จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นผู้รับรู้ทั้งหมดของการปฎิบัติ
ในอานาปานสติ16ขั้น
ขั้นที่1-2หายใจยาว-สั้น จะเชื่อมโยงกับขั้นที่9คือรู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิต คือในการปฎิบัติเริ่มจะมีนิวรณ์ต่างๆเกิดขึ้น การรู้นิวรณ์ในจิตจะทำให้นิวรณ์สงบลง
ก็จะเข้าสู่ขั้นที่4คือปีติเกิด
เมื่อเกิดปีติก็จะเชื่อมโยงกับขั้นที่3คือรู้กายทั้งปวงและเชื่อมโยงกับขั้นตอนที่10คือจิตเกิดปราโมทย์
ขั้นที่4กายสังขารรำงับจะเชื่อมโยงกับขั้นที่5คือเกิดสุข
และเชื่อมโยงกับขั้นที่11คือเกิดจิตตั้งมั่น เพราะสุขเป็นพื้นฐานที่จะให้เกิดสมาธิ
เมื่อจิตตั้งมั่นก็จะเชื่อมโยงเข้ากับขั้นที่7คือรู้จิตสังขาร
ความยินดียินร้ายที่เกิด เมื่อจิตตั้งมั่นรู้จิตสังขารก็จะเชื่อมโยงเข้าขั้น12คือจิตจะปล่อยการยึดถือ จิตสังขารจะสงบรำงับลง
ในส่วนธรรมขั้นที่13-16นั้นเราท่านที่เป็นบุคคลที่ได้สดับแล้ว ก็ควรจะตั้งความรู้เรื่องไตรลักษณ์ไว้ในจิตสำนึกอยู่แล้ว เหมือนที่ท่านพุทธทาสบอก
ฉะนั้นทุกขั้นเริ่มแม้การหายใจเข้าออกก็จะมีการเกิดดับที้งสิ้น ให้เราเห็นขั้นที่13คืออนิจจังไม่เที่ยงได้ เมื่อเห็นมากเข้าจิตก็จะเข้าสู่ขั้น14-15คือการจางคลายและการดับกิเลส ถ้ายังไม่ถาวรก็จะเป็นชั่วครั้งคราวของการปฎิบัติ จนกว่าจะได้แบบถาวร
การปฎิบัติทั้ง15ขั้นก็คือการตามเห็นการทำให้มรรคเกิด คือขั้นที่16
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ขอท่านใช้วิจารณญาณในการรับรู้ และถ้าขัดแย้งกับคำสอนหรือคัมภีร์เป็นสัทธรรมปฏิรูปขึ้นข้าพเจ้าก็กราบขอขมาพระรัตนไตยด้วยเถิด
ในส่วนตัวไม่ได้คิดว่าการทำตามลำดับขั้นนั้นไม่ถูก
เพียงแต่คิดว่าพระพุทธองค์ได้ทรงเรียบเรียงขั้นตอนที่เกิดขึ้นจริงไว้เป็นหมวดหมู่ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
###อานาปานสติ 16ขั้น การเชื่อมโยงของจตุกกะทั้ง4 กาย เวทนา จิต ธรรม###
ในอานาปานสติ16ขั้น
ขั้นที่1-2หายใจยาว-สั้น จะเชื่อมโยงกับขั้นที่9คือรู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิต คือในการปฎิบัติเริ่มจะมีนิวรณ์ต่างๆเกิดขึ้น การรู้นิวรณ์ในจิตจะทำให้นิวรณ์สงบลง
ก็จะเข้าสู่ขั้นที่4คือปีติเกิด
เมื่อเกิดปีติก็จะเชื่อมโยงกับขั้นที่3คือรู้กายทั้งปวงและเชื่อมโยงกับขั้นตอนที่10คือจิตเกิดปราโมทย์
ขั้นที่4กายสังขารรำงับจะเชื่อมโยงกับขั้นที่5คือเกิดสุข
และเชื่อมโยงกับขั้นที่11คือเกิดจิตตั้งมั่น เพราะสุขเป็นพื้นฐานที่จะให้เกิดสมาธิ
เมื่อจิตตั้งมั่นก็จะเชื่อมโยงเข้ากับขั้นที่7คือรู้จิตสังขาร
ความยินดียินร้ายที่เกิด เมื่อจิตตั้งมั่นรู้จิตสังขารก็จะเชื่อมโยงเข้าขั้น12คือจิตจะปล่อยการยึดถือ จิตสังขารจะสงบรำงับลง
ในส่วนธรรมขั้นที่13-16นั้นเราท่านที่เป็นบุคคลที่ได้สดับแล้ว ก็ควรจะตั้งความรู้เรื่องไตรลักษณ์ไว้ในจิตสำนึกอยู่แล้ว เหมือนที่ท่านพุทธทาสบอก
ฉะนั้นทุกขั้นเริ่มแม้การหายใจเข้าออกก็จะมีการเกิดดับที้งสิ้น ให้เราเห็นขั้นที่13คืออนิจจังไม่เที่ยงได้ เมื่อเห็นมากเข้าจิตก็จะเข้าสู่ขั้น14-15คือการจางคลายและการดับกิเลส ถ้ายังไม่ถาวรก็จะเป็นชั่วครั้งคราวของการปฎิบัติ จนกว่าจะได้แบบถาวร
การปฎิบัติทั้ง15ขั้นก็คือการตามเห็นการทำให้มรรคเกิด คือขั้นที่16
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ขอท่านใช้วิจารณญาณในการรับรู้ และถ้าขัดแย้งกับคำสอนหรือคัมภีร์เป็นสัทธรรมปฏิรูปขึ้นข้าพเจ้าก็กราบขอขมาพระรัตนไตยด้วยเถิด
ในส่วนตัวไม่ได้คิดว่าการทำตามลำดับขั้นนั้นไม่ถูก
เพียงแต่คิดว่าพระพุทธองค์ได้ทรงเรียบเรียงขั้นตอนที่เกิดขึ้นจริงไว้เป็นหมวดหมู่ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นเท่านั้น