ลูกเองก็ยังเอาตัวไม่รอด แต่พ่อกำลังลำบาก เราควรรับผิดชอบพ่อแค่ไหน

สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนว่าเราอายุ 21 เป็นนักศึกษาปีที่ 4 มีเรื่องนึงที่ทำให้เราทุกข์ใจอยู่ตอนนี้คือเรื่องพ่อ ท้าวความก่อนว่าเราพ่อแม่เราแยกทางกันตั้งแต่เรายังเด็กเราเลยอาศัยอยู่กับญาติฝั่งพ่อ ย่าของเราเป็นคนเลี้ยงดูตอนนี้ท่านได้เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อนทางบ้านเราฐานะไม่ดีรวมถึงญาติพี่น้องด้วยเป็นคนหาเช้ากินค่ำกันทั้งหมด พ่อเราปีนี้อายุ40กว่าปีแล้วค่ะเขาทำงานที่จังหวัดอื่นและส่งเงินมาให้ที่บ้านซึ่งหน้าที่การงานของเขาก็เป็นไปได้ดีมาตลอด
จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วเขาได้ตกงานเพราะปัญหาสุขภาพที่เขามีภาวะตับอักเสบหลายๆครั้งเขาจึงหยุดงานเพื่อไปโรงพยาบาล ด้วยความที่เขาไม่มีเงินเก็บเมื่อตกงานจึงต้องขอหยิบยืมเงินญาติมาใช้จ่ายซึ่งญาติเราเป็นคนแก่อายุ60+ค่ะพวกเขาไม่มีรายได้ประจำ ช่วง2-3เดือนแรกทางญาติก็พอมีเงินจะช่วยเหลืออยู่บ้างพ่อจึงยังพอมีเงินใช้ระหว่างหางานใหม่ ซึ่งเขาก็หางานใหม่ได้ค่ะแต่ก็ถูกให้ออกเพราะปัญหาเดิมเมื่อปัญหานี้ดำเนินซ้ำๆมาได้เกือบครึ่งปีทางญาติก็ไม่มีกำลังพอจะช่วยเหลือเขาต่อตอนนี้พ่อจึงมีปัญหาเรื่องไม่มีเงินใช้ดำเนินชีวิต เขาอยากกลับบ้านค่ะแต่มีปัญหาอยู่ว่าถ้ากลับมาก็ไม่มีเงินใช้อยู่ดีและที่บ้านเกิดก็เป็นชนบทมากๆจะหางานทำก็ยากถ้าจะกลับมาต้องคิดให้รอบคอบ เราเคยคุยกับพ่อหลายครั้งเรื่องนี้ว่าอยู่ที่เดิมเขายังพอไปหาสมัครงานที่ใหม่ต่อได้แต่ถ้ากลับมาที่บ้านเกิดโอกาสจะหางานทำได้ลดลงเกือบ60% เราไม่ได้คุยเพราะอยากบังคับให้พ่ออยู่ที่เดิมนะคะ 
เจตนาที่คุยคืออยากรู้ว่าเขามีแผนจะใช้ชีวิตต่อยังไงแต่ก็ไม่เคยได้คำตอบค่ะเขามักจะตัดสายไปก่อนคุยกันจบเพราะเขาคิดว่าทางบ้านไม่ห่วงใย ทางญาติเองเมื่อถูกเขารบเร้าเรื่องยืมเงินบ่อยๆก็เริ่มจะไม่รับสายเขาและทั้งสองฝ่ายก็เลือกจะคุยเรื่องของกันและกันผ่านเรา

ตัวเราเองเรียนอยู่มหาลัยพักอยู่หอ มีเงินจ่ายค่าหอและกินใช้แต่ละวันเป็นเงินรายเดือนกยศ.กับเงินที่ทำพาร์ทไทม์พอกินไม่พอกินบ้างแล้วแต่เดือน เรารับรู้เรื่องความทุกข์ของพ่อและปัญหานี้มาตลอดค่ะเราคอยรับฟังและให้กำลังใจเขารวมถึงต้องเป็นคนกลางระหว่างเขากับญาติด้วยซึ่งเราก็กดดันค่ะเพราะต้องฟังปัญหาจากทั้งสองฝ่ายรวมถึงคำพูดแรงๆจากพวกเขาจนบางครั้งเห็นสายเรียกเข้าจากพวกเขาก็ใจสั่นแล้วกับพ่อเองบางครั้งเวลาเครียดก็จะพูดกับเราว่า มีลูกก็เหมือนไม่มี ไม่คิดช่วยพ่อบ้างเลยหรอ ถ้าพ่อขิตก็มาเอาไปเผาด้วย เราเป็นห่วงพ่อนะคะกลัวเขาเป็นอะไรเราจึงคอยรับฟังเขาให้กำลังใจเขาและพยายามใช้ชีวิตตัวเองให้ไม่ไปเป็นภาระเขาเพิ่มแม้เราจะไม่มีเงินไปช่วยเหลือเขา แต่เขาก็ยังคงคิดว่าเราไม่ห่วงใยเขา ไม่คิดจะช่วยเหลือเขา ตอนนี้เราค่อนข้างสับสนและเหนื่อยมากค่ะ เริ่มไม่รู้แล้วค่ะว่า สิ่งที่เราทำอยู่มันเพียงพอหรือยัง อยากได้มุมมองจากคนนอกว่าในสถานการณ์แบบนี้เราควรจะทำยังไงดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่