ผู้ประกอบการโอด นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่สุดเขียม นอนตามสปา-เก้าอี้สนามบิน-ร้านหม้อไฟ-เคเอฟซี-ในรถอีวี หรือทุกที่ ยกเว้น ‘โรงแรม’
.
ช่วงเทศกาลชีซี หรือวันแห่งความรักของจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมากระแสแอนิเมชันคุณภาพต่ำเรื่อง “Niu Lai” มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จีนที่ยอมควักเงินกับความบันเทิงสุดหลุดโลก แต่กลับไม่มีแรงทุ่มเทให้กับเรื่องความรัก
.
หลายปีที่ผ่านมาบรรยากาศศาลขอพรเรื่องความรักในจีนต่างเงียบเหงา แต่ศาลเจ้าเทพเจ้าแห่งโชคลาภกลับมีคนต่อแถวยาว และก่อนถึงเทศกาลชีซีปีนี้ ดอกไม้ขายไม่ดี หนังรักไม่มีคนดู ไปจนถึงธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบเพราะคนเข้าพักน้อยลง
.
ข้อมูลระบุว่าธุรกิจโรงแรมจีนกำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่รุนแรง โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่เพียงราว 60% โรงแรมทั่วประเทศปิดกิจการจนมีห้องพักหายไปเกือบ 3.4 แสนห้องในปี 2025 ขณะที่ 3 ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง JinJiang Hotels, H World Group และ BTG Hotels ก็ได้รับผลกระทบ โดยปีที่ผ่านมา 3 เครือนี้ปิดโรงแรมรวมกันถึง 2,040 แห่ง สอดคล้องกับปัญหาสภาพคล่องของโรงแรมจำนวนมากในจีน บางแห่งต้องปิดกิจการหรือถูกบังคับให้คืนพื้นที่
.
■ คนรุ่นใหม่สายประหยัด ไม่ยอมเสียค่าโรงแรม
.
การที่โรงแรมปิดตัวจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีโรงแรมมากเกินความต้องการของตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการโรงแรมรายหนึ่งมองว่าธุรกิจโรงแรมจีนมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารจำนวนมาก ทำให้ต้องหาทางเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ จึงมีการนำพื้นที่มาเปิดเป็นโรงแรม
.
ข้อมูลระบุว่าในสัปดาห์ที่ 20 ของปี 2026 จำนวนโรงแรมทั่วจีนที่มีห้องพักตั้งแต่ 15 ห้องขึ้นไป เพิ่มจาก 3.12 แสนแห่งในสัปดาห์แรกของปี 2023 เป็น 4.19 แสนแห่ง หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่งผลให้ตลาดโรงแรมจีนเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างหนัก
.
แม้อุปทานโรงแรมจะเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการกลับไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย กลับกัน คนจีนยุคนี้ยังประหยัดกับการท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวรายหนึ่งร้องเรียนว่าระหว่างเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียง เพื่อนร่วมเดินทางที่นอนค้างคืนในรถกลับถูกเรียกเก็บเงิน 150 หยวน (ราว 732 บาท) จนโรงแรมถูกวิจารณ์อย่างหนัก และยอมคืนเงินค่าจอดรถและพักค้างคืนให้ทั้งหมด พร้อมชดเชยอีก 1,000 หยวน (ราว 4,880 บาท) แต่ต่อมาเรื่องกลับพลิก เมื่อพบว่าเงิน 150 หยวน (ราว 732 บาท) ดังกล่าวที่โรงแรมเรียกเก็บ แท้จริงเป็นค่าการใช้พื้นที่ อุปกรณ์ทำอาหาร และเครื่องซักผ้าของคนในกลุ่มกว่า 10 คน
.
แม้กรณีที่เอาเปรียบโรงแรมเช่นนี้จะยังเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เลือกนอนในรถเพื่อประหยัดค่าที่พักมีไม่น้อย เจ้าของโรงแรมรายหนึ่งเล่าว่า รถที่นักท่องเที่ยวใช้มีหลากหลายประเภท โดยรถบ้านมีเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่เป็นรถ SUV หรือรถที่ดัดแปลงเป็นที่นอนเอง เพียงพับเบาะหลัง ปูที่นอน และติดม่านบังแสงก็สามารถนอนค้างคืนได้ หากบริเวณที่จอดรถมีพื้นที่เพียงพอ บางคนยังตั้งเต็นท์หรือกางผ้าใบกันแดดข้างรถอีกด้วย
.
นอกจากการนอนในรถแล้ว คนรุ่นใหม่ยังพยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายในการเข้าพัก บางส่วนเลือกใช้บริการที่พักทางเลือกที่มองว่าคุ้มกว่า เช่น ศูนย์อาบน้ำและสปา ข้อมูลระบุว่าช่วงวันหยุดยาววันชาติปีที่แล้ว จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์อาบน้ำและสปาเพิ่มขึ้น 127% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นกว่า 84% โดยจ่ายเพียง 200-500 หยวน (ราว 976-2,440 บาท) ต่อคนก็สามารถกิน ดื่ม เล่น และพักค้างคืนได้ครบ
.
ขณะเดียวกัน โฮสเทลราคาหลักสิบหยวนก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ข้อมูลจากระบุว่าตลาดโฮสเทลจีนขยายจาก 5.26 พันล้านหยวน (ราว 2.56 หมื่นล้านบาท) ในปี 2022 เป็น 1.8 หมื่นล้านหยวน (ราว 8.78 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าใน 3 ปี ส่วนคนรุ่นใหม่บางกลุ่มเลือกประหยัดยิ่งกว่าเดิม ทั้งนอนค้างคืนในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ กินและพักที่ Haidilao หลังดูคอนเสิร์ต หรือใช้ KFC McDonald’s และเก้าอี้พักในสนามบินเป็นที่พักชั่วคราว
.
ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมประหยัดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่กำลังกลายเป็นแนวโน้มของนักท่องเที่ยวจีนโดยรวม ปี 2025 ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศรวม 6.52 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 16.2% ขณะที่ใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 6.3 ล้านล้านหยวน (ราว 30.74 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 9.5% จำนวนการเดินทางเพิ่มเร็วกว่ายอดการใช้จ่ายอย่างชัดเจน บ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวจีนระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น
.
ปัจจุบัน โรงแรมระดับกลางขนาดที่มีราว 100 ห้องในเมืองรองบางแห่ง ต้องจ่ายค่าเช่าสูงถึง 3 แสนหยวน (ราว 1.46 ล้านบาท) ต่อเดือน หรือราว 35% ของรายได้ ทั้งที่โดยทั่วไปค่าเช่าควรอยู่ที่ไม่เกิน 25% ของรายได้ ทำให้ค่าเช่ากลายเป็นภาระหนักที่โรงแรมจำนวนมากแบกไม่ไหวจึงต้องปิดกิจการหรือยุติสัญญาเช่าในที่สุด
.
ปี 2025 จำนวนโรงแรมในจีนที่ประกาศขายหรือโอนกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของช่วงเดียวกันในปี 2024 แต่โรงแรมที่ปิดดีลได้มีไม่มาก คาดว่าปัจจุบันโรงแรมอย่างน้อย 30% ในจีนไม่สามารถหาผู้รับช่วงต่อได้เนื่องจากค่าเช่าสูงเกินไป และสุดท้ายอาจต้องขายอุปกรณ์หรือปิดกิจการในที่สุด
.
ปัญหานี้ยังกระทบเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องแบกรับภาระเช่นกัน จนปีนี้มีบริการ “ผู้พิทักษ์เจ้าของโรงแรม” รายแรกของจีน ให้บริการสำรองจ่ายค่าเช่า รับเก็บค่าเช่า และช่วยโอนทรัพย์สิน โดยชูจุดขายว่าเจ้าของทรัพย์จะ “เก็บค่าเช่าได้อย่างสบายใจ ดูแลทรัพย์สินได้อย่างไร้กังวล”
.
ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาค่าเช่าที่กดดันธุรกิจโรงแรมส่วนหนึ่งก็เกิดจากการขยายธุรกิจ ตอนที่ธุกิจมีความเติบโต โรงแรมจำนวนมากเลือกเช่าพื้นที่เพื่อขยายกิจการด้วยเงินลงทุนไม่สูงมาก และบางรายทำสัญญาเช่ายาวถึง 10-15 ปี แต่เมื่อจำนวนผู้เข้าพักลดลง รายได้หดตัว แต่ค่าเช่ายังเท่าเดิม จึงเริ่มแบกต้นทุนไม่ไหว ส่วนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่กล้าลดค่าเช่า เพราะค่าเช่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ สุดท้ายโรงแรมบางแห่งจึงต้องค้างค่าเช่า หรือถึงขั้นปิดกิจการ
.
ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น หากธุรกิจโรงแรมต้องการรักษาฐานลูกค้าและทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายค่าที่พักมากขึ้น การลดราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องมีบริการอื่นๆ เช่น แถมอาหารเช้า หรือปรับเวลาเช็กเอาต์ให้ลูกค้าเข้าพักครบ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่า “จ่ายแล้วคุ้ม”
.
ธุรกิจโรงแรมไม่น้อยหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าพัก เพื่อไม่ต้องพึ่งพาการลดราคาเพียงอย่างเดียว โดยรายงานแนวโน้มการบริโภคด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมปี 2026 ของ Douyin ระบุว่า 62% ของนักเดินทางให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่พิเศษมากกว่าเรื่องราคา
.
ผู้บริโภคจีนยุคใหม่แต่ละกลุ่มมีความต้องการต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่ม บางคนมองหาโรงแรมที่สวยและเหมาะกับการถ่ายรูป ส่วนครอบครัวที่มีเด็กต้องการห้องพักสำหรับครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์มองหาโรงแรมที่รองรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
.
แนวโน้มนี้สะท้อนความจริงของทั้งภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อนักเดินทางรุ่นใหม่จำเป็นต้องบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ภาคบริการก็ต้องเผชิญความท้าทายในการส่งมอบคุณค่าที่ตรงจุด โดยต้องตีโจทย์ 'ความคุ้มค่า' รูปแบบใหม่ของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มให้แตก เพื่อให้อยู่รอดและยืนระยะได้ในทุกสถานการณ์
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ชีซี #คนรุ่นใหม่จีน #โรงแรมจีน
.
https://www.facebook.com/share/p/1C2upXMiXY/
🏨 ผู้ประกอบการโอด นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่สุดเขียม นอนได้ทุกที่ยกเว้นโรงแรม
.
ช่วงเทศกาลชีซี หรือวันแห่งความรักของจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมากระแสแอนิเมชันคุณภาพต่ำเรื่อง “Niu Lai” มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่จีนที่ยอมควักเงินกับความบันเทิงสุดหลุดโลก แต่กลับไม่มีแรงทุ่มเทให้กับเรื่องความรัก
.
หลายปีที่ผ่านมาบรรยากาศศาลขอพรเรื่องความรักในจีนต่างเงียบเหงา แต่ศาลเจ้าเทพเจ้าแห่งโชคลาภกลับมีคนต่อแถวยาว และก่อนถึงเทศกาลชีซีปีนี้ ดอกไม้ขายไม่ดี หนังรักไม่มีคนดู ไปจนถึงธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบเพราะคนเข้าพักน้อยลง
.
ข้อมูลระบุว่าธุรกิจโรงแรมจีนกำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่รุนแรง โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่เพียงราว 60% โรงแรมทั่วประเทศปิดกิจการจนมีห้องพักหายไปเกือบ 3.4 แสนห้องในปี 2025 ขณะที่ 3 ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง JinJiang Hotels, H World Group และ BTG Hotels ก็ได้รับผลกระทบ โดยปีที่ผ่านมา 3 เครือนี้ปิดโรงแรมรวมกันถึง 2,040 แห่ง สอดคล้องกับปัญหาสภาพคล่องของโรงแรมจำนวนมากในจีน บางแห่งต้องปิดกิจการหรือถูกบังคับให้คืนพื้นที่
.
■ คนรุ่นใหม่สายประหยัด ไม่ยอมเสียค่าโรงแรม
.
การที่โรงแรมปิดตัวจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีโรงแรมมากเกินความต้องการของตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการโรงแรมรายหนึ่งมองว่าธุรกิจโรงแรมจีนมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารจำนวนมาก ทำให้ต้องหาทางเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ จึงมีการนำพื้นที่มาเปิดเป็นโรงแรม
.
ข้อมูลระบุว่าในสัปดาห์ที่ 20 ของปี 2026 จำนวนโรงแรมทั่วจีนที่มีห้องพักตั้งแต่ 15 ห้องขึ้นไป เพิ่มจาก 3.12 แสนแห่งในสัปดาห์แรกของปี 2023 เป็น 4.19 แสนแห่ง หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ส่งผลให้ตลาดโรงแรมจีนเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างหนัก
.
แม้อุปทานโรงแรมจะเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการกลับไม่ได้เพิ่มตามไปด้วย กลับกัน คนจีนยุคนี้ยังประหยัดกับการท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวรายหนึ่งร้องเรียนว่าระหว่างเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตปกครองตนเองซินเจียง เพื่อนร่วมเดินทางที่นอนค้างคืนในรถกลับถูกเรียกเก็บเงิน 150 หยวน (ราว 732 บาท) จนโรงแรมถูกวิจารณ์อย่างหนัก และยอมคืนเงินค่าจอดรถและพักค้างคืนให้ทั้งหมด พร้อมชดเชยอีก 1,000 หยวน (ราว 4,880 บาท) แต่ต่อมาเรื่องกลับพลิก เมื่อพบว่าเงิน 150 หยวน (ราว 732 บาท) ดังกล่าวที่โรงแรมเรียกเก็บ แท้จริงเป็นค่าการใช้พื้นที่ อุปกรณ์ทำอาหาร และเครื่องซักผ้าของคนในกลุ่มกว่า 10 คน
.
แม้กรณีที่เอาเปรียบโรงแรมเช่นนี้จะยังเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เลือกนอนในรถเพื่อประหยัดค่าที่พักมีไม่น้อย เจ้าของโรงแรมรายหนึ่งเล่าว่า รถที่นักท่องเที่ยวใช้มีหลากหลายประเภท โดยรถบ้านมีเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่เป็นรถ SUV หรือรถที่ดัดแปลงเป็นที่นอนเอง เพียงพับเบาะหลัง ปูที่นอน และติดม่านบังแสงก็สามารถนอนค้างคืนได้ หากบริเวณที่จอดรถมีพื้นที่เพียงพอ บางคนยังตั้งเต็นท์หรือกางผ้าใบกันแดดข้างรถอีกด้วย
.
นอกจากการนอนในรถแล้ว คนรุ่นใหม่ยังพยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายในการเข้าพัก บางส่วนเลือกใช้บริการที่พักทางเลือกที่มองว่าคุ้มกว่า เช่น ศูนย์อาบน้ำและสปา ข้อมูลระบุว่าช่วงวันหยุดยาววันชาติปีที่แล้ว จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์อาบน้ำและสปาเพิ่มขึ้น 127% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นกว่า 84% โดยจ่ายเพียง 200-500 หยวน (ราว 976-2,440 บาท) ต่อคนก็สามารถกิน ดื่ม เล่น และพักค้างคืนได้ครบ
.
ขณะเดียวกัน โฮสเทลราคาหลักสิบหยวนก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ข้อมูลจากระบุว่าตลาดโฮสเทลจีนขยายจาก 5.26 พันล้านหยวน (ราว 2.56 หมื่นล้านบาท) ในปี 2022 เป็น 1.8 หมื่นล้านหยวน (ราว 8.78 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าใน 3 ปี ส่วนคนรุ่นใหม่บางกลุ่มเลือกประหยัดยิ่งกว่าเดิม ทั้งนอนค้างคืนในอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ กินและพักที่ Haidilao หลังดูคอนเสิร์ต หรือใช้ KFC McDonald’s และเก้าอี้พักในสนามบินเป็นที่พักชั่วคราว
.
ในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมประหยัดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่กำลังกลายเป็นแนวโน้มของนักท่องเที่ยวจีนโดยรวม ปี 2025 ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศรวม 6.52 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 16.2% ขณะที่ใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว 6.3 ล้านล้านหยวน (ราว 30.74 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 9.5% จำนวนการเดินทางเพิ่มเร็วกว่ายอดการใช้จ่ายอย่างชัดเจน บ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวจีนระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น
.
ปัจจุบัน โรงแรมระดับกลางขนาดที่มีราว 100 ห้องในเมืองรองบางแห่ง ต้องจ่ายค่าเช่าสูงถึง 3 แสนหยวน (ราว 1.46 ล้านบาท) ต่อเดือน หรือราว 35% ของรายได้ ทั้งที่โดยทั่วไปค่าเช่าควรอยู่ที่ไม่เกิน 25% ของรายได้ ทำให้ค่าเช่ากลายเป็นภาระหนักที่โรงแรมจำนวนมากแบกไม่ไหวจึงต้องปิดกิจการหรือยุติสัญญาเช่าในที่สุด
.
ปี 2025 จำนวนโรงแรมในจีนที่ประกาศขายหรือโอนกิจการเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าของช่วงเดียวกันในปี 2024 แต่โรงแรมที่ปิดดีลได้มีไม่มาก คาดว่าปัจจุบันโรงแรมอย่างน้อย 30% ในจีนไม่สามารถหาผู้รับช่วงต่อได้เนื่องจากค่าเช่าสูงเกินไป และสุดท้ายอาจต้องขายอุปกรณ์หรือปิดกิจการในที่สุด
.
ปัญหานี้ยังกระทบเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องแบกรับภาระเช่นกัน จนปีนี้มีบริการ “ผู้พิทักษ์เจ้าของโรงแรม” รายแรกของจีน ให้บริการสำรองจ่ายค่าเช่า รับเก็บค่าเช่า และช่วยโอนทรัพย์สิน โดยชูจุดขายว่าเจ้าของทรัพย์จะ “เก็บค่าเช่าได้อย่างสบายใจ ดูแลทรัพย์สินได้อย่างไร้กังวล”
.
ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาค่าเช่าที่กดดันธุรกิจโรงแรมส่วนหนึ่งก็เกิดจากการขยายธุรกิจ ตอนที่ธุกิจมีความเติบโต โรงแรมจำนวนมากเลือกเช่าพื้นที่เพื่อขยายกิจการด้วยเงินลงทุนไม่สูงมาก และบางรายทำสัญญาเช่ายาวถึง 10-15 ปี แต่เมื่อจำนวนผู้เข้าพักลดลง รายได้หดตัว แต่ค่าเช่ายังเท่าเดิม จึงเริ่มแบกต้นทุนไม่ไหว ส่วนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่กล้าลดค่าเช่า เพราะค่าเช่าเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ สุดท้ายโรงแรมบางแห่งจึงต้องค้างค่าเช่า หรือถึงขั้นปิดกิจการ
.
ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น หากธุรกิจโรงแรมต้องการรักษาฐานลูกค้าและทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายค่าที่พักมากขึ้น การลดราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ อาจต้องมีบริการอื่นๆ เช่น แถมอาหารเช้า หรือปรับเวลาเช็กเอาต์ให้ลูกค้าเข้าพักครบ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่า “จ่ายแล้วคุ้ม”
.
ธุรกิจโรงแรมไม่น้อยหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเข้าพัก เพื่อไม่ต้องพึ่งพาการลดราคาเพียงอย่างเดียว โดยรายงานแนวโน้มการบริโภคด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมปี 2026 ของ Douyin ระบุว่า 62% ของนักเดินทางให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่พิเศษมากกว่าเรื่องราคา
.
ผู้บริโภคจีนยุคใหม่แต่ละกลุ่มมีความต้องการต่างกัน บางคนให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่ม บางคนมองหาโรงแรมที่สวยและเหมาะกับการถ่ายรูป ส่วนครอบครัวที่มีเด็กต้องการห้องพักสำหรับครอบครัวคนเลี้ยงสัตว์มองหาโรงแรมที่รองรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
.
แนวโน้มนี้สะท้อนความจริงของทั้งภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อนักเดินทางรุ่นใหม่จำเป็นต้องบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ภาคบริการก็ต้องเผชิญความท้าทายในการส่งมอบคุณค่าที่ตรงจุด โดยต้องตีโจทย์ 'ความคุ้มค่า' รูปแบบใหม่ของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มให้แตก เพื่อให้อยู่รอดและยืนระยะได้ในทุกสถานการณ์
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ชีซี #คนรุ่นใหม่จีน #โรงแรมจีน
.
https://www.facebook.com/share/p/1C2upXMiXY/