LocknLock 🥣 จากชายเรียนไม่จบ สู่เจ้าพ่อ อาณาจักรของใช้ในครัวที่เกิดจาก Pain Point ของคนทำอาหาร

แบรนด์กล่องเก็บอาหารที่เกิดจากการมองเห็น “Pain Point” ของคนทำครัว

  เวลาเราพูดถึง LocknLock หลายคนน่าจะนึกถึงกล่องถนอมอาหาร กระบอกน้ำ หรือเครื่องครัวดีไซน์มินิมอล แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลังแบรนด์นี้ เริ่มต้นจากชายคนหนึ่งที่ เรียนไม่จบมหาวิทยาลัย และไม่ได้มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมเลย

  ย้อนกลับไปปี 1978 Kim Joon-Il เริ่มต้นธุรกิจด้วยการนำเข้าและจำหน่ายเครื่องครัวและของใช้ในบ้าน ก่อนจะพัฒนามาเป็นผู้ผลิตสินค้าเอง ช่วงนั้นตลาดกล่องเก็บอาหารมีเจ้าตลาดอย่าง Tupperware อยู่แล้ว แต่ Kim สังเกตเห็นปัญหาของกล่องที่คนใช้กันในตอนนั้นว่า  
    👉 เปิด–ปิดค่อนข้างลำบาก
    👉 ต้องใช้สองมือในการเปิด
    👉 น้ำแกงหรืออาหารเหลวมีโอกาสรั่วออกมา
    👉 ยิ่งอาหารอย่างกิมจิหรือซุป ซึ่งเป็นอาหารที่คนเกาหลีกินกันบ่อย ยิ่งสร้างปัญหา
    เขาจึงพยายามแก้ Pain Point เหล่านี้

จนเกิดเป็น ฝาล็อกแบบบานพับ 4 ด้าน ที่ช่วยให้เปิด–ปิดได้ง่ายขึ้น พร้อมเพิ่มซีลยางบริเวณฝาเพื่อช่วยป้องกันการรั่วซึม
ต่อมาบริษัทจดสิทธิบัตรนวัตกรรมดังกล่าวในปี 1998 และในปี 2003 ก็เปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็น LocknLock

LocknLock เลือกใช้วิธีที่เรียบง่ายมาก คือ สาธิตให้ดู
   - ทั้งการปิดกล่องแล้วนำไปแช่น้ำ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความแน่นหนาและช่วยป้องกันน้ำรั่วซึมได้
   - จากสินค้าที่ต้องอธิบายให้คนเข้าใจ กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเห็นแล้วเข้าใจจุดเด่นได้ทันที
   - หลังจากนั้นแบรนด์ก็เริ่มขยายตลาดไปต่างประเทศ และพบว่ากลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบสินค้านี้มากคือ ผู้สูงอายุและผู้พิการ เพราะสามารถเปิด–ปิดกล่องได้ง่ายด้วยมือข้างเดียว
   - จากจุดเริ่มต้นของ “กล่องเก็บอาหาร” LocknLock ค่อย ๆ แตกไลน์สินค้าออกไปเรื่อย ๆ
     🥤 กระบอกน้ำและแก้วเก็บอุณหภูมิ
     🍳 เครื่องครัวและอุปกรณ์ทำอาหาร
    ⚡ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก

💡 สิ่งที่น่าสนใจของ LocknLock
    - เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า บางครั้งการสร้างธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการคิดว่า
       “เราจะสร้างสินค้าที่ล้ำที่สุดได้อย่างไร?”
    - แต่อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า
      “สินค้าที่คนใช้อยู่ทุกวันนี้ มีอะไรที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิด?”   แล้วค่อยหาวิธีแก้ปัญหานั้นให้ดีขึ้น

📊 ผลประกอบการ LocknLock
ตัวเลขปี 2024 ที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า
รายได้: ประมาณ 4,639 ล้านบาท
กำไรจากการดำเนินงาน: ประมาณ 17 ล้านบาท
รายได้ลดลงประมาณ 4.3% จากปีก่อน
แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 228 ล้านบาท จนกลับมาเป็น กำไร หลังจากขาดทุนจากการดำเนินงานในปีก่อน

📊 ผลประกอบการ LocknLock
      ตัวเลขปี 2024 ที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า
    - รายได้: ประมาณ 4,639 ล้านบาท
    - กำไรจากการดำเนินงาน: ประมาณ 17 ล้านบาท
    - รายได้ลดลงประมาณ 4.3% จากปีก่อน
    แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 228 ล้านบาท จนกลับมาเป็น กำไร หลังจากขาดทุนจากการดำเนินงานในปีก่อน
   ถ้าดูตัวเลขกำไรสุทธิ ปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 11.6 พันล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยราว ๆ 280–300 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ แต่ตัวเลขนี้มีรายการพิเศษและกำไร/ขาดทุนอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย จึงไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับกำไรจากการดำเนินงาน

💰 แล้ววันนี้ LocknLock ใหญ่แค่ไหน?
   - จากธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยการมองเห็นปัญหาของ “กล่องเก็บอาหาร” วันนี้ LocknLock กลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีรายได้ประมาณ 4,600 ล้านบาทต่อปี
   - แต่เส้นทางธุรกิจก็ไม่ได้ราบรื่นตลอด เพราะปี 2023 บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน ก่อนจะกลับมามีกำไรในปี 2024 ที่ประมาณ 17 ล้านบาท
   - เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ ต่อให้เป็นแบรนด์ที่คนทั่วโลกรู้จัก ก็ยังต้องปรับตัวเรื่องต้นทุน สต๊อกสินค้า และช่องทางการขายอยู่ตลอด
   - ธุรกิจที่ดีจึงไม่ได้มีแค่ “สินค้าดี” แต่ต้องบริหารธุรกิจให้กำไรได้ด้วย

ที่มา Marketeer Online  newspim



หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นของ Lock&Lock Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทเกาหลี และตัวเลขกำไรสุทธิในงบมีความแตกต่างจากกำไรจากการดำเนินงาน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่