เจาะกลยุทธ์ ete (เอเต้): แบรนด์ไอศกรีมสัญชาติไทย กับการสร้าง "จักรวาลรสชาติ" เพื่อครองใจผู้บริโภค
ในตลาดไอศกรีมที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น ทั้งจากแบรนด์ต่างชาติระดับโลกและแบรนด์ท้องถิ่น ete (เอเต้) คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่โดดเด่นขึ้นมาด้วย
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างผ่าน "รสชาติ" ที่หลากหลายจนถูกเรียกว่ามี "จักรวาลรสชาติ" เป็นของตัวเอง
เบื้องหลังการใช้รสชาติสร้างจุดแข็งทางธุรกิจของ ete สรุปได้ดังนี้:
1. ผสานเสน่ห์ Local และความพรีเมียมระดับ International
ete ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่รสชาติไอศกรีมแบบตะวันตกยอดนิยม แต่เลือกนำวัตถุดิบและรสชาติความเป็นไทยที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ชาไทย, กะทิ, หรือถั่วดำ มาพัฒนาในรูปแบบพรีเมียม ควบคู่ไปกับการนำเสนอInter-flavors อย่าง Pistachio และ Earl Grey ตอบโจทย์ทั้งคนที่ชอบรสชาติคุ้นเคยและคนที่มองหาความแปลกใหม่
2. กระจายกลุ่มเป้าหมายด้วยพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย
การสร้างจักรวาลรสชาติช่วยให้ ete สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่อาจไม่ถนัดไอศกรีมนมสไตล์ตะวันตก แต่ชื่นชอบไอศกรีมรสชาติตามตำรับไทยหรือรสชาตินุ่มนวลจากชาและวัตถุดิบธรรมชาติ
3. สร้างประสบการณ์ "ไม่ซ้ำเดิม" เพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำ
ความหลากหลายของรสชาติในไลน์สินค้า ทั้งแบบถ้วย แบบแท่ง และรสชาติตามฤดูกาล ช่วยลดความเจือจางของแบรนด์ (Brand Fatigue) ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากทดลองรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ ทุกครั้งที่เห็นตู้ไอศกรีม ete จึงเหมือนกับการได้สำรวจรสชาติใหม่ๆ ไม่รู้จบ
4. ยึดพื้นที่ในใจด้วยความเป็นแบรนด์ไทยคุณภาพ
การสร้างความหลากหลายโดยไม่ทิ้งมาตรฐานวัตถุดิบ ทำให้ ete สามารถชูจุดขายความเป็นแบรนด์ไอศกรีมสัญชาติไทยที่เข้าใจลิ้นและรสนิยมคนไทยอย่างแท้จริง สร้างความภาคภูมิใจและผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
การทำธุรกิจในตลาดที่มีตัวเลือกมากมาย ete พิสูจน์ให้เห็นว่า "รสชาติ" ไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณลักษณะของสินค้า แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างภาพจำ และพาแบรนด์ไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในแบบฉบับของตัวเอง
ที่มา Youtube Marketeeronline
ete (เอเต้) กับกลยุทธ์ "รสชาติสร้างแบรนด์" เบื้องหลังจักรวาลไอศกรีมสัญชาติไทย
ในตลาดไอศกรีมที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้น ทั้งจากแบรนด์ต่างชาติระดับโลกและแบรนด์ท้องถิ่น ete (เอเต้) คือหนึ่งในแบรนด์ไทยที่โดดเด่นขึ้นมาด้วย
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างผ่าน "รสชาติ" ที่หลากหลายจนถูกเรียกว่ามี "จักรวาลรสชาติ" เป็นของตัวเอง
เบื้องหลังการใช้รสชาติสร้างจุดแข็งทางธุรกิจของ ete สรุปได้ดังนี้:
1. ผสานเสน่ห์ Local และความพรีเมียมระดับ International
ete ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่รสชาติไอศกรีมแบบตะวันตกยอดนิยม แต่เลือกนำวัตถุดิบและรสชาติความเป็นไทยที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ชาไทย, กะทิ, หรือถั่วดำ มาพัฒนาในรูปแบบพรีเมียม ควบคู่ไปกับการนำเสนอInter-flavors อย่าง Pistachio และ Earl Grey ตอบโจทย์ทั้งคนที่ชอบรสชาติคุ้นเคยและคนที่มองหาความแปลกใหม่
2. กระจายกลุ่มเป้าหมายด้วยพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย
การสร้างจักรวาลรสชาติช่วยให้ ete สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่อาจไม่ถนัดไอศกรีมนมสไตล์ตะวันตก แต่ชื่นชอบไอศกรีมรสชาติตามตำรับไทยหรือรสชาตินุ่มนวลจากชาและวัตถุดิบธรรมชาติ
3. สร้างประสบการณ์ "ไม่ซ้ำเดิม" เพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำ
ความหลากหลายของรสชาติในไลน์สินค้า ทั้งแบบถ้วย แบบแท่ง และรสชาติตามฤดูกาล ช่วยลดความเจือจางของแบรนด์ (Brand Fatigue) ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากทดลองรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ ทุกครั้งที่เห็นตู้ไอศกรีม ete จึงเหมือนกับการได้สำรวจรสชาติใหม่ๆ ไม่รู้จบ
4. ยึดพื้นที่ในใจด้วยความเป็นแบรนด์ไทยคุณภาพ
การสร้างความหลากหลายโดยไม่ทิ้งมาตรฐานวัตถุดิบ ทำให้ ete สามารถชูจุดขายความเป็นแบรนด์ไอศกรีมสัญชาติไทยที่เข้าใจลิ้นและรสนิยมคนไทยอย่างแท้จริง สร้างความภาคภูมิใจและผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
การทำธุรกิจในตลาดที่มีตัวเลือกมากมาย ete พิสูจน์ให้เห็นว่า "รสชาติ" ไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณลักษณะของสินค้า แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สร้างภาพจำ และพาแบรนด์ไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในแบบฉบับของตัวเอง
ที่มา Youtube Marketeeronline