สวัสดีเพื่อนสมาชิกครับ

ยุคนี้เป็นยุคแห่งการทำการตลาด social / ขายของออนไลน์ ดังนั้นการแข่งขันจึงสูง ช่วงประมาณสัก 2 - 3 ปีมานี้สังเกตเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ประเภท
อาหารเสริม / กาแฟ พยายามกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดชที่จะ "เลี่ยงข้อกฎหมาย" แต่ยังพยายามให้ผู้ชมรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถทำให้สุขภาพดีขึ้นหรือแก้ปัญหาสุขภาพได้จริง หรือ สามารถยังดื่มกาแฟที่หวานมันอร่อยได้จริงโดยไม่เสียสุขภาพ
ผมดูช่อง PPTV / ไทยรัฐทีวีทุกวัน จะเห็นโฆษณาที่มาเหมือนกันแนวหนึ่งก็คือจะเริ่มต้นด้วยการสร้าง story ว่า ....
1. ผู้ใหญ่/พ่อแม่หรือญาติมีปัญหาสายตาบ้าง ข้อเข่าบ้างหรือมีอาการอื่นเช่น เวียนหัว เหนื่อยง่ายบ้างอะไรอย่างนี้
2. ได้พาญาติผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ไปหา "ผู้เชี่ยวชาญ" และผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่าทำไมปล่อยไว้ขนาดนี้ เสี่ยงมากนะ
3. (มาถึงจุดสำคัญ) ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้
ผมบอกตรง ๆ เลยว่าดูไปขำไป คือพยายามเลี่ยงข้อกฎหมายกันสุดฤทธิ์โดย
ไม่ใช้คำว่า
หมอ , แพทย์ แต่ใช้คำว่า "ผู้เชี่ยวชาญ" และไม่ใช้คำว่า
สามารถทำให้ หรือ
แก้อาการ แต่ใช้คำว่า
มีส่วนช่วย ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านั้นล้วนแต่เกี่ยวข้องกับส่วนสำคัญของร่างกายทั้งสิ้นอย่างเช่น ดวงตา การมองเห็น ข้อเข่า การเดินการลุกนั่งของผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนแหละว่ามันคือปัญหาหลักของผู้สูงอายุหลายคนที่ต้องการจะหาย ดังนั้นจึงต้องพยายามโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อจี้จุดนี้ให้มากที่สุด
และจุดที่ผมว่าแย่ก็คือมีการใช้คำว่า
เมื่อไปตรวจกับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผลเลือดและค่าต่าง ๆ ดีขึ้นจริง ซึ่งจุดนี้ผมว่ามันใกล้ ๆ การล้ำเส้นไปหน่อย คืออาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจไปว่าสามารถกินกาแฟนี้ได้อย่างสบายใจ หรือ ทำให้ค่าต่าง ๆ ในเลือดดีขึ้น
เทคนิคการทำตลาดอีกอย่างที่ดูแล้วตลกก็คือ โฆษณาทั้งหมดใช้ format เหมือนกันก็คือจะพูดว่า .... "อ้าว ! ทีมงานบอกว่าสายเต็มแล้ว (มีคนซื้อครบจำนวนโปรโมชั่นแล้ว) แต่ไม่เป็นไรครับเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวผมขอรับผิดชอบเองด้วยการเพิ่มให้อีก 50 สาย" ก็คือพยายามทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ขายดีมากจนกระทั่งสายสั่งจองเข้าเต็มอย่างรวดเร็ว เป็นการกระตุ้นให้ผู้ชมสั่งซื้อได้เร็วขึ้น
ที่ต้องเลี่ยงบาลีกันขนาดนี้ มันเป็นตั้งแต่สมัยของยุค พ.ศ. 2510 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติยาซึ่งมีกฎหมายห้ามไม่ให้ตั้งชื่อยาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ไม่สุภาพ หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด หรืออาจจะมี พรบ. ใหม่กว่านี้แต่ผมไม่ทราบและไม่แน่ใจว่าจะมีไหมในการบังคับใช้ประเด็นนี้
ตัวอย่างยาที่เปลี่ยนชื่อ
- ยาทันใจ >>>
ยาทัมใจ
- ยาซ่อมปอดใหม่ >>>
ยาซอมป่อยใหม่
- ยาปวดหาย >>>
ยาบวดหาย
- ยาประสระนอแรด >>>
ยาประสระบอแรด

กรณียาประสระนอแรด เปลี่ยนชื่อเพราะคำว่า "ประสะ" คือการ
ประสะยา หมายถึงยานั้น
มีตัวยาในชื่อนั้นที่ออกฤทธ์การรักษา เช่น ยาประสะนอแรดคือยาที่มีนอแรดอยู่ด้วย ดังนั้นตามชื่อยาประสระนอแรดก็ต้องมีนอแรดผสมด้วย แต่จริง ๆ ไม่มีนอแรดผสมอยู่เลยจึงต้องเปลี่ยนชื่อ
กระทู้นี้ก็มีประเด็นเพียงเท่านี้ล่ะครับ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะแก้ปัญหาหรือทำให้ร่างกายผู้สูงอายุดีขึ้นเพียงไรก็แล้วแต่ร่างการแต่ละท่าน อันนี้พูดมากไม่ได้เดี๋ยวโดนฟ้อง
ผมสังเกตลักษณะเฉพาะของการตลาดยุคนี้ .... "เลี่ยงบาลี" กันสุด ๆ 😁 😸
ยุคนี้เป็นยุคแห่งการทำการตลาด social / ขายของออนไลน์ ดังนั้นการแข่งขันจึงสูง ช่วงประมาณสัก 2 - 3 ปีมานี้สังเกตเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริม / กาแฟ พยายามกันแบบสุดฤทธิ์สุดเดชที่จะ "เลี่ยงข้อกฎหมาย" แต่ยังพยายามให้ผู้ชมรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถทำให้สุขภาพดีขึ้นหรือแก้ปัญหาสุขภาพได้จริง หรือ สามารถยังดื่มกาแฟที่หวานมันอร่อยได้จริงโดยไม่เสียสุขภาพ
ผมดูช่อง PPTV / ไทยรัฐทีวีทุกวัน จะเห็นโฆษณาที่มาเหมือนกันแนวหนึ่งก็คือจะเริ่มต้นด้วยการสร้าง story ว่า ....
1. ผู้ใหญ่/พ่อแม่หรือญาติมีปัญหาสายตาบ้าง ข้อเข่าบ้างหรือมีอาการอื่นเช่น เวียนหัว เหนื่อยง่ายบ้างอะไรอย่างนี้
2. ได้พาญาติผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ไปหา "ผู้เชี่ยวชาญ" และผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่าทำไมปล่อยไว้ขนาดนี้ เสี่ยงมากนะ
3. (มาถึงจุดสำคัญ) ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์นี้
ผมบอกตรง ๆ เลยว่าดูไปขำไป คือพยายามเลี่ยงข้อกฎหมายกันสุดฤทธิ์โดยไม่ใช้คำว่า หมอ , แพทย์ แต่ใช้คำว่า "ผู้เชี่ยวชาญ" และไม่ใช้คำว่าสามารถทำให้ หรือ แก้อาการ แต่ใช้คำว่ามีส่วนช่วย ซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านั้นล้วนแต่เกี่ยวข้องกับส่วนสำคัญของร่างกายทั้งสิ้นอย่างเช่น ดวงตา การมองเห็น ข้อเข่า การเดินการลุกนั่งของผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนแหละว่ามันคือปัญหาหลักของผู้สูงอายุหลายคนที่ต้องการจะหาย ดังนั้นจึงต้องพยายามโฆษณาผลิตภัณฑ์เพื่อจี้จุดนี้ให้มากที่สุด
และจุดที่ผมว่าแย่ก็คือมีการใช้คำว่า เมื่อไปตรวจกับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผลเลือดและค่าต่าง ๆ ดีขึ้นจริง ซึ่งจุดนี้ผมว่ามันใกล้ ๆ การล้ำเส้นไปหน่อย คืออาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจไปว่าสามารถกินกาแฟนี้ได้อย่างสบายใจ หรือ ทำให้ค่าต่าง ๆ ในเลือดดีขึ้น
เทคนิคการทำตลาดอีกอย่างที่ดูแล้วตลกก็คือ โฆษณาทั้งหมดใช้ format เหมือนกันก็คือจะพูดว่า .... "อ้าว ! ทีมงานบอกว่าสายเต็มแล้ว (มีคนซื้อครบจำนวนโปรโมชั่นแล้ว) แต่ไม่เป็นไรครับเอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวผมขอรับผิดชอบเองด้วยการเพิ่มให้อีก 50 สาย" ก็คือพยายามทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ขายดีมากจนกระทั่งสายสั่งจองเข้าเต็มอย่างรวดเร็ว เป็นการกระตุ้นให้ผู้ชมสั่งซื้อได้เร็วขึ้น
ที่ต้องเลี่ยงบาลีกันขนาดนี้ มันเป็นตั้งแต่สมัยของยุค พ.ศ. 2510 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติยาซึ่งมีกฎหมายห้ามไม่ให้ตั้งชื่อยาในลักษณะโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ไม่สุภาพ หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด หรืออาจจะมี พรบ. ใหม่กว่านี้แต่ผมไม่ทราบและไม่แน่ใจว่าจะมีไหมในการบังคับใช้ประเด็นนี้
ตัวอย่างยาที่เปลี่ยนชื่อ
- ยาทันใจ >>> ยาทัมใจ
- ยาซ่อมปอดใหม่ >>> ยาซอมป่อยใหม่
- ยาปวดหาย >>> ยาบวดหาย
- ยาประสระนอแรด >>> ยาประสระบอแรด
กระทู้นี้ก็มีประเด็นเพียงเท่านี้ล่ะครับ ส่วนผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะแก้ปัญหาหรือทำให้ร่างกายผู้สูงอายุดีขึ้นเพียงไรก็แล้วแต่ร่างการแต่ละท่าน อันนี้พูดมากไม่ได้เดี๋ยวโดนฟ้อง