คือตั้งแต่ผมเรียนในระบบการศึกษาไทยนะครับ จะพบว่า เขาจะเน้นคะแนนสอบย่อย สอบกลางภาค และสอบปลายภาคเป็นหลักในการออกเกรด 1, 1.5, 2, 2.5, 3, 3.5, 4 (สำหรับประถมศึกษา ----> มัธยมศึกษา / ประกาศนียบัตรวิชาชีพ / กศน. ----> ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง) กับ D, D+, C, C+, B, B+, A (สำหรับทุกมหาวิทยาลัย ยกเว้น มสธ. ที่ใช้ระบบ U (ไม่ผ่าน) กับ S (ผ่าน) กับ H (เกียรตินิยม)) ในขณะที่แพทย์จุฬาฯ ใช้ระบบเกรดเป็น S กับ U ครับ (หากจำผิด ขออภัยด้วยครับ)
ซึ่งผมคิดว่าการที่เน้นคะแนนสอบย่อย สอบกลางภาค และสอบปลายภาคเป็นหลักในการออกเกรดแบบนั้น กับการสอบ O-NET สอบ V-NET กับสอบมาตรฐานวิชาชีพ มันจะส่งผลต่อความกดดันแก่นักเรียน-นักศึกษานะครับ ผมคิดว่าควรปรับเปลี่ยนจากเน้นคะแนนสอบเป็นหลักเป็นเน้นการบ้าน, กิจกรรม, งานกลุ่ม, งานเดี่ยว, ส่วนร่วมในการตอบครูบาอาจารย์, เข้าคลาส เป็นหลักแทน (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ยังเน้นอัตนัย) ดีกว่าไหมครับ? หรือหากมันจำเป็นต้องสอบจริง ๆ ก็ปรับมาใช้แต่ปรนัยดีกว่าครับ เพราะหลายคนตอบตามความเข้าใจที่สุดแต่ยังโดนหักคะแนนนั้นไปก็มีนะครับ แต่แบบเอาเป็นคะแนนจิตพิสัย งาน เข้าคลาส ส่วนร่วม เป็นร้อยละ 70-80 และคะแนนสอบเป็นร้อยละ 20-30 แบบนี้ครับ (แต่ถ้าพวกสอบเข้าต่าง ๆ อย่างก.พ., TCAS ฯลฯ เข้าใจได้ว่าเป็นการคัดกรองครับ)
และผมคิดว่าควรปรับเปลี่ยนระบบเกรดจากแบบเดิมมาเป็น ผ่าน กับ ไม่ผ่าน ดีกว่าไหมครับ? เพราะผมคิดว่าหากใช้ระบบเกรดแบบเดิมมันจะทำให้นักเรียน-นักศึกษา เครียดที่แบบ คนโน้นได้เกรดดีกว่าเรา อะไรแบบนี้ครับ แบบควรจะแค่ผ่าน กับไม่ผ่าน แค่นี้อย่างเท่าเทียมกันทุกคนดีกว่าครับ
เท่าที่ผม search มา พบว่าบางหลักสูตรของต่างประเทศ จะใช้ระบบผลการเรียนเป็น PASS (ผ่าน) กับ (ไม่ผ่าน) แต่บางหลักสูตรของต่างประเทศยังใช้ระดับคะแนนเป็น A, B+, B, C+, C, D+ D บางแห่งก็มี A- , B-, C-, D- เป็นยิบย่อยครับ
ในขณะที่ครูบาอาจารย์ต่างชาติคนหนึ่งเคยอธิบายว่า "Thailand is the most very nice" ก็เลยแบบว่าระบบการศึกษาต่างประเทศมันโหดกว่าที่นี่หรือครับ?
จึงสงสัยว่าระบบการศึกษาต่างประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้ว เขาวัดผลการศึกษาทั้ง high school, undergraduate และ postgraduate อย่างไรบ้างครับ? ระบบผลการเรียนเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ?
แล้วยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เขาเรียนอย่างไรให้ดูสนุกสนาน ชิลล์ ๆ และ happy มากขึ้นกันครับ?
ป.ล. กระทู้นี้มุ่งหวังต่อสุขภาพจิตแก่นักเรียน-นักศึกษานะครับ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพนะครับ

ระบบการศึกษาต่างประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้ว เขาวัดผลการศึกษาทั้ง high school, undergraduate และ postgraduate อย่างไร?
ซึ่งผมคิดว่าการที่เน้นคะแนนสอบย่อย สอบกลางภาค และสอบปลายภาคเป็นหลักในการออกเกรดแบบนั้น กับการสอบ O-NET สอบ V-NET กับสอบมาตรฐานวิชาชีพ มันจะส่งผลต่อความกดดันแก่นักเรียน-นักศึกษานะครับ ผมคิดว่าควรปรับเปลี่ยนจากเน้นคะแนนสอบเป็นหลักเป็นเน้นการบ้าน, กิจกรรม, งานกลุ่ม, งานเดี่ยว, ส่วนร่วมในการตอบครูบาอาจารย์, เข้าคลาส เป็นหลักแทน (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ยังเน้นอัตนัย) ดีกว่าไหมครับ? หรือหากมันจำเป็นต้องสอบจริง ๆ ก็ปรับมาใช้แต่ปรนัยดีกว่าครับ เพราะหลายคนตอบตามความเข้าใจที่สุดแต่ยังโดนหักคะแนนนั้นไปก็มีนะครับ แต่แบบเอาเป็นคะแนนจิตพิสัย งาน เข้าคลาส ส่วนร่วม เป็นร้อยละ 70-80 และคะแนนสอบเป็นร้อยละ 20-30 แบบนี้ครับ (แต่ถ้าพวกสอบเข้าต่าง ๆ อย่างก.พ., TCAS ฯลฯ เข้าใจได้ว่าเป็นการคัดกรองครับ)
และผมคิดว่าควรปรับเปลี่ยนระบบเกรดจากแบบเดิมมาเป็น ผ่าน กับ ไม่ผ่าน ดีกว่าไหมครับ? เพราะผมคิดว่าหากใช้ระบบเกรดแบบเดิมมันจะทำให้นักเรียน-นักศึกษา เครียดที่แบบ คนโน้นได้เกรดดีกว่าเรา อะไรแบบนี้ครับ แบบควรจะแค่ผ่าน กับไม่ผ่าน แค่นี้อย่างเท่าเทียมกันทุกคนดีกว่าครับ
เท่าที่ผม search มา พบว่าบางหลักสูตรของต่างประเทศ จะใช้ระบบผลการเรียนเป็น PASS (ผ่าน) กับ (ไม่ผ่าน) แต่บางหลักสูตรของต่างประเทศยังใช้ระดับคะแนนเป็น A, B+, B, C+, C, D+ D บางแห่งก็มี A- , B-, C-, D- เป็นยิบย่อยครับ
ในขณะที่ครูบาอาจารย์ต่างชาติคนหนึ่งเคยอธิบายว่า "Thailand is the most very nice" ก็เลยแบบว่าระบบการศึกษาต่างประเทศมันโหดกว่าที่นี่หรือครับ?
จึงสงสัยว่าระบบการศึกษาต่างประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้ว เขาวัดผลการศึกษาทั้ง high school, undergraduate และ postgraduate อย่างไรบ้างครับ? ระบบผลการเรียนเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ?
แล้วยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย เขาเรียนอย่างไรให้ดูสนุกสนาน ชิลล์ ๆ และ happy มากขึ้นกันครับ?
ป.ล. กระทู้นี้มุ่งหวังต่อสุขภาพจิตแก่นักเรียน-นักศึกษานะครับ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพนะครับ