🕶️
บอสพาชิม in Bangkok: JAKAWAAN - สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติอาหารตะวันออกผ่านเลนส์ของ Visual Gastronomy
JAKAWAAN ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารเปิดใหม่ (New Opening) ที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 บนทำเลทองหล่อ บริเวณระหว่างซอย 9 และ 11 ร้านนี้เป็นผลงานของ Chef Nik (@royalebrat) อดีต Food Stylist และ Food Designer ชั้นแนวหน้า ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการออกแบบภาพลักษณ์อาหารให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ เชฟได้นำสูตรอาหารของคุณยายจากอ่างศิลา มาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด Thaipas & Samrub Dining เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยภาคตะวันออกให้คนเมืองกรุงได้ลิ้มลอง
ด้วยลายเซ็นของเชฟที่เน้น "Visual Gastronomy" อาหารทุกจานจึงได้รับการจัดจานอย่างงดงามในระดับนิตยสาร ควบคู่ไปกับความเคารพในวัตถุดิบท้องถิ่นและรสมือแบบภาคตะวันออก อาหารมื้อนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินทางกลับสู่รากเหง้าผ่านเลนส์ของงานศิลปะที่สวยงาม ทางร้านเสิร์ฟทั้งแบบ À la carte และ Set Menu แบบ "สำรับ" ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่สร้างสมดุลระหว่างความประณีตน่าตื่นเต้นแบบ Fine dining และความอร่อยเรียบง่ายของการล้อมวงทานข้าว
เมนูเซตถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มต้นด้วย
อาหารว่าง (Appetizers) 4 เมนู ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ จากนั้นจึงเข้าสู่
อาหารจานหลัก (Main Dishes) ที่เสิร์ฟแบบสำรับกับข้าวไทยแบบดั่งเดิมหลายชนิดเพื่อให้ทานร่วมกัน และจบด้วย
ของหวาน (Desserts) ถือเป็นจุดบาลานซ์ที่ลงตัวของคนที่อยากทานอาหารอร่อยแบบง่ายๆอยากสำรับอาหารไทยและความสนุกตื่นเต้นค้นหาสิ่งแปลกใหม่แบบ Fine dining
ขอบคุณผู้ร่วมโต๊ะที่น่ารักอย่างพี่มณตรี พี่อร ไอด้า พี่โจ้และพี่แป้ง
🍽️
ศิลปะแห่งรสชาติในมื้อนี้:
รสเริ่ม (Appetizers): โครงสร้างเมนูเริ่มต้นด้วยอาหารว่าง 4 เมนูเพื่อเปิดต่อมรับรส
ฮื่อแซ (Hue Sae): ปลาดิบสไตล์จีนที่ถูกนำมาตีความแบบ Refine โดยใช้ปลาแอมเบอร์แจ็คเนื้อแน่นนุ่ม ห่อเป็นแซนด์วิชคู่กับหัวราดิช ราดด้วยน้ำจิ้มถั่วตัดรสหวานอมเปรี้ยวแบบตะวันออก เชฟปรับสูตรคุณยายโดยใส่น้ำข่าที่ให้ความรู้สึกปร่าลิ้นและน้ำมันผักชี ก่อนออนท็อปด้วยน้ำมะกรูดและผิวมะนาว จานนี้โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมข่านำ ผสานกับขึ้นฉ่ายอ่อนและเท็กซ์เจอร์กรุบกรอบของถั่วตัดได้อย่างสนุกสนาน
ค้างคาวเผือก: อาหารว่างโบราณที่นำเสนอในรูปแบบเผือกทอดสไตล์ฮ่องกง ด้านในสอดไส้กระฉีก (มะพร้าวทึนทึกกวน) และมันกุ้งเบาๆ ท็อปด้วยแตงกวาสดและเจลน้ำอาจาด รสเผือกมีความชัดเจนและเนื้อเบา แม้ว่าผิวสัมผัสจะค่อนข้างแข็งไปสักนิดในมุมมองของผม (หากทอดให้ฟูกว่านี้จะสมบูรณ์แบบมาก) ไส้ด้านในมีรสหวานนำ กลิ่นมะพร้าวไม่ตะโกนมากนัก แต่ปิดท้ายด้วยความเค็มมันอ่อนๆ ของมันกุ้งและสามเกลอ
ไก่กอและ: ไก่สะโพกเนื้อนุ่มเด้งย่างแบบไทยหมักสามเกลอ ราดด้วยซอสกอและรสร้อนนำ หอมกลิ่นยี่หร่าและมะพร้าวคั่ว พร้อมมิติรสเขียวร้อนจากเม็ดผักชีดองที่ช่วยเสริมความซับซ้อนโดยไม่ทิ้งความเผ็ดร้อนค้างในปาก
บทพักรส (Palate Cleanser):
กรานิต้า แตงโม ปลาแห้ง: กรานิต้าแตงโมและดอกดาหลาที่ให้ความสดชื่น เติมมะนาวเบาๆ มีรสหวานนำจากน้ำตาลมะพร้าวคั่ว หอมเย็นและมีรสฉุนอ่อนๆ ของดอกดาหลาดองปิดท้าย ตัวปลาแห้งป่นอาจจะน้อยไปนิด ทำให้รสเค็มยังไม่ค่อยออกชัดเจนนัก
รสสำรับ (Main Course): เสิร์ฟเป็นสำรับกับข้าวไทยแบบดั้งเดิมให้ทานร่วมกัน
ยำตะไคร้ส้มโอ แจงลอนย่าง: ยำสไตล์ซาวน้ำที่จัดเรียงมาอย่างวิจิตร น้ำยำกะทิตะไคร้หัวหอมแดงคลุกเคล้ากับส้มโอ แจงลอนปลา (เนื้อปลาขูดนวดเครื่องแกงนำไปย่าง) ไข่นกกระทา กุ้งแห้งคั่วน้ำตาล พริก และขมิ้น รสชาติละมุนครีมมี่ มีซิตรัสขึ้นนำ ตามด้วยความเผ็ดจากลูกโดดและความฉุนของหอมแดง ปิดท้ายด้วยรสเปรี้ยวของระกำจากระยองและกลิ่นมะกรูด เป็นจานที่มีมิติรสชาติสวยงามมาก
เซทน้ำพริก: เสิร์ฟพร้อมผักสดและผักลวก ผมเลือกน้ำพริกมะกรูดที่ใส่มะม่วงเปรี้ยวและมะอึก ให้รสสดชื่น หวานอมเปรี้ยวนำ เผ็ดอ่อนๆ และมีกลิ่นขมบางๆ ของน้ำมะกรูด (เป็นจานที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว) ส่วนน้ำพริกกะปิสูตรคุณยาย รสชาติเค็มละมุน ไม่จัดจ้านเกินไป ทานคู่กับปลาทอดและชะอมทอดได้ดีเยี่ยม
แกงคั่วปลาดุกใบยี่หร่า: 🕶️
"จานนี้อร่อยจนบอสต้องขอถอดแว่นชิม" นี่คือซิกเนเจอร์ของเชฟที่ทำออกมาในรูปแบบ Roulade ปลาดุกม้วน โดยยัดไส้ห่อหมกปลาดุกย่างไว้ด้านใน เสิร์ฟคู่กับแกงคั่วใบยี่หร่ารสชาติเผ็ดร้อนจากพริกไทย เนื้อปลาดุกนุ่มละมุน ไร้กลิ่นดินโดยสิ้นเชิง เมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสทั้งห่อหมกและแกงคั่วในคำเดียว
แกงมัสมั่น: มัสมั่นของที่นี่มีเอกลักษณ์ด้วยการใส่น้ำส้มซ่าในปริมาณมาก รสแกงไม่ร้อนยี่หร่าแต่มีกลิ่นลูกผักชีนำ โดดเด่นด้วยรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมของผิวส้มซ่าที่ชัดเจน
ผัดโอชุน ปลาเค็มฟู: ผักโอชุน (Celtuce) ผัดด้วยไฟแรงแบบ Wok ตัวผักเนื้อกรอบนุ่มไร้เสี้ยน ตัดรสด้วยความเค็มอมหวานจากปลากุเลาตากใบป่นชั้นดีที่โรยมาด้านบน
ทอดมันกุ้งแม่น้ำโบราณ: เมนูหาทานยากที่เสิร์ฟพร้อมหัวกุ้งย่าง เนื้อกุ้งเด้งรสกลมกล่อม ส่วนมันจากหัวกุ้งย่างนั้นแนะนำให้นำมาคลุกข้าวสวยร้อนๆ จะไม่ทำให้เสียของ
ต้มจืดปลาอินทรีใส่ลูกสมอดองและหมูสามชั้น: ต้มจืดสไตล์ตะวันออกที่ชูวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างลูกสมอและปลาอินทรี ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยหมูสามชั้น
รสหวาน (Desserts):
ปิดท้ายมื้อด้วยความสนุกของ
สารพัดขนมไทย ที่มักพบได้ตามร้านของฝาก (หม้อแกง, ขนมตาล, ทองม้วน, สังขยา, เค้กใบเตย)
เสิร์ฟคู่กับ
ขนมครก และ หินฝนทอง ทานร่วมกับชาชงสดกระเจี๊ยบดาหลาโฮมเมดที่ช่วยล้างปากได้อย่างหมดจด
The Verdict (บทสรุปของบอส)
JAKAWAAN ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารเปิดใหม่ แต่เป็นนิทรรศการศิลปะบนจานอาหารที่เชิดชูความทรงจำและรสชาติพื้นถิ่นของภาคตะวันออกได้อย่างสมศักดิ์ศรี การร้อยเรียงเมนูตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้ายสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งกลิ่น รสสัมผัส และอุณหภูมิ ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในความงามแบบ Fine Dining แต่ยังคงโหยหารสชาติอันอบอุ่นของการล้อมวงทานข้าวแบบสำรับไทย
📍
Visit: JUN 2026
💰
The Boss's Bill: AD
🌐
Booking: ติดต่อผ่านช่องทางของร้าน JAKAWAAN (ทองหล่อ)
🗺เเผนที่:
https://maps.app.goo.gl/MUfFh9WWybRhetCJ7
⌨️เว็บไซต์ร้าน:
https://www.facebook.com/jakawaanbkk
#บอสพาชิม #eatliketheboss #Gastronomy #FineDining #JAKAWAAN #Bangkok #michelinguide #michelinstar #tatlerdining #bestchefaward
[SR] 🕶️ บอสพาชิม in Bangkok: JAKAWAAN - สัมผัสศิลปะแห่งรสชาติอาหารตะวันออกผ่านเลนส์ของ Visual Gastronomy
JAKAWAAN ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารเปิดใหม่ (New Opening) ที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 บนทำเลทองหล่อ บริเวณระหว่างซอย 9 และ 11 ร้านนี้เป็นผลงานของ Chef Nik (@royalebrat) อดีต Food Stylist และ Food Designer ชั้นแนวหน้า ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในการออกแบบภาพลักษณ์อาหารให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ เชฟได้นำสูตรอาหารของคุณยายจากอ่างศิลา มาตีความใหม่ภายใต้แนวคิด Thaipas & Samrub Dining เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของอาหารไทยภาคตะวันออกให้คนเมืองกรุงได้ลิ้มลอง
ด้วยลายเซ็นของเชฟที่เน้น "Visual Gastronomy" อาหารทุกจานจึงได้รับการจัดจานอย่างงดงามในระดับนิตยสาร ควบคู่ไปกับความเคารพในวัตถุดิบท้องถิ่นและรสมือแบบภาคตะวันออก อาหารมื้อนี้จึงเปรียบเสมือนการเดินทางกลับสู่รากเหง้าผ่านเลนส์ของงานศิลปะที่สวยงาม ทางร้านเสิร์ฟทั้งแบบ À la carte และ Set Menu แบบ "สำรับ" ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่สร้างสมดุลระหว่างความประณีตน่าตื่นเต้นแบบ Fine dining และความอร่อยเรียบง่ายของการล้อมวงทานข้าว
เมนูเซตถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มต้นด้วย อาหารว่าง (Appetizers) 4 เมนู ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ จากนั้นจึงเข้าสู่ อาหารจานหลัก (Main Dishes) ที่เสิร์ฟแบบสำรับกับข้าวไทยแบบดั่งเดิมหลายชนิดเพื่อให้ทานร่วมกัน และจบด้วย ของหวาน (Desserts) ถือเป็นจุดบาลานซ์ที่ลงตัวของคนที่อยากทานอาหารอร่อยแบบง่ายๆอยากสำรับอาหารไทยและความสนุกตื่นเต้นค้นหาสิ่งแปลกใหม่แบบ Fine dining
ขอบคุณผู้ร่วมโต๊ะที่น่ารักอย่างพี่มณตรี พี่อร ไอด้า พี่โจ้และพี่แป้ง
🍽️ ศิลปะแห่งรสชาติในมื้อนี้:
รสเริ่ม (Appetizers): โครงสร้างเมนูเริ่มต้นด้วยอาหารว่าง 4 เมนูเพื่อเปิดต่อมรับรส
ฮื่อแซ (Hue Sae): ปลาดิบสไตล์จีนที่ถูกนำมาตีความแบบ Refine โดยใช้ปลาแอมเบอร์แจ็คเนื้อแน่นนุ่ม ห่อเป็นแซนด์วิชคู่กับหัวราดิช ราดด้วยน้ำจิ้มถั่วตัดรสหวานอมเปรี้ยวแบบตะวันออก เชฟปรับสูตรคุณยายโดยใส่น้ำข่าที่ให้ความรู้สึกปร่าลิ้นและน้ำมันผักชี ก่อนออนท็อปด้วยน้ำมะกรูดและผิวมะนาว จานนี้โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมข่านำ ผสานกับขึ้นฉ่ายอ่อนและเท็กซ์เจอร์กรุบกรอบของถั่วตัดได้อย่างสนุกสนาน
ค้างคาวเผือก: อาหารว่างโบราณที่นำเสนอในรูปแบบเผือกทอดสไตล์ฮ่องกง ด้านในสอดไส้กระฉีก (มะพร้าวทึนทึกกวน) และมันกุ้งเบาๆ ท็อปด้วยแตงกวาสดและเจลน้ำอาจาด รสเผือกมีความชัดเจนและเนื้อเบา แม้ว่าผิวสัมผัสจะค่อนข้างแข็งไปสักนิดในมุมมองของผม (หากทอดให้ฟูกว่านี้จะสมบูรณ์แบบมาก) ไส้ด้านในมีรสหวานนำ กลิ่นมะพร้าวไม่ตะโกนมากนัก แต่ปิดท้ายด้วยความเค็มมันอ่อนๆ ของมันกุ้งและสามเกลอ
ไก่กอและ: ไก่สะโพกเนื้อนุ่มเด้งย่างแบบไทยหมักสามเกลอ ราดด้วยซอสกอและรสร้อนนำ หอมกลิ่นยี่หร่าและมะพร้าวคั่ว พร้อมมิติรสเขียวร้อนจากเม็ดผักชีดองที่ช่วยเสริมความซับซ้อนโดยไม่ทิ้งความเผ็ดร้อนค้างในปาก
บทพักรส (Palate Cleanser):
กรานิต้า แตงโม ปลาแห้ง: กรานิต้าแตงโมและดอกดาหลาที่ให้ความสดชื่น เติมมะนาวเบาๆ มีรสหวานนำจากน้ำตาลมะพร้าวคั่ว หอมเย็นและมีรสฉุนอ่อนๆ ของดอกดาหลาดองปิดท้าย ตัวปลาแห้งป่นอาจจะน้อยไปนิด ทำให้รสเค็มยังไม่ค่อยออกชัดเจนนัก
รสสำรับ (Main Course): เสิร์ฟเป็นสำรับกับข้าวไทยแบบดั้งเดิมให้ทานร่วมกัน
ยำตะไคร้ส้มโอ แจงลอนย่าง: ยำสไตล์ซาวน้ำที่จัดเรียงมาอย่างวิจิตร น้ำยำกะทิตะไคร้หัวหอมแดงคลุกเคล้ากับส้มโอ แจงลอนปลา (เนื้อปลาขูดนวดเครื่องแกงนำไปย่าง) ไข่นกกระทา กุ้งแห้งคั่วน้ำตาล พริก และขมิ้น รสชาติละมุนครีมมี่ มีซิตรัสขึ้นนำ ตามด้วยความเผ็ดจากลูกโดดและความฉุนของหอมแดง ปิดท้ายด้วยรสเปรี้ยวของระกำจากระยองและกลิ่นมะกรูด เป็นจานที่มีมิติรสชาติสวยงามมาก
เซทน้ำพริก: เสิร์ฟพร้อมผักสดและผักลวก ผมเลือกน้ำพริกมะกรูดที่ใส่มะม่วงเปรี้ยวและมะอึก ให้รสสดชื่น หวานอมเปรี้ยวนำ เผ็ดอ่อนๆ และมีกลิ่นขมบางๆ ของน้ำมะกรูด (เป็นจานที่ผมชอบเป็นการส่วนตัว) ส่วนน้ำพริกกะปิสูตรคุณยาย รสชาติเค็มละมุน ไม่จัดจ้านเกินไป ทานคู่กับปลาทอดและชะอมทอดได้ดีเยี่ยม
แกงคั่วปลาดุกใบยี่หร่า: 🕶️ "จานนี้อร่อยจนบอสต้องขอถอดแว่นชิม" นี่คือซิกเนเจอร์ของเชฟที่ทำออกมาในรูปแบบ Roulade ปลาดุกม้วน โดยยัดไส้ห่อหมกปลาดุกย่างไว้ด้านใน เสิร์ฟคู่กับแกงคั่วใบยี่หร่ารสชาติเผ็ดร้อนจากพริกไทย เนื้อปลาดุกนุ่มละมุน ไร้กลิ่นดินโดยสิ้นเชิง เมื่อทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ จะให้ความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสทั้งห่อหมกและแกงคั่วในคำเดียว
แกงมัสมั่น: มัสมั่นของที่นี่มีเอกลักษณ์ด้วยการใส่น้ำส้มซ่าในปริมาณมาก รสแกงไม่ร้อนยี่หร่าแต่มีกลิ่นลูกผักชีนำ โดดเด่นด้วยรสหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมของผิวส้มซ่าที่ชัดเจน
ผัดโอชุน ปลาเค็มฟู: ผักโอชุน (Celtuce) ผัดด้วยไฟแรงแบบ Wok ตัวผักเนื้อกรอบนุ่มไร้เสี้ยน ตัดรสด้วยความเค็มอมหวานจากปลากุเลาตากใบป่นชั้นดีที่โรยมาด้านบน
ทอดมันกุ้งแม่น้ำโบราณ: เมนูหาทานยากที่เสิร์ฟพร้อมหัวกุ้งย่าง เนื้อกุ้งเด้งรสกลมกล่อม ส่วนมันจากหัวกุ้งย่างนั้นแนะนำให้นำมาคลุกข้าวสวยร้อนๆ จะไม่ทำให้เสียของ
ต้มจืดปลาอินทรีใส่ลูกสมอดองและหมูสามชั้น: ต้มจืดสไตล์ตะวันออกที่ชูวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างลูกสมอและปลาอินทรี ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยหมูสามชั้น
รสหวาน (Desserts):
ปิดท้ายมื้อด้วยความสนุกของ สารพัดขนมไทย ที่มักพบได้ตามร้านของฝาก (หม้อแกง, ขนมตาล, ทองม้วน, สังขยา, เค้กใบเตย)
เสิร์ฟคู่กับ ขนมครก และ หินฝนทอง ทานร่วมกับชาชงสดกระเจี๊ยบดาหลาโฮมเมดที่ช่วยล้างปากได้อย่างหมดจด
The Verdict (บทสรุปของบอส)
JAKAWAAN ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารเปิดใหม่ แต่เป็นนิทรรศการศิลปะบนจานอาหารที่เชิดชูความทรงจำและรสชาติพื้นถิ่นของภาคตะวันออกได้อย่างสมศักดิ์ศรี การร้อยเรียงเมนูตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้ายสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียด ทั้งกลิ่น รสสัมผัส และอุณหภูมิ ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในความงามแบบ Fine Dining แต่ยังคงโหยหารสชาติอันอบอุ่นของการล้อมวงทานข้าวแบบสำรับไทย
📍 Visit: JUN 2026
💰 The Boss's Bill: AD
🌐 Booking: ติดต่อผ่านช่องทางของร้าน JAKAWAAN (ทองหล่อ)
🗺เเผนที่: https://maps.app.goo.gl/MUfFh9WWybRhetCJ7
⌨️เว็บไซต์ร้าน: https://www.facebook.com/jakawaanbkk
#บอสพาชิม #eatliketheboss #Gastronomy #FineDining #JAKAWAAN #Bangkok #michelinguide #michelinstar #tatlerdining #bestchefaward
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้