ปืนเล็กยาว H&R M14 "Guerrilla Gun" (หรือที่ในวงการนักสะสมมักเรียกขานอย่างไม่เป็นทางการว่า Jungle Model หรือ Bush Gun) เป็นปืนประวัติศาสตร์และรุ่นทดลอง (Experimental Variant) ที่หายากยิ่งของตระกูล M14 พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Harrington & Richardson (H&R) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาผลิตปืน M14 หลักให้แก่กองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับ Springfield Armory, Winchester และ TRW ในช่วงทศวรรษ 1960
ที่มาและวัตถุประสงค์ในการพัฒนา
ในช่วงต้นของสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐฯ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษเริ่มตระหนักว่า ปืน M14 รุ่นมาตรฐานความยาวลำกล้อง 22 นิ้ว เทอะทะเกินไปสำหรับการรบในป่าดิบชื้น (Jungle Warfare) ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้สูง นอกจากนี้กองกำลังพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น ทหารเวียดนามใต้) มักจะมีสรีระร่างกายเล็ก ทำให้การควบคุมปืน M14 ขนาดมาตรฐานและแรงถอย (Recoil) ขนาด 7.62x51mm NATO เป็นไปได้ยาก
บริษัท H&R จึงได้ดัดแปลงทดลองสร้างปืน M14 ให้มีขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาและคล่องตัวสูงขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้โดยเฉพาะ
ลักษณะเฉพาะและการดัดแปลงทางเทคนิค
ลำกล้องที่สั้นลง (Shortened Barrel) ตัดความยาวลำกล้องลงจากเดิม 22 นิ้ว เหลือเพียงประมาณ 17.5 นิ้ว (ลดลงไปราว 4.5 นิ้ว) เพื่อลดความยาวรวมของปืนเพิ่มความคล่องตัวในพื้นที่แคบ
ลดขนาดและน้ำหนักเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของลำกล้องถูกรีดให้บางลงอย่างมากเพื่อลดน้ำหนักส่วนหน้าของตัวปืน
ปลอกลดแสงทรงกรวยเนื่องจากลำกล้องที่สั้นลงส่งผลให้แรงขับดันของดินปืนเผาไหม้ไม่หมดภายในลำกล้องก่อให้เกิดเปลวไฟที่ปากลำกล้อง (Muzzle Flash) ขนาดใหญ่ H&R จึงติดตั้งปลอกลดแสงทรงกรวยขนาดใหญ่เพื่อกระจายแรงดันและลดแสงวับวาบ
พานท้ายพับและด้ามจับแบบพิเศษตัวทดลองบางกระบอกในซีรีส์นี้ถูกติดตั้งด้วยพานท้ายโลหะพับใต้ตัวปืน (Under-folding Stock) และเพิ่มด้ามจับแบบ Pistol Grip เพื่อเพิ่มพกพาสะดวกและน้ำหนักเบาที่สุด
ประสิทธิภาพและการใช้งานในทางปฏิบัติ
ปัญหาระบบยิงรัว (Full-Auto Control) ปืน M14 รุ่นปกติขนาด 7.62 NATO เมื่อยิงอัตโนมัติก็ควบคุมได้ยากมากอยู่แล้ว เมื่อนำมาทำเป็นรุ่น Guerrilla/Jungle Model ที่ตัวปืนน้ำหนักเบาลงและลำกล้องสั้นลง ทำให้แรงสะท้อนถอยหลัง (Recoil) และอาการปากลำกล้องเชิด (Muzzle Climb) รุนแรงเกินกว่าจะควบคุมทิศทางกระสุนให้แม่นยำได้ในการยิงเป็นชุด
เสียงและแรงอัด (Muzzle Blast) ลำกล้องที่สั้นลงในขนาดกระสุน 7.62x51mm ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นและแรงอัดอากาศกระแทกผู้ยิงอย่างรุนแรง
ระยะยิงหวังผลลดลง: ความเร็ววิถีกระสุน (Muzzle Velocity) ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับลำกล้องมาตรฐานทำให้ประสิทธิภาพในระยะไกลสูญเสียไป
บทสรุปและสถานะในปัจจุบัน
ไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าประจำการ: โครงการย่อขนาด M14 สำหรับสงครามป่าไม่อาจแก้ไขข้อจำกัดทางกายภาพของขนาดกระสุน 7.62 NATO ได้ กองทัพสหรัฐฯ จึงหันไปให้ความสนใจกับปืนที่ใช้กระสุนขนาดเล็กกว่าอย่าง AR-15 / M16 (5.56x45mm NATO) และ CAR-15 / XM177 ซึ่งตอบโจทย์การรบในป่าและการยิงคุมกลุ่มกระสุนโหมด Full-Auto ได้ดีกว่าอย่างสิ้นเชิง
ปืนต้นแบบหายาก
ปืน H&R M14 Guerrilla/Jungle Model ผลิตออกมาในจำนวนที่น้อยมากๆ (ส่วนใหญ่จดทะเบียนในหมายเลขซีเรียลหมวดทดลอง X-40) ในเวลาต่อมาหลังช่วงทศวรรษ 1980 ปืนรุ่นนี้บางส่วนถูกปล่อยขายสู่ตลาดพลเรือนและนักสะสมในสหรัฐฯ ในฐานะปืนกลอัตโนมัติที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (NFA Transferable Machine Gun) ตัวปืนดั้งเดิมสภาพสมบูรณ์ถือเป็นปืนประวัติศาสตร์ระดับของสะสมหายาก (Rare Experimental Prototype) ของตระกูล M14
https://auctions.morphyauctions.com/_N__HIGHLY_DESIRABLE_HIGH_CONDITION__JUNGLE_MODEL_-LOT668669.aspx
https://www.thearmorylife.com/mystery-m14-guerrilla-gun/
สวัสดีครับ
สารานุกรมปืนตอนที่ 2413 H&R M14 "Guerrilla Gun"
ที่มาและวัตถุประสงค์ในการพัฒนา
ในช่วงต้นของสงครามเวียดนาม กองทัพสหรัฐฯ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษเริ่มตระหนักว่า ปืน M14 รุ่นมาตรฐานความยาวลำกล้อง 22 นิ้ว เทอะทะเกินไปสำหรับการรบในป่าดิบชื้น (Jungle Warfare) ที่มีความหนาแน่นของต้นไม้สูง นอกจากนี้กองกำลังพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น ทหารเวียดนามใต้) มักจะมีสรีระร่างกายเล็ก ทำให้การควบคุมปืน M14 ขนาดมาตรฐานและแรงถอย (Recoil) ขนาด 7.62x51mm NATO เป็นไปได้ยาก
บริษัท H&R จึงได้ดัดแปลงทดลองสร้างปืน M14 ให้มีขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาและคล่องตัวสูงขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้โดยเฉพาะ
ลักษณะเฉพาะและการดัดแปลงทางเทคนิค
ลำกล้องที่สั้นลง (Shortened Barrel) ตัดความยาวลำกล้องลงจากเดิม 22 นิ้ว เหลือเพียงประมาณ 17.5 นิ้ว (ลดลงไปราว 4.5 นิ้ว) เพื่อลดความยาวรวมของปืนเพิ่มความคล่องตัวในพื้นที่แคบ
ลดขนาดและน้ำหนักเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของลำกล้องถูกรีดให้บางลงอย่างมากเพื่อลดน้ำหนักส่วนหน้าของตัวปืน
ปลอกลดแสงทรงกรวยเนื่องจากลำกล้องที่สั้นลงส่งผลให้แรงขับดันของดินปืนเผาไหม้ไม่หมดภายในลำกล้องก่อให้เกิดเปลวไฟที่ปากลำกล้อง (Muzzle Flash) ขนาดใหญ่ H&R จึงติดตั้งปลอกลดแสงทรงกรวยขนาดใหญ่เพื่อกระจายแรงดันและลดแสงวับวาบ
พานท้ายพับและด้ามจับแบบพิเศษตัวทดลองบางกระบอกในซีรีส์นี้ถูกติดตั้งด้วยพานท้ายโลหะพับใต้ตัวปืน (Under-folding Stock) และเพิ่มด้ามจับแบบ Pistol Grip เพื่อเพิ่มพกพาสะดวกและน้ำหนักเบาที่สุด
ประสิทธิภาพและการใช้งานในทางปฏิบัติ
ปัญหาระบบยิงรัว (Full-Auto Control) ปืน M14 รุ่นปกติขนาด 7.62 NATO เมื่อยิงอัตโนมัติก็ควบคุมได้ยากมากอยู่แล้ว เมื่อนำมาทำเป็นรุ่น Guerrilla/Jungle Model ที่ตัวปืนน้ำหนักเบาลงและลำกล้องสั้นลง ทำให้แรงสะท้อนถอยหลัง (Recoil) และอาการปากลำกล้องเชิด (Muzzle Climb) รุนแรงเกินกว่าจะควบคุมทิศทางกระสุนให้แม่นยำได้ในการยิงเป็นชุด
เสียงและแรงอัด (Muzzle Blast) ลำกล้องที่สั้นลงในขนาดกระสุน 7.62x51mm ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นและแรงอัดอากาศกระแทกผู้ยิงอย่างรุนแรง
ระยะยิงหวังผลลดลง: ความเร็ววิถีกระสุน (Muzzle Velocity) ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับลำกล้องมาตรฐานทำให้ประสิทธิภาพในระยะไกลสูญเสียไป
บทสรุปและสถานะในปัจจุบัน
ไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าประจำการ: โครงการย่อขนาด M14 สำหรับสงครามป่าไม่อาจแก้ไขข้อจำกัดทางกายภาพของขนาดกระสุน 7.62 NATO ได้ กองทัพสหรัฐฯ จึงหันไปให้ความสนใจกับปืนที่ใช้กระสุนขนาดเล็กกว่าอย่าง AR-15 / M16 (5.56x45mm NATO) และ CAR-15 / XM177 ซึ่งตอบโจทย์การรบในป่าและการยิงคุมกลุ่มกระสุนโหมด Full-Auto ได้ดีกว่าอย่างสิ้นเชิง
ปืนต้นแบบหายาก
ปืน H&R M14 Guerrilla/Jungle Model ผลิตออกมาในจำนวนที่น้อยมากๆ (ส่วนใหญ่จดทะเบียนในหมายเลขซีเรียลหมวดทดลอง X-40) ในเวลาต่อมาหลังช่วงทศวรรษ 1980 ปืนรุ่นนี้บางส่วนถูกปล่อยขายสู่ตลาดพลเรือนและนักสะสมในสหรัฐฯ ในฐานะปืนกลอัตโนมัติที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย (NFA Transferable Machine Gun) ตัวปืนดั้งเดิมสภาพสมบูรณ์ถือเป็นปืนประวัติศาสตร์ระดับของสะสมหายาก (Rare Experimental Prototype) ของตระกูล M14
https://auctions.morphyauctions.com/_N__HIGHLY_DESIRABLE_HIGH_CONDITION__JUNGLE_MODEL_-LOT668669.aspx
https://www.thearmorylife.com/mystery-m14-guerrilla-gun/