ประโยคนี้สะท้อนความจริงในโลกการทำงานได้ค่อนข้างเจ็บแสบเลยครับ
หลายองค์กรไม่ได้ "ไม่มีงบ" จริง ๆ แต่กำลังจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณอยู่ เมื่อพนักงานยังทำงานต่อได้ ก็อาจยังไม่เห็นความจำเป็นต้องปรับเงินเดือนหรือสวัสดิการเพิ่มเติม
แต่เมื่อพนักงานที่มีความสามารถตัดสินใจลาออก ต้นทุนที่แท้จริงจึงปรากฏขึ้น เช่น
-ค่าใช้จ่ายในการสรรหาคนใหม่
-เวลาที่เสียไปในการฝึกงาน
-ความรู้และประสบการณ์ที่หายไป
-ผลกระทบต่อทีมและลูกค้า
-ความเสี่ยงที่คู่แข่งจะได้บุคลากรไป
สุดท้ายองค์กรจึงพบว่า "งบที่ใช้รักษาคนเก่ง" มักถูกกว่าต้นทุนจากการสูญเสียคนเก่งเสียอีก
จึงเกิดภาพที่พนักงานหลายคนคุ้นเคย คือ
-ตอนขอขึ้นเงินเดือน บอกว่างบไม่มี
-แต่พอยื่นใบลาออก กลับมีงบขึ้นเงินเดือน 20-30% ภายในวันเดียว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีงบหรือไม่มีงบเสมอไป แต่อยู่ที่องค์กรเห็นคุณค่าของพนักงาน "ก่อน" หรือ "หลัง" ที่เขาตัดสินใจจะจากไปต่างหาก
และบางครั้ง สิ่งที่ทำให้คนยื่นใบลาออก ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นความรู้สึกว่า "ต้องลาออกก่อน ถึงจะมีคนเห็นคุณค่า" นั่นเอง.
เคยสงสัยไหมว่า “งบประมาณที่เคยบอกว่าไม่มี” ถึงมักจะปรากฏออกมาอย่างปาฏิหาริย์ในวันที่พนักงานเดินไปยื่น "ใบลาออก"
หลายองค์กรไม่ได้ "ไม่มีงบ" จริง ๆ แต่กำลังจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณอยู่ เมื่อพนักงานยังทำงานต่อได้ ก็อาจยังไม่เห็นความจำเป็นต้องปรับเงินเดือนหรือสวัสดิการเพิ่มเติม
แต่เมื่อพนักงานที่มีความสามารถตัดสินใจลาออก ต้นทุนที่แท้จริงจึงปรากฏขึ้น เช่น
-ค่าใช้จ่ายในการสรรหาคนใหม่
-เวลาที่เสียไปในการฝึกงาน
-ความรู้และประสบการณ์ที่หายไป
-ผลกระทบต่อทีมและลูกค้า
-ความเสี่ยงที่คู่แข่งจะได้บุคลากรไป
สุดท้ายองค์กรจึงพบว่า "งบที่ใช้รักษาคนเก่ง" มักถูกกว่าต้นทุนจากการสูญเสียคนเก่งเสียอีก
จึงเกิดภาพที่พนักงานหลายคนคุ้นเคย คือ
-ตอนขอขึ้นเงินเดือน บอกว่างบไม่มี
-แต่พอยื่นใบลาออก กลับมีงบขึ้นเงินเดือน 20-30% ภายในวันเดียว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีงบหรือไม่มีงบเสมอไป แต่อยู่ที่องค์กรเห็นคุณค่าของพนักงาน "ก่อน" หรือ "หลัง" ที่เขาตัดสินใจจะจากไปต่างหาก
และบางครั้ง สิ่งที่ทำให้คนยื่นใบลาออก ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นความรู้สึกว่า "ต้องลาออกก่อน ถึงจะมีคนเห็นคุณค่า" นั่นเอง.