* โคลนถล่มและน้ำท่วมชายแดนเนปาล-ทิเบต ทำให้เสียชีวิตอย่างน้อย 160 ราย และสูญหายอีกหลายร้อยคน
* USGS ระบุสัญญาณแผ่นดินไหวที่ตรวจพบเกิดจากดินถล่ม ไม่ใช่แผ่นดินไหวแท้จริง ขณะที่ ICIMOD ชี้หินและน้ำแข็งถล่มในเนปาลเป็นต้นเหตุ
* นักวิทยาศาสตร์เตือนโคลนที่ไหลด้วยความเร็วสูงเป็นอันตรายถึงชีวิต ทางรอดเดียวคือปีนที่สูงอย่างน้อย 6 เมตร
เหตุโคลนถล่มและน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ในวันพุธที่ผ่านมา พรากชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 160 ราย และมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงของภัยพิบัติครั้งนี้
ศิศิร์ คานาล รัฐมนตรีต่างประเทศเนปาล ระบุว่า แผ่นดินไหวน่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดดินถล่มซึ่งปิดกั้นแม่น้ำ ก่อนที่น้ำจะทะลักออกมาอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ออกมาแย้งว่าจากการวิเคราะห์คลื่นไหวสะเทือนช่วงความถี่ต่ำ พบว่าพลังงานแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ที่ตรวจพบนั้นแท้จริงแล้วเกิดจากดินถล่ม ไม่ใช่แผ่นดินไหวตามธรรมชาติ
ศูนย์พัฒนาภูเขาแบบบูรณาการนานาชาติ (ICIMOD) ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงกาฐมาณฑุ เผยผลการประเมินเบื้องต้นว่า ไม่พบสิ่งผิดปกติจากฝั่งจีน โดยนักวิเคราะห์การสำรวจระยะไกลขององค์กรระบุว่า เชื่อว่าเกิดหินและน้ำแข็งถล่มในฝั่งเนปาล ปิดกั้นแม่น้ำเลนเด จนเกิดน้ำท่วมต่อเนื่องเป็นลูกโซ่
ฮาทิม ชาริฟ นักอุทกวิทยาจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ซานอันโตนิโอ เผยว่าสิ่งที่น่าสังเกตคือไม่มีฝนตกก่อนเกิดเหตุ ซึ่งทำให้ระบบเตือนภัยน้ำท่วมทุกระบบล้มเหลวโดยสิ้นเชิง พร้อมเตือนว่ากว่าจะมองเห็นโคลนไหลมาก็สายเกินไปแล้ว เพราะโคลนและน้ำที่ไหลด้วยความเร็วสูงมีความหนาแน่นดุจ "คอนกรีตเหลว" ทางรอดเดียวคือปีนขึ้นที่สูงอย่างน้อย 6 เมตร
โดโรธี ไฮน์ริช นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเรดดิง สหราชอาณาจักร อธิบายว่าแม่น้ำในพื้นที่ภูเขาสูงมักมีขนาดแคบ สิ่งใดก็ตามที่ปิดกั้นการไหลจะทำให้น้ำสะสมจำนวนมากและเกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงได้ทันที แม้ยังเร็วเกินไปที่จะระบุความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แต่แนวโน้มในเทือกเขาหิมาลัยชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน การละลายของธารน้ำแข็ง และการลดลงของชั้นดินเยือกแข็ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงของดินถล่มและน้ำท่วมจากทะเลสาบธารน้ำแข็งในอนาคต
(COMBO) This combination of satellite images by Planet Labs created on August 26, 2026 shows an aerial view of the Shyaphrubesi village and Trishuli River in Rasuwa district of Nepal before the flood on August 23, 2026 (top) and after the flood on August 26, 2026 (bottom)
นักวิทย์เผย ‘โคลนถล่มเนปาล’ ไหลเร็วดุจคอนกรีตเหลว เข้าปะทะไวเกินวิ่งหนี ทางรอดเดียวคือปีนสูง 6 เมตร