◉ NATURE: ป่าชายเลนโลกกำลังฟื้นตัว ไม่ใช่เพราะโครงการปลูกป่า แต่เพราะมนุษย์ไม่รบกวนและทำลายพื้นที่เดิม 🌲🌳

เรื่องราวด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีแต่เรื่องราว ‘Doom & Gloom’ ชวนหดหู่หมดหวังเท่านั้น หลังหลายสิบปีที่ผ่านมา ‘ป่าชายเลน’ เต็มไปด้วยข่าวของการสูญเสียพื้นที่ แต่งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science โดยทีมจาก Tulane University พบว่า ป่าชายเลนทั่วโลกเดินทางมาจุดเปลี่ยนสำคัญแล้ว

ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราห์ภาพจากดาวเทียม Landsat ของแนวชายฝั่งเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก ตั้งแต่ปี 1984 จนถึง 2023 พบว่าหลายพื้นที่ยังสูญเสียต่อเนื่อง แต่ราวปี 2010 การเพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่นเริ่มชดเชยกันได้ และจุดที่ใกล้ตัวเราที่สุดคือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยเป็นต้นตอการสูญเสียป่าชายเลนเกือบ 60% ของทั้งโลกระหว่างทศวรรษ 1980 ถึง 2010 แต่ใน 13 ปีต่อมา กลับกลายเป็นแหล่งที่มาของการฟื้นตัวถึง 43% ของโลก

ตัวเลขโดยรวมคือพื้นที่ป่าชายเลนโลกหายไปสะสมราว 1% นับจากปี 1980 ซึ่งน้อยกว่าทุกการคาดการณ์ที่ประเมินว่ามันจะดิ่งลงเรื่อยๆ ไปมากกว่านี้ การหยุดอยู่ที่ 1% เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่าระบบนิเวศกำลัง ‘ทรงตัว’ ไม่ใช่กำลังหายไปอย่างที่เราเป็นห่วงกัน

ที่สำคัญคือป่าที่กลับมาส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากโครงการปลูกป่า แต่มาจากการขยายตัวเองเข้าไปในพื้นที่ใหม่ที่มีความอุดมสมบูรณ์พอเหมาะ และเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรืออาศัยอยู่ ป่าหย่อมใหม่เหล่านี้ค่อยๆ เชื่อมกับป่าเดิมจนกลายเป็นผืนป่าที่ต่อเนื่องกัน ตัวอย่างเช่นทื่ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก มณฑลฝูเจี้ยนของจีน ชายฝั่งออสเตรเลีย และเกาะปะการังอูเวอาในนิวแคลิโดเนีย

ผู้นำทีมวิจัยชี้ว่าอัตราการทำลายและความเสื่อมโทรมทั่วโลกกำลังชะลอตัวลง และหากมนุษย์ลดผลกระทบ ลดแรงกดดันต่อธรรมชาติ ป่าเหล่านี้ก็จะฟื้นฟูตามกระบวนการของมันต่อไป

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะป่าชายเลนเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่หนาแน่นกว่าป่าบกส่วนใหญ่ เพราะมันสามารถกักเก็บคาร์บอนทั้งในเนื้อไม้และดินเลนที่น้ำท่วมขังจนการย่อยสลายเกิดช้ากว่าปกติ นอกจากนี้รากที่แน่นหนายังช่วยกันคลื่นพายุและการกัดเซาะชายฝั่งได้ ทั้งนี้ป่าชายเลนเองก็เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่ชุมชนชายฝั่งอาศัยพึ่งพาอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวนี้ยังมีความเปราะบาง เพราะมันมาจากพื้นที่เกิดใหม่ ไม่ใช่การฟื้นฟูในที่เดิม อนาคตจึงขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ใหม่เหล่านั้นจะยังเหมาะสมอยู่ไหม ท่ามกลางระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของน้ำจืด และนโยบายการใช้ที่ดินของแต่ละประเทศ ยังไงแล้วการหยุดตัดป่าชายเลย การยับยั้งการทำโครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ยังคงเป็นมาตรการที่ได้ผลที่สุดอยู่ดี

วิจัยนี้พิสูจน์แล้วว่าหากเราปล่อยให้ธรรมชาติได้พัก ไม่เข้าไปยุ่มย่ามหรือทำลาย พวกมันก็จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อีกครั้ง


ที่มา/อ้างอิง : Environman
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่