ยายเราเป็นโรคอะไรกันแน่ ?

ยายเราตอนนี้อายุ 72 คือต้องเกริ่นก่อนว่ายายเรามีโรคประจำตัวคือโรคความดันและโรคกระเพาะ คืออาการมันเริ่มมาเป็นหนักเมื่อเดือนกันยา-ตุลา เมื่อปีที่แล้ว คืออาการเขาก็ปวดท้องหนัก แล้วก็มีอาการจี๊ดที่หน้าอกร่วมด้วย แต่ก็พาไปทั้งคลินิกโรงบาลก็ไม่หาย จนในที่สุดไปโรงบาลนึงหมอวินิฉัยได้ว่ายายเป็นนิ่วในถุงน้ำดี หลายก้อนพอสมควร คือมันก็มีวิธีแก้ทางเดียวคือผ่าตัด แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ผ่านะ เพราะว่านิ่วนั้นมันก็หายไปเอง ตอนนั้นทุกคนก็โล่งอกและ (เพราะช่วงนั้นตัวเราและแม่เหนื่อยกันมากเพราะพายายไปหาทั้งคลินิกและโรงบาลรวมๆแล้ว 4 ที่แล้วเข้า-ออกโรงบาลเป็นว่าเล่น)

แต่มาปีนี้ ประมาณเดือนมิถุนา - สิงหา ยายก็ป่วยอีกตอนแรกเขาบอกปวดเจ็บจี๊ดแปลบๆ ที่หน้าอกอีก แล้วก็ปวดท้อง ปวดหลัง พอพาไปคลินิกหมอบอกว่า อาการเจ็บจี๊ดที่หน้าอกอะเป็นที่กล้ามเนื้อเพราะว่ายายเราเป็นคนที่ชอบก้มเอี้ยวตัวบ่อยๆ ไม่ว่าจะเก็บขวดปลูกต้นไม้ ส่วนอาการปวดท้อง/ปวดหลังก็คือมาจากงูสวัดที่เป็นตรงท้องด้านขวา เราก็ว่าอยู่ว่าทำไมตอนนั้นมีตุ่มอะไรสักอย่างขึ้นตรงท้องยายเอายาทาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ตอนนั้นจำได้ว่าใช้เวลา 1 เดือนเต็มเลยกว่างูสวัดจะหายดีนะเป็นไม่เยอะ แต่พองูสวัดหายอาการปวดหลังมันก็ยังไม่หายสะทีเดียวนะเพราะว่า เหมือนยายยังทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมเช่น ออกกำลังกายที่แรงไป หรือจะเป็นการก้มเอี้ยวตัว ก็เลยบอกเขาให้ปรับแต่มันก็ยังไม่หายดี 100% แต่ก็ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน และอาการใหม่ก็เข้ามาแซมภายในไม่กี่สัปดาห์นั้นคืออาการปวดหัว ตอนแรกเราก็ให้เขากินยาพาราปกติและบอกให้เขาไม่ต้องคิดเยอะหรือเครียดจนเกินไป เขาก็ทำตามนะแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จนต้องไปคลินิกถึง 2 ที่ โรงบาลอีก 1 ที่ แถมมีการพึ่งทางความเชื่ออีก ก็ได้ความว่ายายเราน่าจะเครียดจนเกินไปเพราะยายเราเป็นคนที่คิดเยอะมากๆ ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวไม่ได้เลยนะเป็นคิด

แถมที่สำคัญสภาพแวดล้อมที่บ้านก็ไม่เอื้ออำนวย บ้านอื่นตายยายรักกันคอยดูแลกัน แต่ไม่ใช่กับบ้านเราตาจะว่ายายเราตลอดเวลาที่ป่วย "มันหลายโรค รักษากี่ที่ก็ไม่หาย" "กูแก่กว่ากูยังไม่เป็นอะไรเลย" "กินยานู้นกินยานี้ไม่หาย เหลืออย่างเดียวคือหายไปจากโลกนี้ดีกว่ามั้ง" คำพูดเหล่านั้นนี้แหล่ะที่ทำให้ยายเราคิดมากมีครั้งนึงวันนั้นจะพายายไปวัด แต่ยายบอกปวดหัวเลยให้แม่พาไปคลินิกเจ้าประจำและได้ยามากิน แม่เราก็ถามยายว่าคิดเยอะเรื่องอะไรยายเราตอบมาคำนึงซึ่งทำให้แม่เราก็ชงักและก็ไม่รู้จะตอบยังไงเพราะยายเราตอบว่า "แม่คิดว่า ตายแล้วจะไปไหน" มันเป็นคำถามที่แม้แต่เรากับแม่ก็ไม่รู้จะตอบยังไง เรากับแม่คุยกันเรื่องยายหลายต่อหลายครั้ง เพราะรู้สึกว่ายายเราเป็นโรคป่วยทางจิตด้วย มีการนั่งพูดคนเดียว มีอาการซึมๆ นอนไม่หลับถ้าไม่พึ่งยา แถมอาการล่าสุดที่กลับมาเป็นคือยายเราเป็นขัดเบาอีก เพราะก่อนหน้านี้กระเพาะปัสสาวะเขาก็เคยติดเชื้อมาแล้วรอบนึง คือเรากับแม่ก็จนปัญญาจริงๆ
ยายเราดูเหมือนจะเชื่อเรื่องของไสยศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ด้วยถึงขนาดที่ว่าโทษบุญวาสนาและพ่อแม่ที่เสียไปของตัวเอง มีครั้งนึงที่เขาป่วยหนักเขาถึงขั้นเอารูปพ่อแม่ของตัวเองที่เก็บในบ้านหลายต่อหลายปีไปทิ้งเพราะเชื่อว่าทำบุญให้ก็ยังจะเอาโรคภัยมาให้ หรือแม้แต่คอยโทษบุญวาสนาอยู่บ่อยๆ "ทำบูญก็แล้ว ใส่บาตรก็แล้ว กรวดน้ำให้ก็แล้ว ทำไมไม่ดีขึ้นเลย" เป็นคำที่เราได้ยินจนเอือมเราก็เฝ้าพยายามบอกหลายครั้งว่ามันไม่เกี่ยวกับบุญหรอกเพราะมันเกี่ยวกับพฤติกรรมของเราหลายครั้งที่ยายเราหมดเงินไปกับการทำบุญมากกว่าซื้อยาหรือไปหาหมออีกเพราะเขาเชื่อในแบบของเขา
จน ณ ตอนนี้ยายเราก็ยังไม่หายดีนะทุกคนยังมีอาการปวดหัว เวียนหัว ปวดท้อง ปวดหลัง จี๊ดหน้าอก คลื่นไส้ เครียด นอนไม่หลับ วนเวียนสลับกันโรคนี้หายโรคอื่นมาเป็นต่อ เราเลยอยากถามทุกคนว่าใครเคยประสบปัญหาแบบนี้ไหม แล้วแก้ยังไงดี
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่