ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 402 สิงหาคม 2556 ว่า ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสหวัดได้โดยตรง มีเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น แต่มนุษย์ก็สั่งสมภูมิปัญญาเรื่องอาหารต้านหวัดมานาน และ "ซุปไก่" คือหนึ่งในนั้น
🔬 มีการศึกษาในหลอดทดลองของ ดร.สตีเฟน เรนนาร์ด แห่งมหาวิทยาลัยเนบราสกา พบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลด์เข้าสู่เนื้อเยื่อปอด ช่วยลดการอักเสบและลดอาการไอได้ แม้จะชงจากซุปไก่ผงสำเร็จรูปก็ยังพอมีฤทธิ์ เพราะในเนื้อไก่มีกรดอะมิโนตามธรรมชาติชื่อ ซีสเทอีน (cysteine) ที่ละลายในน้ำซุปเมื่อต้ม และมีโครงสร้างคล้ายยาขับเสมหะที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือ อะเซทิลซีสเทอีน (acetylcysteine)
🧄 ส่วนกระเทียม ก็มีงานวิจัยในหนูถีบจักรของญี่ปุ่นพบว่า สารสกัดกระเทียมดอง (AGE) กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี มีประสิทธิผลป้องกันหวัดได้เทียบเท่าวัคซีนในการทดลองนั้น ส่วนหอมหัวใหญ่มีสารเคอร์ซิติน (quercetin) ที่ต้านไวรัสหวัดและต้านฮิสตามีนไปพร้อมกัน
⚠️
ข้อควรรู้ : ซุปไก่และสมุนไพรเหล่านี้ช่วย "บรรเทาอาการ" และ "ป้องกันการไอซ้ำซ้อน" ไม่ใช่ยารักษาไวรัสหวัดโดยตรงนะครับ ควรกินคู่กับการพักผ่อนให้พอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับแสงแดดอย่างเหมาะสมด้วย
ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 34 ฉบับที่ 402 สิงหาคม 2556
🍲 หวัดถามหาทุกทีที่อากาศเปลี่ยน ซุปไก่บ้านๆ นี่แหละตัวช่วยที่ไม่ต้องพึ่งยา
🔬 มีการศึกษาในหลอดทดลองของ ดร.สตีเฟน เรนนาร์ด แห่งมหาวิทยาลัยเนบราสกา พบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลด์เข้าสู่เนื้อเยื่อปอด ช่วยลดการอักเสบและลดอาการไอได้ แม้จะชงจากซุปไก่ผงสำเร็จรูปก็ยังพอมีฤทธิ์ เพราะในเนื้อไก่มีกรดอะมิโนตามธรรมชาติชื่อ ซีสเทอีน (cysteine) ที่ละลายในน้ำซุปเมื่อต้ม และมีโครงสร้างคล้ายยาขับเสมหะที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือ อะเซทิลซีสเทอีน (acetylcysteine)
🧄 ส่วนกระเทียม ก็มีงานวิจัยในหนูถีบจักรของญี่ปุ่นพบว่า สารสกัดกระเทียมดอง (AGE) กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี มีประสิทธิผลป้องกันหวัดได้เทียบเท่าวัคซีนในการทดลองนั้น ส่วนหอมหัวใหญ่มีสารเคอร์ซิติน (quercetin) ที่ต้านไวรัสหวัดและต้านฮิสตามีนไปพร้อมกัน
⚠️ ข้อควรรู้ : ซุปไก่และสมุนไพรเหล่านี้ช่วย "บรรเทาอาการ" และ "ป้องกันการไอซ้ำซ้อน" ไม่ใช่ยารักษาไวรัสหวัดโดยตรงนะครับ ควรกินคู่กับการพักผ่อนให้พอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับแสงแดดอย่างเหมาะสมด้วย
ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 34 ฉบับที่ 402 สิงหาคม 2556