.
อ.มุนินทร์ งง เหตุผลกกต.ฟ้องไอลอว์ คือไม่มั่นใจตัวเองโปร่งใส เลยให้ตำรวจสอบอีกชั้น?
.
จากกรณี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม กกต.แจ้งความดำเนินคดี iLaw กรณีเผยแพร่ความเห็นรองเลขาธิการ กกต. เกี่ยวกับคดีเลือก สว. นั้น
.
ล่าสุด วันเดียวกันนี้ รศ.ดร.
มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องดังกล่าวว่า
.
“ที่บอกว่า “การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย”
.
ตกลง คือ กกต. เองก็ไม่มั่นใจการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตัวเอง เลยต้องให้ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.? งงกันไปหมด ขนาดแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใส ก็ยังหาเหตุผลอธิบายให้ประชาชนเข้าใจไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วจะให้ประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ได้อย่างไร”
.
https://www.facebook.com/munin.pongsapan/posts/pfbid0GatJLcKPWUDfysFcuKnq1YNsRWsdPcVBscj7MwK5MC6gPbhU7Mj1bLSyV3xjFxazl
.
.
“ไอติม” ซัดโกง สว. อาชญากรรมทางประชาธิปไตย เตือน กกต. อย่าพาตัวเองเสี่ยงติดคุก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2955894
.
“ไอติม พริษฐ์” ซัดโกง สว. ไม่ใช่เพียงคดีทุจริต แต่อาจเป็นอาชญากรรมทางประชาธิปไตย เตือน กกต. อย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน ชวนเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องทั้ง 229 คน
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ
เฟซบุ๊กพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความเชิญชวนดูคลิปวิดีโอเจาะลึกขบวนการโกง สว. ความยาวเกือบ 5 นาที บรรยายโดย
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตอนหนึ่ง ระบุว่า คดีโกง สว. ไม่ใช่เพียงคดีทุจริตคดีหนึ่ง แต่อาจจะเป็นอาชญากรรมทางประชาธิปไตย หากขบวนการโกง สว. ทำสำเร็จโดยไม่มีใครต้องรับผิด ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ประเทศเราออกใบอนุญาตให้กับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งยึดกุมประเทศได้โดยไม่ต้องยึดโยงประชาชน
.
เหตุการณ์เลือก สว. ช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ถูกสังคมตั้งคำถามทุกสารทิศมีการโกงหรือไม่ จนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมตั้งคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทำงานร่วมกับดีเอสไอในการหาหลักฐานจนได้ข้อสรุปเมื่อปีที่แล้ว ว่า มีผู้มีมูลกระทำความผิดอย่างน้อย 229 คน ประกอบไปด้วย สว. 138 คน และเครือข่ายนักการเมืองพรรคการเมืองอีก 91 คน รวมถึงรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย อย่างน้อย 12 คน ที่นั่งอยู่ใน ครม. ชุดปัจจุบัน
.
นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงอีกหลายพฤติกรรมที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ เช่น การวางแผนการโกง แบ่งทีมตามจังหวัดนำโดยนักการเมืองบ้านใหญ่ การจ้างคนลงสมัคร การแอบอ้างข้างบน โน้มน้าวให้คนมาร่วมขบวนการ การให้ สว. เกิน 100 คน ที่ได้รับเลือก เซ็นใบลาออกล่วงหน้าเพื่อคุมทิศทางการลงมติ สว. ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ขบวนการโกง สว. ที่โจ่งแจ้งเกิดขึ้นได้ต่อหน้าต่อตา กกต. ทำสังคมเริ่มสงสัยว่า การที่ กกต. ปล่อยให้มีการโกงได้ขนาดนี้ เป็นเพราะ กกต. ปล่อยปะละเลย หรือเป็นเพราะ กกต. รู้เห็นเป็นใจกับขบวนการโกง สว. ดังกล่าว
...
มาถึงวันนี้หลังจาก กกต. เตะถ่วงคดีมาเกิน 2 ปี หลังจากอนุฯ ของ กกต.ชุดที่ 36 มีมติอันน่าทึ่งว่าไม่มีใครทำความผิดแม้แต่คนเดียว กกต. 7 คน ต้องลงมติชี้ขาดภายในต้นเดือนกันยายน ว่าจะสั่งฟ้องใครไปที่ศาลหรือจะตัดตอนให้เรื่องของใครไปไม่ถึงศาล จึงขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมกันส่งเสียงดังๆ ไปถึง กกต. อย่ายกคำร้องแม้หลักฐานชัด เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณของคนที่เลือกคุณเข้ามา
.
“อย่าเอาตัวเองมาเสี่ยงติดคุกเพื่อปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน ร่วมกันเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้อง สว. และเครือข่ายนักการเมือง ทั้ง 229 คน เพื่อทำลายกำแพงสีน้ำเงินที่กำลังยึดกุมประเทศโดยไม่ยึดโยงประชาชน”
.
https://www.facebook.com/reel/1853925138923128
.
.
สว.สำรอง บุกกระทรวงยุติธรรม จี้รัฐมนตรีหยุดล่าคนปล่อยเอกสารสำนวนลับ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2955901
.
สว.สำรอง บุกกระทรวงยุติธรรม จี้รัฐมนตรีหยุดล่าคนปล่อยเอกสารสำนวนลับ กลับมาเร่งรัดคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.จะดีกว่า
.
เมื่อเวลา 14.00 น. เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล พร้อมอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.สำรอง) และภาคประชาชนจำนวน 20 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้หยุดการก้าวก่าย แทรกแซง และฟ้องปิดปากพลเมืองดีผู้ที่ชี้เบาะแสในขบวนการทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือขบวนการล้มล้างการปกครอง โดยมี นายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับมอบแทน
.
นายอัครวัฒน์ เปิดเผยว่า วันนี้ภาคประชาชนและผู้ที่เคยสมัครสมาชิกวุฒิสภาปี 2567 มายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สืบเนื่องจากประเด็นร้อนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการนำสำนวนหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงการเลือกตั้ง สว. มาตีแผ่ให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งสะท้อนถึงการประวิงเวลา เตะถ่วง หรือดึงเรื่องไม่ให้คดีเดินทางไปถึงศาลฎีกา แม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถูกส่งไปยังหน่วยงานอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในฐานะหน่วยงานดูแลคดีฟอกเงินและอั้งยี่ซ่องโจร แต่คดีกลับยังคงอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและยิ่งนานวันยิ่งพบผู้เกี่ยวข้องลุกลามไปจนถึงประเด็นการล้มล้างการปกครอง ทำให้ข้าราชการผู้ใหญ่หลายคนอาจถูกมองว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการหรือไม่
.
นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การพบเห็นขบวนการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง แต่ทุกภาคส่วนรวมถึงกระทรวงยุติธรรมและองค์กรอิสระต้องร่วมมือกันนำพยานหลักฐานจากผู้ชี้เบาะแสมาเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่วันนี้กลับปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีพื้นหลังเป็นข้าราชการตำรวจ กลับมีความกระตือรือร้นเป็นพิเศษในการติดตามหาตัวผู้ปล่อยข่าวหรือนำเอกสารสำนวนมาลงโทษ แทนที่จะให้ความสำคัญกับการปกป้องคนดีที่นำความจริงมาตีแผ่ ทั้งที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ระบุไว้ชัดเจนว่าหากพบการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนและข้าราชการมีหน้าที่ต้องนำข้อเท็จจริงไปสู่การสืบสวนสอบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งสรุปสำนวนคดีของกลุ่มบุคคลที่ถูกออกหมายเรียกกว่า 229 คน ซึ่งประกอบด้วย สว. และผู้สนับสนุนจากพรรคการเมืองหรือบุคคลภายนอก อย่างตรงไปตรงมา โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนหยัดทำหน้าที่เพื่อประชาชนชาวไทยกว่า 60 ล้านคนอย่างเป็นกลาง ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่ง และหยุดตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเอาผิดผู้ที่นำเอกสารหลุดออกมาเปิดเผย...
ด้าน พ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้ง จ.สมุทรปราการ และอดีตที่ปรึกษากฎหมายกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนเคยมีความศรัทธาในองค์กรทั้ง กกต. และกรมคุ้มครองสิทธิฯ ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่เมื่อเข้าไปทำงานจริงกลับพบว่าตรงกันข้าม เหตุผลที่มีการนำเอกสารในสำนวนหลุดออกมานั้น เป็นเพราะผู้ปฏิบัติงานไม่เชื่อมั่นในการทำงานของ กกต. และเลขาธิการ กกต. อย่างนายแสวง โดยตนเคยเป็นผู้พบเบาะแสการทุจริต การฮั้ว และการทำโพยจัดตั้งที่เมืองทองธานี และได้แจ้งให้นายแสวงรับทราบ แต่นายแสวงกลับระบุว่าให้ปล่อยไปเพราะมีการวางแผนกันไว้แล้ว และเมื่อตนรายงานเรื่องดังกล่าวไปยังผู้บริหาร ประธานกลับเลือกที่จะช่วยเหลือกันและมองว่าตนโกหก
.
พ.ต.อ.มนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามกฎหมายกำหนดให้ กกต. มีอำนาจเวลา 1 ปีในการสะสางเรื่องนี้ให้ปรากฏความจริงและส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา แต่เวลาผ่านไปกว่า 2 ปีแล้วเรื่องก็ยังไม่คืบหน้า สร้างความกดดันให้กับประชาชนที่ต้องการเห็นความยุติธรรม พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดหน่วยงานที่ควรมีหน้าที่จับโกงการเลือกตั้ง กลับกลายมาเป็นผู้จัดระบบการเลือกตั้งเสียเอง ซึ่งตนได้เคยประกาศเรื่องนี้ในสภามาแล้ว และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ตนซึ่งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยากไม่มีเงินจ้างทนาย กลับถูก กกต. ปลดออกจากการเป็นที่ปรึกษาของกรมคุ้มครองสิทธิฯ
.
.
คุก หมอเหรียญทอง 3 ปี โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่ กล่าวหาเป็นแนวร่วมอริราชศัตรู
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5866050
.
คุก หมอเหรียญทอง 3 ปี โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่ กล่าวหาเป็นแนวร่วมอริราชศัตรู
.
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญามีคำพิพากษา จำคุก นพ.
เหรียญทอง แน่นหนา ผู้ก่อตั้ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นเวลา 3 ปี ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมปรับเงิน 300,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อีก 300,000 บาท
.
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวายงานว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ร้าน “
ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง” เป็นโจทก์ พล.ต.นพ.
เหรียญทอง แน่นหนา เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่ นพ.
เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาโจทก์ด้วยข้อความรุนแรงว่าเป็น “
แนวร่วมอริราชศัตรู” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจของโจทก์อย่างมาก
.
โจทก์ประกอบธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของร้าน “
ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง” ซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องและมีลูกค้ารู้จักจำนวนมาก ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “
เหรียญทอง แน่นหนา” ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ มีผู้ติดตามจำนวนมาก
.
โจทก์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 จำเลยใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเผยแพร่ข้อความพาดพิงถึงโจทก์หลายข้อความ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เป็น “
แนวร่วมอริราชศัตรู” เป็น “
เด็กอยากดัง” รวมทั้งแชร์โพสต์ของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาทระหว่างโจทก์กับจำเลย
.
โจทก์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นคนชั่วหรือคนเลว และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ อาชีพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร ทำให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปอาจไม่ต้องการคบค้าหรือใช้บริการ
.
โจทก์ยังอ้างว่า จำเลยเป็นบุคคลสาธารณะและมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กจำนวนมาก การเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์จึงสามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลจำนวนมากและถูกนำไปเผยแพร่ต่อได้ ส่งผลให้ความเสียหายยากต่อการเยียวยา
.
จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332 และ 393 พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท และดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลและข้อความขอโทษโจทก์ผ่านเฟซบุ๊กของจำเลยเป็นระยะเวลา 60 วัน
JJNY : 5in1 อ.มุนินทร์งง กกต.ฟ้อง│“ไอติม”ซัดโกงสว.│สว.สำรองบุกกท.ยุติธรรม│คุกเหรียญทองโพสต์หมิ่น│เนปาล-จีนระดมกู้ภัยอีก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5866921
.
อ.มุนินทร์ งง เหตุผลกกต.ฟ้องไอลอว์ คือไม่มั่นใจตัวเองโปร่งใส เลยให้ตำรวจสอบอีกชั้น?
.
จากกรณี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม กกต.แจ้งความดำเนินคดี iLaw กรณีเผยแพร่ความเห็นรองเลขาธิการ กกต. เกี่ยวกับคดีเลือก สว. นั้น
.
ล่าสุด วันเดียวกันนี้ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องดังกล่าวว่า
.
“ที่บอกว่า “การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย”
.
ตกลง คือ กกต. เองก็ไม่มั่นใจการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตัวเอง เลยต้องให้ตำรวจมาช่วยตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำหน้าที่ของ กกต.? งงกันไปหมด ขนาดแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใส ก็ยังหาเหตุผลอธิบายให้ประชาชนเข้าใจไม่ได้ว่าทำไปเพื่ออะไร แล้วจะให้ประชาชนมั่นใจการทำหน้าที่ได้อย่างไร”
.
https://www.facebook.com/munin.pongsapan/posts/pfbid0GatJLcKPWUDfysFcuKnq1YNsRWsdPcVBscj7MwK5MC6gPbhU7Mj1bLSyV3xjFxazl
.
.
“ไอติม” ซัดโกง สว. อาชญากรรมทางประชาธิปไตย เตือน กกต. อย่าพาตัวเองเสี่ยงติดคุก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2955894
.
https://www.facebook.com/reel/1853925138923128
.
.
สว.สำรอง บุกกระทรวงยุติธรรม จี้รัฐมนตรีหยุดล่าคนปล่อยเอกสารสำนวนลับ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2955901
.
.
คุก หมอเหรียญทอง 3 ปี โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่ กล่าวหาเป็นแนวร่วมอริราชศัตรู
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5866050
.
คุก หมอเหรียญทอง 3 ปี โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่ กล่าวหาเป็นแนวร่วมอริราชศัตรู
.
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญามีคำพิพากษา จำคุก นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้ก่อตั้ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นเวลา 3 ปี ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี พร้อมปรับเงิน 300,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อีก 300,000 บาท
.
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวายงานว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ร้าน “ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง” เป็นโจทก์ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่ นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาโจทก์ด้วยข้อความรุนแรงว่าเป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจของโจทก์อย่างมาก
.
โจทก์ประกอบธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของร้าน “ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง” ซึ่งจดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้องและมีลูกค้ารู้จักจำนวนมาก ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “เหรียญทอง แน่นหนา” ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะ มีผู้ติดตามจำนวนมาก
.
โจทก์กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 จำเลยใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเผยแพร่ข้อความพาดพิงถึงโจทก์หลายข้อความ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” เป็น “เด็กอยากดัง” รวมทั้งแชร์โพสต์ของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาทระหว่างโจทก์กับจำเลย
.
โจทก์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นคนชั่วหรือคนเลว และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ อาชีพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร ทำให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปอาจไม่ต้องการคบค้าหรือใช้บริการ
.
โจทก์ยังอ้างว่า จำเลยเป็นบุคคลสาธารณะและมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กจำนวนมาก การเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์จึงสามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลจำนวนมากและถูกนำไปเผยแพร่ต่อได้ ส่งผลให้ความเสียหายยากต่อการเยียวยา
.
จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332 และ 393 พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท และดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลและข้อความขอโทษโจทก์ผ่านเฟซบุ๊กของจำเลยเป็นระยะเวลา 60 วัน