หลายคนอาจไม่เคยได้ยินคำว่า
"TMAO" มาก่อน แต่สารตัวนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เร่งให้เกิดโรคสมองเสื่อม และจุดเริ่มต้นมาจาก "ลำไส้" ผ่านอาหารที่กินกันอยู่ทุกวัน
TMAO คืออะไร เกี่ยวอะไรกับลำไส้?
TMAO (Trimethylamine N-Oxide) เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายสารอาหารกลุ่มโคลีน เลซิติน และคาร์นิทีน ซึ่งพบมากใน:
•
โคลีน: ไข่ นม ชีส
•
คาร์นิทีน: เนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู
•
เลซิติน: ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ช็อกโกแลต
เมื่อกินอาหารกลุ่มนี้ แบคทีเรียในลำไส้จะย่อยแล้วเปลี่ยนเป็นสาร TMAO ซึ่งหากมีระดับสูงเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด และสมอง
ทำไมถึงเชื่อมโยงกับสมองเสื่อม?
• เร่งการสะสมของตะกรันในหลอดเลือด: ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
• กระตุ้นการอักเสบในระบบประสาท: ส่งผลให้เกิดการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเนื้อเยื่อสมอง
• กระตุ้นโปรตีนพิษในสมอง: มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการสะสมโปรตีน อะไมลอยด์เบต้า (Amyloid-Beta) และโปรตีนเทาว์ (P-Tau) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของโรคอัลไซเมอร์
ปรับอาหารลดความเสี่ยงได้อย่างไร?
• ลดการกินเนื้อสัตว์สีแดง นม ถั่ว ไข่ ที่มากเกินพอดี
• เพิ่มผัก ผลไม้ (โดยเฉพาะผลไม้เนื้อนุ่ม เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม) และธัญพืช
• แทรกเมนูปลาและอาหารทะเลในมื้ออาหาร
• หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของร่างกาย
จริงอยู่ว่าสารอาหารอย่าง "โคลีน" มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาทกระตุ้นความจำ ดังนั้นไม่ใช่ว่าห้ามกินเนื้อสัตว์ ไข่ หรือนมเลย แต่หัวใจสำคัญคือ
"ควรกินอย่างสมดุลและพอเหมาะ" เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมสาร TMAO สูงเกินไป
ปัจจุบันแพทย์สามารถใช้ TMAO เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินโรคได้ หากใครมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม หรือมีคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการหลงลืมผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติมตั้งแต่เนิ่นๆ
กินเนื้อแดง ไข่ นม เยอะๆ เสี่ยงสมองเสื่อมได้จริงไหม? รู้จัก "TMAO" สารตัวร้ายที่มาจากลำไส้ 🧠💥
หลายคนอาจไม่เคยได้ยินคำว่า "TMAO" มาก่อน แต่สารตัวนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เร่งให้เกิดโรคสมองเสื่อม และจุดเริ่มต้นมาจาก "ลำไส้" ผ่านอาหารที่กินกันอยู่ทุกวัน
TMAO คืออะไร เกี่ยวอะไรกับลำไส้?
TMAO (Trimethylamine N-Oxide) เกิดจากแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายสารอาหารกลุ่มโคลีน เลซิติน และคาร์นิทีน ซึ่งพบมากใน:
• โคลีน: ไข่ นม ชีส
• คาร์นิทีน: เนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู
• เลซิติน: ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ช็อกโกแลต
เมื่อกินอาหารกลุ่มนี้ แบคทีเรียในลำไส้จะย่อยแล้วเปลี่ยนเป็นสาร TMAO ซึ่งหากมีระดับสูงเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ หลอดเลือด และสมอง
ทำไมถึงเชื่อมโยงกับสมองเสื่อม?
• เร่งการสะสมของตะกรันในหลอดเลือด: ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่สะดวก อาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
• กระตุ้นการอักเสบในระบบประสาท: ส่งผลให้เกิดการหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเนื้อเยื่อสมอง
• กระตุ้นโปรตีนพิษในสมอง: มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการสะสมโปรตีน อะไมลอยด์เบต้า (Amyloid-Beta) และโปรตีนเทาว์ (P-Tau) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของโรคอัลไซเมอร์
ปรับอาหารลดความเสี่ยงได้อย่างไร?
• ลดการกินเนื้อสัตว์สีแดง นม ถั่ว ไข่ ที่มากเกินพอดี
• เพิ่มผัก ผลไม้ (โดยเฉพาะผลไม้เนื้อนุ่ม เช่น มะละกอ กล้วย ส้ม) และธัญพืช
• แทรกเมนูปลาและอาหารทะเลในมื้ออาหาร
• หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของร่างกาย
จริงอยู่ว่าสารอาหารอย่าง "โคลีน" มีส่วนช่วยสร้างสารสื่อประสาทกระตุ้นความจำ ดังนั้นไม่ใช่ว่าห้ามกินเนื้อสัตว์ ไข่ หรือนมเลย แต่หัวใจสำคัญคือ "ควรกินอย่างสมดุลและพอเหมาะ" เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมสาร TMAO สูงเกินไป
ปัจจุบันแพทย์สามารถใช้ TMAO เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงทางห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินโรคได้ หากใครมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม หรือมีคนใกล้ชิดเริ่มมีอาการหลงลืมผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติมตั้งแต่เนิ่นๆ