เมื่อถึงเทศกาลกินเจ หลายคนอาจนึกถึงผัก เห็ด หรือหมี่เจ แต่มีของเจหนึ่งอย่างที่ทั้งเรียบง่าย อร่อย และเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง นั่นคือ “เต้าหู้”
เต้าหู้ อาหารให้โปรตีนสูงสำหรับคนรักสุขภาพ และเป็นสัญลักษณ์ของ “ความบริสุทธิ์ ความร่ำรวย และความกตัญญู” ที่อยู่คู่วัฒนธรรมจีนมายาวนาน
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5a/1/16/1f4b0.png[/img] ตามความเชื่อของชาวจีน
คำว่า “豆腐” (โต้วฟู่) พ้องเสียงกับคำว่า “富” (ฟู่) ที่หมายถึง “ความมั่งคั่ง”
การกินเต้าหู้ในช่วงเทศกาลเจจึงเชื่อกันว่าจะเสริมโชคลาภ นำความอุดมสมบูรณ์และพลังดี ๆ เข้าสู่ชีวิต
เต้าหู้ เป็นวัตถุดิบที่สามารถนำไปประกอบเมนูได้หลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้โปรตีนสูง จึงเหมาะสำหรับเป็นส่วนประกอบในอาหารมังสวิรัติ หรือสำหรับเมนูเพื่อสุขภาพต่างๆ
.
ว่ากันว่าเต้าหู้ถือกำเนิดขึ้นในจีน เมื่อราวๆ 2,100 ปีก่อน โดยเจ้าชายหลิวอัน ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของจักรพรรดิ์เกาจู่ ตอนนั้นพระมารดาของพระองค์ป่วยหนัก ไม่มีแรงเคี้ยวอาหาร ด้วยความที่อยากให้พระมารดาได้รับสารอาหาร ก็เลยสั่งให้พ่อครัวนำถั่วเหลืองบด ต้มเป็นน้ำซุป แต่พระองค์กลัวว่ารสชาติจะจืดเกินไป ก็เลยให้พ่อครัวเติมเกลือเพื่อเพิ่มรสเค็มเข้าไปเสียหน่อย ปรากฏว่าซุปถั่วเหลืองนั้นค่อยๆ จับตัวเป็นก้อนนุ่มๆ เมื่อพระมารดาของพระองค์กินเข้าไปก็บอกว่า “อร่อยและย่อยง่าย”
.
เจ้าชายหลิวอันพยายามให้พ่อครัวค้นหาสาเหตุ ก็พบว่าเกลือบางชนิดส่งผลให้ถั่วเหลืองผสมนั้นเกิดการจับตัวขึ้น หลังจากที่พระมารดาหายป่วย สูตรทำเต้าหู้นี้ก็เลยเผยแพร่สู่ประชาชน
.
ต่อมาการกินเต้าหู้ก็แพร่หลายไปในประเทศญี่ปุ่น ผ่านทางพระที่เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศจีน แต่ยังเป็นอาหารที่นิยมกินกันในหมู่พระเท่านั้น ก่อนที่อีกร้อยปีถัดมา เต้าหู้จึงได้เข้าไปอยู่บนโต๊ะอาหารของชนชั้นขุนนางและซามูไร
.
จากนั้นการกินเต้าหู้ก็ถูกเผยแพร่ไปยังประเทศอื่นอีกมาก ทั้งเกาหลีใต้ เวียดนาม ไทย ทุกวันนี้เต้าหู้ก็มีอยู่หลายชนิดให้เลือก แล้วแต่ว่าเต้าหู้ชนิดนั้นๆ เหมาะกับทำเมนูอะไร เช่น เต้าหู้เหลืองแบบนิ่ม, เต้าหู้ขาวแบบอ่อน, เต้าหู้แบบแข็ง, เต้าหู้สำหรับทอด, เต้าหู้หลอด
.
ที่มา
จานโปรด
🥢✨ เต้าหู้…อาหารแห่งความสุข ความมั่งคั่ง และความกตัญญูในเทศกาลเจ
เมื่อถึงเทศกาลกินเจ หลายคนอาจนึกถึงผัก เห็ด หรือหมี่เจ แต่มีของเจหนึ่งอย่างที่ทั้งเรียบง่าย อร่อย และเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง นั่นคือ “เต้าหู้”
เต้าหู้ อาหารให้โปรตีนสูงสำหรับคนรักสุขภาพ และเป็นสัญลักษณ์ของ “ความบริสุทธิ์ ความร่ำรวย และความกตัญญู” ที่อยู่คู่วัฒนธรรมจีนมายาวนาน
[img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t5a/1/16/1f4b0.png[/img] ตามความเชื่อของชาวจีน
คำว่า “豆腐” (โต้วฟู่) พ้องเสียงกับคำว่า “富” (ฟู่) ที่หมายถึง “ความมั่งคั่ง”
การกินเต้าหู้ในช่วงเทศกาลเจจึงเชื่อกันว่าจะเสริมโชคลาภ นำความอุดมสมบูรณ์และพลังดี ๆ เข้าสู่ชีวิต
เต้าหู้ เป็นวัตถุดิบที่สามารถนำไปประกอบเมนูได้หลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการ ให้โปรตีนสูง จึงเหมาะสำหรับเป็นส่วนประกอบในอาหารมังสวิรัติ หรือสำหรับเมนูเพื่อสุขภาพต่างๆ
.
ว่ากันว่าเต้าหู้ถือกำเนิดขึ้นในจีน เมื่อราวๆ 2,100 ปีก่อน โดยเจ้าชายหลิวอัน ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของจักรพรรดิ์เกาจู่ ตอนนั้นพระมารดาของพระองค์ป่วยหนัก ไม่มีแรงเคี้ยวอาหาร ด้วยความที่อยากให้พระมารดาได้รับสารอาหาร ก็เลยสั่งให้พ่อครัวนำถั่วเหลืองบด ต้มเป็นน้ำซุป แต่พระองค์กลัวว่ารสชาติจะจืดเกินไป ก็เลยให้พ่อครัวเติมเกลือเพื่อเพิ่มรสเค็มเข้าไปเสียหน่อย ปรากฏว่าซุปถั่วเหลืองนั้นค่อยๆ จับตัวเป็นก้อนนุ่มๆ เมื่อพระมารดาของพระองค์กินเข้าไปก็บอกว่า “อร่อยและย่อยง่าย”
.
เจ้าชายหลิวอันพยายามให้พ่อครัวค้นหาสาเหตุ ก็พบว่าเกลือบางชนิดส่งผลให้ถั่วเหลืองผสมนั้นเกิดการจับตัวขึ้น หลังจากที่พระมารดาหายป่วย สูตรทำเต้าหู้นี้ก็เลยเผยแพร่สู่ประชาชน
.
ต่อมาการกินเต้าหู้ก็แพร่หลายไปในประเทศญี่ปุ่น ผ่านทางพระที่เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาที่ประเทศจีน แต่ยังเป็นอาหารที่นิยมกินกันในหมู่พระเท่านั้น ก่อนที่อีกร้อยปีถัดมา เต้าหู้จึงได้เข้าไปอยู่บนโต๊ะอาหารของชนชั้นขุนนางและซามูไร
.
จากนั้นการกินเต้าหู้ก็ถูกเผยแพร่ไปยังประเทศอื่นอีกมาก ทั้งเกาหลีใต้ เวียดนาม ไทย ทุกวันนี้เต้าหู้ก็มีอยู่หลายชนิดให้เลือก แล้วแต่ว่าเต้าหู้ชนิดนั้นๆ เหมาะกับทำเมนูอะไร เช่น เต้าหู้เหลืองแบบนิ่ม, เต้าหู้ขาวแบบอ่อน, เต้าหู้แบบแข็ง, เต้าหู้สำหรับทอด, เต้าหู้หลอด
.
ที่มา จานโปรด