จากภาคซี่รีส์อันโดดดัง(Peaky Blinder) สู่ฉากจบอันนิรันดร์ในรูปแบบของภาพยนตร์ เมื่อจุดเปลี่ยนของประเทศกำลังจะกลายเป็นวิกฤตเพราะฝีมือของลูกชายตน โทมัสจะเลือกทำอย่างไร
หลังจากช่วงสงครามในปี1940
ชายหนุ่มที่เคยมีอำนาจใหญ่โตเลือกที่จะใช้ชีวิตปลีกวิเวกและทบทวนเรื่องราวของตนเองกลางทุ่ง
พร้อมเขียนหนังสือเอาไว้เพื่อใครสักคน
สิ่งใดที่เคยทำก็ได้เปลี่ยนแปลงมันไป
โทมัสในตอนนี้ดื่มแต่น้ำเปล่า เขาไม่ดื่มน้ำเมาอีกต่อไป
ใช้ชีวิตเงียบๆอยู่เพียงลำพัง
ครอบครัวที่เคยมีมาก็ค่อยๆแตกสลาย
คงเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่
“เอด้า” น้องสาวของโทมัสได้มีโอกาสเป็นส.ส.เพื่อช่วยคนในสังคมพร้อมทั้งดูแลธุรกิจแทนพี่ชายของตน
แต่ด้วยการมาของลัทธิฟาสซิสต์ทำให้เธอไปรับรู้อะไรบางอย่างมาว่า “ลูกชายโทมัส” ก็มีส่วนในการล้มประเทศนี้ถ้าเกิดเดินผิดทาง
เธอต้องการให้พี่ชายกลับมาแก้ไขและโน้มน้าวให้ลูกชายโทมัสเปลี่ยนใจก่อนที่จะสายเกินแก้
ลูกชายโทมัส “ดุ๊ก เชลบี้” ได้รับตำแหน่งแทนพ่อของตนแต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับภายในแก๊งสักเท่าไร
เนื่องจากคนเป็นพ่อทำชื่อเสียงไว้มากพอสมควรนี่คือสิ่งที่ดุ๊กจะต้องพิสูจน์
จึงได้เลือกเส้นทางที่จะทำให้ตนมีอำนาจแม้ว่ามันจะเป็นการทำให้ประเทศตนเสื่อมเสียก็ตาม
แต่การร่วมมือในครั้งนี้ก็มีปัญหาที่ทำให้ดุ๊กต้องหนักใจก็คือ “การฆ่าป้าเอด้า” เพื่อเป็นการยืนยันและการเข้าร่วมกับที่จริงใจในครั้งนี้
แผนการของฝั่งฟาสซิสต์คือการแทรกแซงทางการเงินของประเทศ
โดยการนำเงินปลอมเข้ามาเพื่อทำลายเศรษฐกิจของคนในประเทศ
เมื่อเงินปลอมเข้าไปสู่ตลาดเศรษฐกิจอังกฤษได้จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง
ทำให้อังกฤษเกิดความโกลาหลและไม่มีท่อน้ำเลี้ยงส่งไปให้ทหารแนวหน้าในการรบได้
ทางฝั่งฟาสซิสต์รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถทำแบบโจ้งแจ้งได้จึงเข้าหาทางดุ๊กที่เป็นแก๊งมืดที่ไร้จริยธรรมในตอนนี้เพื่อหวังว่าจะเป็นไปตามแผน
พร้อมการโน้มน้าวที่แสดงให้เห็นว่าดุ๊กเขาคือหัวหน้าคนใหม่ของแก๊ง
ระหว่างที่โทมัสตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปยังเมืองเบอร์มิงแฮมตามคำขอของน้องสาว
โทมัสได้เห็นน้องสาวของตนยืนอยู่บนถนนท่ามกลางสายฝนที่ตกไม่หยุด
มันเป็นการส่งสัญญาณที่ตระกูลยิปซีต่างรู้กันดีว่าคืออะไร
โทมัสรีบเดินทางไปยังตัวเมืองเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นความจริงหรือไม่
เธอได้จากไปแล้ว
ความรู้สึกสูญเสียคนในครอบครัวพร้อมกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของลูกชายทำให้ตัวตนเดิมของชายผู้นี้ได้หวนกลับมาอีกครั้ง
แม้ว่าเมืองเบอร์มิงแฮมจะเปลี่ยนคนใหม่ แต่ชื่อเสียงของโทมัสไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
ถึงเวลาที่เขาต้องกลับมาแก้ไขปัญหาที่ดุ๊กเป็นคนก่อเสียที
รีวิวหนัง "Peaky Blinder : The Immortal Man"
หลังจากช่วงสงครามในปี1940
ชายหนุ่มที่เคยมีอำนาจใหญ่โตเลือกที่จะใช้ชีวิตปลีกวิเวกและทบทวนเรื่องราวของตนเองกลางทุ่ง
พร้อมเขียนหนังสือเอาไว้เพื่อใครสักคน
สิ่งใดที่เคยทำก็ได้เปลี่ยนแปลงมันไป
โทมัสในตอนนี้ดื่มแต่น้ำเปล่า เขาไม่ดื่มน้ำเมาอีกต่อไป
ใช้ชีวิตเงียบๆอยู่เพียงลำพัง
ครอบครัวที่เคยมีมาก็ค่อยๆแตกสลาย
คงเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่
“เอด้า” น้องสาวของโทมัสได้มีโอกาสเป็นส.ส.เพื่อช่วยคนในสังคมพร้อมทั้งดูแลธุรกิจแทนพี่ชายของตน
แต่ด้วยการมาของลัทธิฟาสซิสต์ทำให้เธอไปรับรู้อะไรบางอย่างมาว่า “ลูกชายโทมัส” ก็มีส่วนในการล้มประเทศนี้ถ้าเกิดเดินผิดทาง
เธอต้องการให้พี่ชายกลับมาแก้ไขและโน้มน้าวให้ลูกชายโทมัสเปลี่ยนใจก่อนที่จะสายเกินแก้
ลูกชายโทมัส “ดุ๊ก เชลบี้” ได้รับตำแหน่งแทนพ่อของตนแต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับภายในแก๊งสักเท่าไร
เนื่องจากคนเป็นพ่อทำชื่อเสียงไว้มากพอสมควรนี่คือสิ่งที่ดุ๊กจะต้องพิสูจน์
จึงได้เลือกเส้นทางที่จะทำให้ตนมีอำนาจแม้ว่ามันจะเป็นการทำให้ประเทศตนเสื่อมเสียก็ตาม
แต่การร่วมมือในครั้งนี้ก็มีปัญหาที่ทำให้ดุ๊กต้องหนักใจก็คือ “การฆ่าป้าเอด้า” เพื่อเป็นการยืนยันและการเข้าร่วมกับที่จริงใจในครั้งนี้
แผนการของฝั่งฟาสซิสต์คือการแทรกแซงทางการเงินของประเทศ
โดยการนำเงินปลอมเข้ามาเพื่อทำลายเศรษฐกิจของคนในประเทศ
เมื่อเงินปลอมเข้าไปสู่ตลาดเศรษฐกิจอังกฤษได้จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง
ทำให้อังกฤษเกิดความโกลาหลและไม่มีท่อน้ำเลี้ยงส่งไปให้ทหารแนวหน้าในการรบได้
ทางฝั่งฟาสซิสต์รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถทำแบบโจ้งแจ้งได้จึงเข้าหาทางดุ๊กที่เป็นแก๊งมืดที่ไร้จริยธรรมในตอนนี้เพื่อหวังว่าจะเป็นไปตามแผน
พร้อมการโน้มน้าวที่แสดงให้เห็นว่าดุ๊กเขาคือหัวหน้าคนใหม่ของแก๊ง
ระหว่างที่โทมัสตัดสินใจเลือกที่จะกลับไปยังเมืองเบอร์มิงแฮมตามคำขอของน้องสาว
โทมัสได้เห็นน้องสาวของตนยืนอยู่บนถนนท่ามกลางสายฝนที่ตกไม่หยุด
มันเป็นการส่งสัญญาณที่ตระกูลยิปซีต่างรู้กันดีว่าคืออะไร
โทมัสรีบเดินทางไปยังตัวเมืองเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นความจริงหรือไม่
เธอได้จากไปแล้ว
ความรู้สึกสูญเสียคนในครอบครัวพร้อมกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของลูกชายทำให้ตัวตนเดิมของชายผู้นี้ได้หวนกลับมาอีกครั้ง
แม้ว่าเมืองเบอร์มิงแฮมจะเปลี่ยนคนใหม่ แต่ชื่อเสียงของโทมัสไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
ถึงเวลาที่เขาต้องกลับมาแก้ไขปัญหาที่ดุ๊กเป็นคนก่อเสียที