เช้าหลังตื่นนอน
หรือกลางคืนก่อนนอนคะ
นั่งทีนึงนานกันมั้ยคะ กี่นาที กี่ชั่วโมง
คิดว่าต้องนั่งทุกวันมั้ย
อิริยาบถไหนที่นั่งแล้วได้สมาธิที่สุด ยืน เดิน นั่ง หรือ นอนคะ
เราปกติจะนั่งทุกวัน
วันละประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งต่อเนื่องมานานแล้วตั้งแต่ปี 2560 เริ่มจากวันละ 5 นาทีก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา บางวันว่างหน่อยก็นั่ง 3 ชั่วโมง แต่ปกติจะยืนพื้นที่วันละ 1 ชั่วโมง
วันไหนไม่สบายมีน้ำมูกนั่งไม่ได้น้ำมูกมันคอยจะไหลก็นอนสมาธิเอา
วิธีดูเวลาก็ง่าย ๆ ใช้นาฬิกาตั้งปลุกเอา
แล้วคิดว่านั่งสมาธิกันไปทำไมคะ
สำหรับเรา นั่งเพื่อฝึกตัวเองค่ะ
อยู่กับลมหายใจ
มันจะไล่ไปตามลำดับของมันเอง
นั่งแล้วรู้สึกดีค่ะ ทำควบคู่ไปกับการฟังธรรม ปฏิบัติธรรม รักษาศีลด้วย ดีมากเลย
ตอนนี้ในใจเราแทบจะไม่ขุ่นมัวด้วยโทสะแล้วค่ะ แต่ยังชุ่มไปด้วยราคะ
โลภะยังมีอยู่ค่ะ แต่ราคะมากสุด
จุดหมายของเราคือการดับไม่เหลือซึ่งกองทุกข์
แล้วของทุกคนคืออะไรคะ
อ่อ
อีกคำถาม
อะไรทำให้คุณสนใจนั่งสมาธิกันคะ แล้วเริ่มทำกันครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่
ของเราสนใจเพราะสมัยก่อนผู้ใหญ่เคยอ่านหนังสือธรรมะแล้วเอามาคุยให้กันฟังแต่เราไปได้ยินมา คืออยู่แถว ๆ นั้น ว่า พระราหุลนั่งสมาธิตั้งแต่ 7 ขวบ นั่งต่อเนื่องกัน 7 ปี ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ตอน 14 ขวบ
เราเลยเริ่มนั่งมันตอน 4 ขวบเลย
หลังจากนั้นก็มีนั่ง ๆ หยุดๆ ไปบ้าง
ช่วง ม.ปลาย อายุ 15-16 เคยนั่งจนถอดจิตได้ แต่หาทางเข้าร่างไม่ค่อยได้ ช่วงนั้นชีวิตลำบากมาก รู้สึกตัวตื่นมาแล้วขยับแขนขยับขา แต่มองไม่เห็นมือที่เป็นกายเนื้อของตัวเอง บางทีถึงขนาดลุกไปเปิดประตู ก็จับลูกบิดประตูไม่ได้ถึงรู้ว่านี่วิญญาณยังไม่เข้าร่าง ต้องลองตะแคงซ้ายตะคงขวาอยู่นานกว่าจะเข้าร่างได้
บางทีก็นั่งสมาธิตอน ม. 3 จิตไปโผล่ที่เมืองบาดาล สวรรค์บ้าง เทวดานางฟ้ากรี๊ดกันใหญ่บอกมนุษย์มาได้ไง
บางทีก็ไปนรก อยากรู้นรกเป็นยังไง
เคยนั่งจนรู้สึกหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น ช่วง ป.ตรี ตอนนั้นคิดว่า เอาวะ ตายเป็นตายช่างมัน
แล้วเราก็ได้พบกับการรวมร่างของดวงจิตบริสุทธิ์ต่าง ๆท่านเป็นเสียงผู้ชายมีอำนาจถามเราว่า
มานพน้อย เจ้าเก่งมากนะที่เข้ามาถึงที่นี่ได้
เจ้าจะรวมร่างกับเราหรือไม่
เราก็ตอบเป็นเสียงชายหนุ่มว่า ไม่
เสียงนั้นก็ถามว่า ถ้าอย่างนั้นเจ้าปราถนาสิ่งใด
เราก็ตอบว่า เราไม่ปราถนาสิ่งใด
เสียงนั้นหัวเราะหึ ๆ ก้องกังวาน และพูดว่า ดีมาก มานพน้อย เจ้าเป็นคนไม่โลภ เจ้าจะได้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ
ตอนนั้นเราอยู่ ป.ตรี ช่วงปี 2 ปี 3 เรานั่งสมาธิ 5 ทุ่ม ถึง ตี 2 เกือบทุกวัน เพราะมันเย็นและเงียบดี แต่ตอนนั้นเรายังขาดเมตตายังกินเนื้อสัตว์อยู่ จึงมีโทสะรุนแรง ช่วงนั้นเราปราถนาสิ่งใด คิดดีหรือร้ายต่อใครก็จะเป็นไปตามนั้นทุกประการ
จนเราหลงลำพองว่าข้านี้จะทำอะไรใครก็ได้
แต่แล้ววันหนึ่ง เราเปิดไปดูในเว็บหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เว็บนั้นเขาพูดจาเหมือนจะก่นด่าเรา ใจความสำคัญคือ ถึงจะได้คุณวิเศษมาอย่างไร ถ้าจิตขาดเมตตาสารณียธรรม 12 เป็นพื้นฐาน วันนึงมันก็จะพังครืนลงมา
เราได้อ่านแล้วรู้สึกเดือดดาลมาก
ต่อมาไม่นาน ทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น คุณวิเศษของเราพังครืนลงมาไม่มีชิ้นดี เราสูญเสียพลัง ช่วงนั้นปี 2551
ปี 2552 เราได้ต่อ ป.โท มีเพื่อนสนิทคนนึงเป็นคริสเตียน มันพาเราไปสัญญาที่โบสถ์ว่าต่อจากนี้เป็นเวลา 3 ปี เราจะไม่กราบไหว้ เคารพบูชารูปปั้นหรือลัทธิอื่น ไม่นั่งสมาธิ ไม่สวดมนต์ ให้นึกถึงแต่พระเจ้า
ช่วงก่อนหน้านั้น เราจะเห็นยมทูตมารับวิญญาณก่อนจะมีคนตาย 2 อาทิตย์ เราเล่าให้เพื่อนคนนั้นฟัง เขามีอาการหวาดกลัวมาก จึงพาเราไปสัญญาสาบานที่โบสถ์คริสเตียน
3 ปีนั้นเราทำตามสัญญา คือไม่นั่งสมาธิ ไม่ไหว้พระ ไม่สวดมนต์
แต่ก่อนหน้านั้น เราอยากรู้อะไรเราเข้าไปดูในสมาธิได้หมด เห็นกระทั่งอดีตของบ้านเพื่อนคนนั้นสมัยคุณย่ายังอยู่ บริเวณบ้านมีน้ำพุหงส์หน้าบ้าน คุณย่ายิ้มแย้มใจดี ก่อนที่ต่อมาเพื่อนจะพาไปเห็นของจริงที่บ้านเขาในสภาพทรุดโทรม เพราะคุณย่าเสียไป 10 ปีแล้ว
เราเห็นอนาคต ของตัวเองในปีต่าง ๆ
เรากับเขาต้องแต่งงานกัน
แต่หลังจาก 3 ปี เขามาขอเราแต่งงานจริง ภายใต้เงื่อนไข เราต้องเปลี่ยนศาสนา
เราตอบปฏิเสธไป เขาร้องไห้เสียใจ เราได้เห็นน้ำตาเขาชัด ๆ ก็วันนั้น หลังจากนั้นเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
คนนี้เราเคยไปเที่ยวภูกระดึงด้วยกันเพื่อฉลองจบโท มีในกระทู้ด้วย ตั้งแต่ปี 2555 กระทู้หนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ภูกระดึง เรายังเล่าไม่จบเลย
หลังจากนั้น เราก็กลับมานั่งสมาธิต่อ แต่นั่ง 5 นาที 10 นาทีมั่ง แถมไม่ได้นั่งทุกวันด้วย
จนปี 2560 แม่ป่วยต้องดูแลแม่จึงเริ่มต้นใหม่นั่งสมาธิทุกวันไม่ได้ขาด เริ่มจากวันละ 5 นาที เรื่อยมาจนถึงตอนนี้
นี่คือที่มาการนั่งสมาธิของเราค่ะ
ถามเรื่องการทำสมาธิ
หรือกลางคืนก่อนนอนคะ
นั่งทีนึงนานกันมั้ยคะ กี่นาที กี่ชั่วโมง
คิดว่าต้องนั่งทุกวันมั้ย
อิริยาบถไหนที่นั่งแล้วได้สมาธิที่สุด ยืน เดิน นั่ง หรือ นอนคะ
เราปกติจะนั่งทุกวัน
วันละประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งต่อเนื่องมานานแล้วตั้งแต่ปี 2560 เริ่มจากวันละ 5 นาทีก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมา บางวันว่างหน่อยก็นั่ง 3 ชั่วโมง แต่ปกติจะยืนพื้นที่วันละ 1 ชั่วโมง
วันไหนไม่สบายมีน้ำมูกนั่งไม่ได้น้ำมูกมันคอยจะไหลก็นอนสมาธิเอา
วิธีดูเวลาก็ง่าย ๆ ใช้นาฬิกาตั้งปลุกเอา
แล้วคิดว่านั่งสมาธิกันไปทำไมคะ
สำหรับเรา นั่งเพื่อฝึกตัวเองค่ะ
อยู่กับลมหายใจ
มันจะไล่ไปตามลำดับของมันเอง
นั่งแล้วรู้สึกดีค่ะ ทำควบคู่ไปกับการฟังธรรม ปฏิบัติธรรม รักษาศีลด้วย ดีมากเลย
ตอนนี้ในใจเราแทบจะไม่ขุ่นมัวด้วยโทสะแล้วค่ะ แต่ยังชุ่มไปด้วยราคะ
โลภะยังมีอยู่ค่ะ แต่ราคะมากสุด
จุดหมายของเราคือการดับไม่เหลือซึ่งกองทุกข์
แล้วของทุกคนคืออะไรคะ
อ่อ
อีกคำถาม
อะไรทำให้คุณสนใจนั่งสมาธิกันคะ แล้วเริ่มทำกันครั้งแรกตอนอายุเท่าไหร่
ของเราสนใจเพราะสมัยก่อนผู้ใหญ่เคยอ่านหนังสือธรรมะแล้วเอามาคุยให้กันฟังแต่เราไปได้ยินมา คืออยู่แถว ๆ นั้น ว่า พระราหุลนั่งสมาธิตั้งแต่ 7 ขวบ นั่งต่อเนื่องกัน 7 ปี ก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ตอน 14 ขวบ
เราเลยเริ่มนั่งมันตอน 4 ขวบเลย
หลังจากนั้นก็มีนั่ง ๆ หยุดๆ ไปบ้าง
ช่วง ม.ปลาย อายุ 15-16 เคยนั่งจนถอดจิตได้ แต่หาทางเข้าร่างไม่ค่อยได้ ช่วงนั้นชีวิตลำบากมาก รู้สึกตัวตื่นมาแล้วขยับแขนขยับขา แต่มองไม่เห็นมือที่เป็นกายเนื้อของตัวเอง บางทีถึงขนาดลุกไปเปิดประตู ก็จับลูกบิดประตูไม่ได้ถึงรู้ว่านี่วิญญาณยังไม่เข้าร่าง ต้องลองตะแคงซ้ายตะคงขวาอยู่นานกว่าจะเข้าร่างได้
บางทีก็นั่งสมาธิตอน ม. 3 จิตไปโผล่ที่เมืองบาดาล สวรรค์บ้าง เทวดานางฟ้ากรี๊ดกันใหญ่บอกมนุษย์มาได้ไง
บางทีก็ไปนรก อยากรู้นรกเป็นยังไง
เคยนั่งจนรู้สึกหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น ช่วง ป.ตรี ตอนนั้นคิดว่า เอาวะ ตายเป็นตายช่างมัน
แล้วเราก็ได้พบกับการรวมร่างของดวงจิตบริสุทธิ์ต่าง ๆท่านเป็นเสียงผู้ชายมีอำนาจถามเราว่า
มานพน้อย เจ้าเก่งมากนะที่เข้ามาถึงที่นี่ได้
เจ้าจะรวมร่างกับเราหรือไม่
เราก็ตอบเป็นเสียงชายหนุ่มว่า ไม่
เสียงนั้นก็ถามว่า ถ้าอย่างนั้นเจ้าปราถนาสิ่งใด
เราก็ตอบว่า เราไม่ปราถนาสิ่งใด
เสียงนั้นหัวเราะหึ ๆ ก้องกังวาน และพูดว่า ดีมาก มานพน้อย เจ้าเป็นคนไม่โลภ เจ้าจะได้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ
ตอนนั้นเราอยู่ ป.ตรี ช่วงปี 2 ปี 3 เรานั่งสมาธิ 5 ทุ่ม ถึง ตี 2 เกือบทุกวัน เพราะมันเย็นและเงียบดี แต่ตอนนั้นเรายังขาดเมตตายังกินเนื้อสัตว์อยู่ จึงมีโทสะรุนแรง ช่วงนั้นเราปราถนาสิ่งใด คิดดีหรือร้ายต่อใครก็จะเป็นไปตามนั้นทุกประการ
จนเราหลงลำพองว่าข้านี้จะทำอะไรใครก็ได้
แต่แล้ววันหนึ่ง เราเปิดไปดูในเว็บหนึ่งจำชื่อไม่ได้ เว็บนั้นเขาพูดจาเหมือนจะก่นด่าเรา ใจความสำคัญคือ ถึงจะได้คุณวิเศษมาอย่างไร ถ้าจิตขาดเมตตาสารณียธรรม 12 เป็นพื้นฐาน วันนึงมันก็จะพังครืนลงมา
เราได้อ่านแล้วรู้สึกเดือดดาลมาก
ต่อมาไม่นาน ทุกอย่างก็เป็นไปตามนั้น คุณวิเศษของเราพังครืนลงมาไม่มีชิ้นดี เราสูญเสียพลัง ช่วงนั้นปี 2551
ปี 2552 เราได้ต่อ ป.โท มีเพื่อนสนิทคนนึงเป็นคริสเตียน มันพาเราไปสัญญาที่โบสถ์ว่าต่อจากนี้เป็นเวลา 3 ปี เราจะไม่กราบไหว้ เคารพบูชารูปปั้นหรือลัทธิอื่น ไม่นั่งสมาธิ ไม่สวดมนต์ ให้นึกถึงแต่พระเจ้า
ช่วงก่อนหน้านั้น เราจะเห็นยมทูตมารับวิญญาณก่อนจะมีคนตาย 2 อาทิตย์ เราเล่าให้เพื่อนคนนั้นฟัง เขามีอาการหวาดกลัวมาก จึงพาเราไปสัญญาสาบานที่โบสถ์คริสเตียน
3 ปีนั้นเราทำตามสัญญา คือไม่นั่งสมาธิ ไม่ไหว้พระ ไม่สวดมนต์
แต่ก่อนหน้านั้น เราอยากรู้อะไรเราเข้าไปดูในสมาธิได้หมด เห็นกระทั่งอดีตของบ้านเพื่อนคนนั้นสมัยคุณย่ายังอยู่ บริเวณบ้านมีน้ำพุหงส์หน้าบ้าน คุณย่ายิ้มแย้มใจดี ก่อนที่ต่อมาเพื่อนจะพาไปเห็นของจริงที่บ้านเขาในสภาพทรุดโทรม เพราะคุณย่าเสียไป 10 ปีแล้ว
เราเห็นอนาคต ของตัวเองในปีต่าง ๆ
เรากับเขาต้องแต่งงานกัน
แต่หลังจาก 3 ปี เขามาขอเราแต่งงานจริง ภายใต้เงื่อนไข เราต้องเปลี่ยนศาสนา
เราตอบปฏิเสธไป เขาร้องไห้เสียใจ เราได้เห็นน้ำตาเขาชัด ๆ ก็วันนั้น หลังจากนั้นเราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
คนนี้เราเคยไปเที่ยวภูกระดึงด้วยกันเพื่อฉลองจบโท มีในกระทู้ด้วย ตั้งแต่ปี 2555 กระทู้หนีร้อนไปพึ่งเย็นที่ภูกระดึง เรายังเล่าไม่จบเลย
หลังจากนั้น เราก็กลับมานั่งสมาธิต่อ แต่นั่ง 5 นาที 10 นาทีมั่ง แถมไม่ได้นั่งทุกวันด้วย
จนปี 2560 แม่ป่วยต้องดูแลแม่จึงเริ่มต้นใหม่นั่งสมาธิทุกวันไม่ได้ขาด เริ่มจากวันละ 5 นาที เรื่อยมาจนถึงตอนนี้
นี่คือที่มาการนั่งสมาธิของเราค่ะ