอาหารทั่วโลก และกำลังทำลายอรรถรสในการกินไปอย่างสิ้นเชิง
.
[ ทำไมเราถึงรู้สึกแหวะกับภาพอาหาร AI ? ]
.
ในอดีตการถ่ายภาพอาหารมักถูกออกแบบมาเพื่อยั่วน้ำลาย หรือที่เรียกว่า ‘Food Porn’ แม้จะมีการใช้เทคนิคแต่งภาพหลอกตาบ้าง แต่มันก็กระตุ้นความหิวได้สำเร็จ
.
ในทางกลับกัน ภาพจาก ‘AI’ มักประมวลผลรูปร่างและพื้นผิวออกมาเป็นก้อนเละๆ เบี้ยวๆ หรือดูเหมือนพลาสติก จนคนเป็นโรคกลัวรู (Trypophobia) อาจต้องเบือนหน้าหนี
.
ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกต่อต้าน เหมือนกับว่าศิลปะการปรุงอาหารที่มีมาอย่างยาวนานกำลังถูกเทคโนโลยีล้อเลียน
.
[ เมื่อ ‘ของฟรี’ ทำลาย ‘ความเชื่อใจ’ ]
.
สาเหตุที่ร้านอาหารหลายแห่งหันมาใช้ AI ก็เพราะ ‘ฟรีและรวดเร็ว’ เพื่อลดต้นทุนจ้างกราฟิกหรือช่างภาพ แต่ผลที่ได้คือภาพที่ไม่สะท้อนความจริง
.
เมื่อลูกค้าบางคนสั่งอาหารตามภาพโปรโมต แต่ร้านกลับตอบว่า 'ไม่มีขาย ภาพนี้ AI สร้างมา' นี่คือการทรยศความเชื่อใจพื้นฐานที่สุดระหว่างคนทำและคนกิน
.
‘มาร์คัส ซามูเอลส์สัน’ (Marcus Samuelsson) เชฟชื่อดังชี้ว่าอาหารคือตัวแทนของความรักและความเคารพ การให้ AI มาทำหน้าที่แทนจึงเหมือนการพราก ‘จิตวิญญาณ’ ของมนุษย์ออกไป เหลือเพียง 'ก้อนเมือกดิจิทัลไร้ชีวิต'
.
[ กระแสต่อต้าน AI ทั้งในไทยและต่างประเทศ ]
.
จนถึงตอนนี้ความไม่พอใจเริ่มลุกลามสู่ชีวิตจริง ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโกโดนพ่นสีประท้วงหน้าร้านเพราะใช้รูป AI ขณะที่ร้านในไวโอมิงประกาศชัดเจนด้วยป้ายเขียนมือว่า 'ไม่ใช้สื่อจาก AI ในการโปรโมต' จนได้ยอดไลก์หลักแสน
.
สำหรับในไทยร้านอาหารแบรนด์ใหญ่หลายเจ้าก็เริ่มใช้ภาพ AI จนเริ่มเกิดดราม่าบนทวิตเตอร์หรือ X ว่าร้านขาดความจริงใจ
.
ท้ายที่สุดแล้วระหว่างภาพถ่ายธรรมดาๆ ที่ดูสมจริง กับภาพสุดล้ำจาก AI ที่ดูคล้ายพลาสติก ผู้บริโภคส่วนมากย่อมเลือกอย่างแรก
.
เพราะความสมบูรณ์แบบจอมปลอม ไม่มีวันสู้ความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดจากสองมือของเชฟที่ใส่ใจและความจริงใจของร้านอาหารได้เลย
.
#SPRiNGNEWs
'ภาพอาหารจาก AI'เมื่อความสยอง ลามจากโลกออนไลน์ สู่ จานอาหารคุณ
คุณเคยเห็นภาพอาหารบนเมนูหรือโซเชียลที่ดูพิลึกจนชวนขนลุกไหม ? เช่น กุ้งหน้าตาเหมือนห่วงยาง หรือเนื้อสัตว์ที่พื้นผิวเหมือนโดนแมลงเจาะ
.
สิ่งเหล่านี้คือ ‘ภาพอาหาร AI’ (A.I. Food Slop) ที่กำลังระบาดในร้านอาหารทั่วโลก และกำลังทำลายอรรถรสในการกินไปอย่างสิ้นเชิง
.
[ ทำไมเราถึงรู้สึกแหวะกับภาพอาหาร AI ? ]
.
ในอดีตการถ่ายภาพอาหารมักถูกออกแบบมาเพื่อยั่วน้ำลาย หรือที่เรียกว่า ‘Food Porn’ แม้จะมีการใช้เทคนิคแต่งภาพหลอกตาบ้าง แต่มันก็กระตุ้นความหิวได้สำเร็จ
.
ในทางกลับกัน ภาพจาก ‘AI’ มักประมวลผลรูปร่างและพื้นผิวออกมาเป็นก้อนเละๆ เบี้ยวๆ หรือดูเหมือนพลาสติก จนคนเป็นโรคกลัวรู (Trypophobia) อาจต้องเบือนหน้าหนี
.
ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกต่อต้าน เหมือนกับว่าศิลปะการปรุงอาหารที่มีมาอย่างยาวนานกำลังถูกเทคโนโลยีล้อเลียน
.
[ เมื่อ ‘ของฟรี’ ทำลาย ‘ความเชื่อใจ’ ]
.
สาเหตุที่ร้านอาหารหลายแห่งหันมาใช้ AI ก็เพราะ ‘ฟรีและรวดเร็ว’ เพื่อลดต้นทุนจ้างกราฟิกหรือช่างภาพ แต่ผลที่ได้คือภาพที่ไม่สะท้อนความจริง
.
เมื่อลูกค้าบางคนสั่งอาหารตามภาพโปรโมต แต่ร้านกลับตอบว่า 'ไม่มีขาย ภาพนี้ AI สร้างมา' นี่คือการทรยศความเชื่อใจพื้นฐานที่สุดระหว่างคนทำและคนกิน
.
‘มาร์คัส ซามูเอลส์สัน’ (Marcus Samuelsson) เชฟชื่อดังชี้ว่าอาหารคือตัวแทนของความรักและความเคารพ การให้ AI มาทำหน้าที่แทนจึงเหมือนการพราก ‘จิตวิญญาณ’ ของมนุษย์ออกไป เหลือเพียง 'ก้อนเมือกดิจิทัลไร้ชีวิต'
.
[ กระแสต่อต้าน AI ทั้งในไทยและต่างประเทศ ]
.
จนถึงตอนนี้ความไม่พอใจเริ่มลุกลามสู่ชีวิตจริง ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโกโดนพ่นสีประท้วงหน้าร้านเพราะใช้รูป AI ขณะที่ร้านในไวโอมิงประกาศชัดเจนด้วยป้ายเขียนมือว่า 'ไม่ใช้สื่อจาก AI ในการโปรโมต' จนได้ยอดไลก์หลักแสน
.
สำหรับในไทยร้านอาหารแบรนด์ใหญ่หลายเจ้าก็เริ่มใช้ภาพ AI จนเริ่มเกิดดราม่าบนทวิตเตอร์หรือ X ว่าร้านขาดความจริงใจ
.
ท้ายที่สุดแล้วระหว่างภาพถ่ายธรรมดาๆ ที่ดูสมจริง กับภาพสุดล้ำจาก AI ที่ดูคล้ายพลาสติก ผู้บริโภคส่วนมากย่อมเลือกอย่างแรก
.
เพราะความสมบูรณ์แบบจอมปลอม ไม่มีวันสู้ความไม่สมบูรณ์แบบที่เกิดจากสองมือของเชฟที่ใส่ใจและความจริงใจของร้านอาหารได้เลย
.
#SPRiNGNEWs