🇨🇳🍵 อั้ยหยา ซี่แหงแก๋! จีนพบ “ตะกั่ว” เกินมาตรฐานเกือบ 2 เท่าใน “ชาหลงจิ่ง” ขณะที่ไทยนำเข้าชาจีนหลายล้านกิโล...ชาที่คนไทยชงดื่ม ใครตรวจโลหะหนักให้หรือไม่?
ชาร้อนหนึ่งถ้วยอาจดูเป็นเครื่องดื่มธรรมดา
แต่ผลตรวจล่าสุดจากมณฑลซานตง ประเทศจีน มีตัวเลขหนึ่งที่คนดื่มชาควรสะดุดตา
วันที่ 4 กันยายน 2569 จีนเปิดผลสุ่มตรวจอาหารหลายตัวอย่าง พบไม่ผ่านมาตรฐาน 31 ตัวอย่าง
หนึ่งในนั้นคือ “ชาหลงจิ่ง” 龙井茶
ผลตรวจพบ “ตะกั่ว” 9.61 mg/kg
ขณะที่มาตรฐานกำหนดไม่เกิน 5.0 mg/kg
เท่ากับประมาณ 1.92 เท่าของเกณฑ์
นี่ไม่ใช่สี ไม่ใช่กลิ่น และไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อจะดูออกจากใบชาได้ด้วยตาเปล่า
ตะกั่วเป็นโลหะพิษที่สามารถสะสมในร่างกายและส่งผลต่อหลายระบบ ทั้งสมอง ไต ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะเด็กที่มีความไวต่อพิษของตะกั่วมากกว่าผู้ใหญ่
WHO ระบุด้วยว่า ยังไม่มีระดับการได้รับตะกั่วที่สามารถบอกได้ว่าปลอดภัยโดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ
.
เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ไกลจากถ้วยชาของคนไทย
ข้อมูล WITS / UN Comtrade ปี 2024 ระบุว่า ไทยนำเข้าชาในพิกัด HS 0902 จากจีนถึงประมาณ 9.66 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 5.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 192 ล้านบาท)
จากชาที่ไทยนำเข้าจากทั่วโลกราว 19.92 ล้านกิโลกรัม
เท่ากับว่าเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณชานำเข้าของไทยในปีนั้นมาจากจีน และจีนเป็นแหล่งนำเข้าชารายใหญ่ที่สุดของไทยในเชิงปริมาณ
ข้อมูลการค้าฝั่งจีนที่ ITC Trade Map รวบรวมล่าสุดยังระบุว่า ในปี 2025 จีนส่งออกชา HS 0902 มายังประเทศไทยประมาณ 6.70 ล้านกิโลกรัม
ตัวเลขสะท้อนชัดว่า “ชาจีน” ที่เข้าสู่ตลาดไทยไม่ใช่สินค้าปริมาณเล็กน้อย แต่เป็นระดับหลายล้านกิโลกรัมต่อปี
มีตั้งแต่ชาเขียว ชาจีนแบบใบ ชาบรรจุซอง ชาสำหรับร้านเครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าที่ซื้อขายผ่านออนไลน์
.
ถึงแม้ฝั่งไทยมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยอาหารนำเข้าอยู่แล้ว
แต่เมื่อจีนตรวจชาที่ขายในประเทศตัวเองแล้วยังพบ “ตะกั่ว” เกือบ 2 เท่าของมาตรฐาน สิ่งที่คนไทยควรได้เห็นคือข้อมูลการตรวจของจริง
ชา HS 0902 จากจีนที่เข้ามาหลายล้านกิโลกรัมต่อปี ถูกสุ่มตรวจโลหะหนักจริงกี่ล็อต?
มีการตรวจ “ตะกั่ว” ในชาจีนทุกกลุ่มความเสี่ยงหรือไม่?
ชาหลงจิ่ง ชาเขียว และชาจีนที่ขายผ่านออนไลน์ถูกสุ่มจากชั้นขายไปตรวจมากน้อยแค่ไหน?
ถ้าตรวจพบเกินมาตรฐาน มีการเปิดเผยยี่ห้อ ผู้นำเข้า แหล่งผลิต และล็อตสินค้าที่ต้องเรียกคืนให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ง่ายหรือไม่?
และเมื่อประเทศต้นทางประกาศพบปัญหาในสินค้าชนิดหนึ่ง ไทยนำข้อมูลนั้นมาเพิ่มความถี่ในการตรวจสินค้าชนิดเดียวกันทันทีหรือเปล่า?
.
ชาหนึ่งถุงอาจเอาไปชงได้หลายสิบแก้ว
และสำหรับบางคน การดื่มชาคือกิจวัตรทุกวัน
เมื่อจีนตรวจเจอตะกั่ว 9.61 mg/kg ในชาหลงจิ่ง ขณะที่ชาจีนหลายล้านกิโลกรัมยังเดินทางเข้าประเทศไทยทุกปี
คำถามจึงไม่ได้จบอยู่ที่ซานตง
แต่ต้องย้อนกลับมาที่ถ้วยชาตรงหน้าคนไทยว่า
ก่อนน้ำชาถ้วยนั้นจะถูกยกขึ้นดื่ม
ใบชาที่อยู่ข้างในเคยถูกตรวจหา “ตะกั่ว” จริงมากน้อยแค่ไหน และผลตรวจเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?
.
แหล่งข้อมูล:
中国质量新闻网 (China Quality News Network)
ผลตรวจมณฑลซานตง เผยแพร่วันที่ 4 กันยายน 2569
.
ข้อมูลประกอบ:
World Integrated Trade Solution (WITS) / UN Comtrade
International Trade Centre (ITC) Trade Map
องค์การอนามัยโลก (WHO)
.
หมายเหตุ : ผลตรวจเป็นตัวอย่างชาหลงจิ่งที่สุ่มตรวจในซานตง ไม่ได้หมายถึงชาจีนทุกล็อต ส่วนตัวเลขปี 2024 และ 2025 มาจากคนละฐานรายงาน จึงใช้เพื่อดูขนาดการค้า ไม่ใช้เทียบอัตราเพิ่ม-ลดโดยตรง
.
เพจ : เกษตร นานา
.
#เกษตรนานา #ชาจีน #ชาหลงจิ่ง #LongjingTea #ตะกั่ว #โลหะหนัก #อาหารจีน #สินค้าจีน #ความปลอดภัยอาหาร #ผู้บริโภคไทย
https://www.facebook.com/share/p/1LcJS3S3nj/
⚠️🍵 จีนพบ “ตะกั่ว” เกินมาตรฐานเกือบ 2 เท่าใน “ชาหลงจิ่ง”
ชาร้อนหนึ่งถ้วยอาจดูเป็นเครื่องดื่มธรรมดา
แต่ผลตรวจล่าสุดจากมณฑลซานตง ประเทศจีน มีตัวเลขหนึ่งที่คนดื่มชาควรสะดุดตา
วันที่ 4 กันยายน 2569 จีนเปิดผลสุ่มตรวจอาหารหลายตัวอย่าง พบไม่ผ่านมาตรฐาน 31 ตัวอย่าง
หนึ่งในนั้นคือ “ชาหลงจิ่ง” 龙井茶
ผลตรวจพบ “ตะกั่ว” 9.61 mg/kg
ขณะที่มาตรฐานกำหนดไม่เกิน 5.0 mg/kg
เท่ากับประมาณ 1.92 เท่าของเกณฑ์
นี่ไม่ใช่สี ไม่ใช่กลิ่น และไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อจะดูออกจากใบชาได้ด้วยตาเปล่า
ตะกั่วเป็นโลหะพิษที่สามารถสะสมในร่างกายและส่งผลต่อหลายระบบ ทั้งสมอง ไต ระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะเด็กที่มีความไวต่อพิษของตะกั่วมากกว่าผู้ใหญ่
WHO ระบุด้วยว่า ยังไม่มีระดับการได้รับตะกั่วที่สามารถบอกได้ว่าปลอดภัยโดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ
.
เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ไกลจากถ้วยชาของคนไทย
ข้อมูล WITS / UN Comtrade ปี 2024 ระบุว่า ไทยนำเข้าชาในพิกัด HS 0902 จากจีนถึงประมาณ 9.66 ล้านกิโลกรัม มูลค่า 5.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 192 ล้านบาท)
จากชาที่ไทยนำเข้าจากทั่วโลกราว 19.92 ล้านกิโลกรัม
เท่ากับว่าเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณชานำเข้าของไทยในปีนั้นมาจากจีน และจีนเป็นแหล่งนำเข้าชารายใหญ่ที่สุดของไทยในเชิงปริมาณ
ข้อมูลการค้าฝั่งจีนที่ ITC Trade Map รวบรวมล่าสุดยังระบุว่า ในปี 2025 จีนส่งออกชา HS 0902 มายังประเทศไทยประมาณ 6.70 ล้านกิโลกรัม
ตัวเลขสะท้อนชัดว่า “ชาจีน” ที่เข้าสู่ตลาดไทยไม่ใช่สินค้าปริมาณเล็กน้อย แต่เป็นระดับหลายล้านกิโลกรัมต่อปี
มีตั้งแต่ชาเขียว ชาจีนแบบใบ ชาบรรจุซอง ชาสำหรับร้านเครื่องดื่ม ไปจนถึงสินค้าที่ซื้อขายผ่านออนไลน์
.
ถึงแม้ฝั่งไทยมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยอาหารนำเข้าอยู่แล้ว
แต่เมื่อจีนตรวจชาที่ขายในประเทศตัวเองแล้วยังพบ “ตะกั่ว” เกือบ 2 เท่าของมาตรฐาน สิ่งที่คนไทยควรได้เห็นคือข้อมูลการตรวจของจริง
ชา HS 0902 จากจีนที่เข้ามาหลายล้านกิโลกรัมต่อปี ถูกสุ่มตรวจโลหะหนักจริงกี่ล็อต?
มีการตรวจ “ตะกั่ว” ในชาจีนทุกกลุ่มความเสี่ยงหรือไม่?
ชาหลงจิ่ง ชาเขียว และชาจีนที่ขายผ่านออนไลน์ถูกสุ่มจากชั้นขายไปตรวจมากน้อยแค่ไหน?
ถ้าตรวจพบเกินมาตรฐาน มีการเปิดเผยยี่ห้อ ผู้นำเข้า แหล่งผลิต และล็อตสินค้าที่ต้องเรียกคืนให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ง่ายหรือไม่?
และเมื่อประเทศต้นทางประกาศพบปัญหาในสินค้าชนิดหนึ่ง ไทยนำข้อมูลนั้นมาเพิ่มความถี่ในการตรวจสินค้าชนิดเดียวกันทันทีหรือเปล่า?
.
ชาหนึ่งถุงอาจเอาไปชงได้หลายสิบแก้ว
และสำหรับบางคน การดื่มชาคือกิจวัตรทุกวัน
เมื่อจีนตรวจเจอตะกั่ว 9.61 mg/kg ในชาหลงจิ่ง ขณะที่ชาจีนหลายล้านกิโลกรัมยังเดินทางเข้าประเทศไทยทุกปี
คำถามจึงไม่ได้จบอยู่ที่ซานตง
แต่ต้องย้อนกลับมาที่ถ้วยชาตรงหน้าคนไทยว่า
ก่อนน้ำชาถ้วยนั้นจะถูกยกขึ้นดื่ม
ใบชาที่อยู่ข้างในเคยถูกตรวจหา “ตะกั่ว” จริงมากน้อยแค่ไหน และผลตรวจเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?
.
แหล่งข้อมูล:
中国质量新闻网 (China Quality News Network)
ผลตรวจมณฑลซานตง เผยแพร่วันที่ 4 กันยายน 2569
.
ข้อมูลประกอบ:
World Integrated Trade Solution (WITS) / UN Comtrade
International Trade Centre (ITC) Trade Map
องค์การอนามัยโลก (WHO)
.
หมายเหตุ : ผลตรวจเป็นตัวอย่างชาหลงจิ่งที่สุ่มตรวจในซานตง ไม่ได้หมายถึงชาจีนทุกล็อต ส่วนตัวเลขปี 2024 และ 2025 มาจากคนละฐานรายงาน จึงใช้เพื่อดูขนาดการค้า ไม่ใช้เทียบอัตราเพิ่ม-ลดโดยตรง
.
เพจ : เกษตร นานา
.
#เกษตรนานา #ชาจีน #ชาหลงจิ่ง #LongjingTea #ตะกั่ว #โลหะหนัก #อาหารจีน #สินค้าจีน #ความปลอดภัยอาหาร #ผู้บริโภคไทย
https://www.facebook.com/share/p/1LcJS3S3nj/