PTT หันรุกโตต่างประเทศ เคาะปันผลกลางปีก.ย.นี้



#PTT #ทันหุ้น – PTT เปิดแผนโตยั่งยืนในอนาคต มุ่งขยายต่างประเทศ 3 ธุรกิจหลัก “เทรดดิ้ง LNG-สำรวจผลิตปิโตรเลียม-เคมีภัณฑ์” จากในประเทศโตจำกัด-เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่สร้างความมั่นคงพลังงานให้ประเทศ  เตรียมประชุมบอร์ดพิจารณาปันผลระหว่างกาลกลางเดือนกันยายนนี้ พร้อมยังคงเดินหน้าหาพันธมิตรให้กับบริษัทลูกในธุรกิจปลายน้ำ

ดร.คงกระพัน  อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ  PTT เปิดเผยว่า แผนการเติบโตในอนาคตอย่างยั่งยืนนั้น ซึ่งปตท.ตั้งเป้าเป็นองค์กร Champion ของไทยที่เติบโตในระดับโลก(National Champion)  เพราะ การเติบโตในประเทศที่จะสร้างกำไรให้บริษัทอาจจะได้ไม่มากในอนาคต แต่ปตท.ต้องการที่จะมีผลดำเนินงานเติบโต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น จึงต้องมีการขยายการลงทุนหรือรายได้ที่มาจากต่างประเทศมากขึ้นในธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ คือ ธุรกิจเทรดดิ้ง LNG  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนทั้งในส่วนของด้านแหล่งผลิต (ซัพพลาย)และฝั่งดีมานด์  โดยตั้งเป้าปีนี้ตั้งเป้าขยาย LNG Portfolio ปริมาณ 3.7  ล้านตัน จากครึ่งปีแรกอยู่ที่  1.7 ล้านตัน ในปี 2573 เพิ่มเป็น  10 ล้านตัน  และ 15 ล้านตัน ในปี 2578

@เน้นธุรกิจหลัก

รวมถึงธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)หรือ PTTEP ที่จะมีการขยายการลงทุนในแหล่งสำรวจผลิตใหม่ๆ หรือเข้าไปซื้อกิจการแหล่งสำรวจผลิต หรือการหาพันธมิตรทางธุรกิจ และอีกธุรกิจคือ เคมีภัณฑ์ ซึ่งทางบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มีการลงทุนอยู่ทั่วโลกแล้ว  

“การดำเนินธุรกิจของปตท.ในประเทศจะมุ่งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน แต่การเติบโตของกำไรจะมาจากต่างประเทศ เพราะการเติบโตในประเทศมากๆ นั้นอาจจะมีข้อจำกัด  จึงต้องไปโตในต่างประเทศ  โดยจะเน้นในธุรกิจหลักของบริษัท หรือธุรกิจที่เรามีความเชี่ยวชาญ คือเทรดดิ้ง LNG ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม  และธุรกิจเคมีภัณฑ์  ภายใต้ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มปตท.มีรายได้จากต่างประเทศราว 50%แล้ว ก็จะมีมากขึ้นในอนาคต”

นอกจากนี้ปตท.จะเป็นผู้เปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างสมดุล ในการลดคาร์บอน ตลอดจนบูรณาการเทคโนโลยี AI และดิจิทัล เข้ากับการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ขับเคลื่อนองค์กรสู่โลกอนาคต ควบคู่การสร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยเทคโนโลยีผ่านศักยภาพกลุ่ม ปตท.

ดร.คงกระพัน  กล่าวถึงความคืบหน้าในการหาพันธมิตรให้บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจปลายน้ำ (โรงกลั่นและปิโตรเคมี) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งมีผู้สนใจรายใหม่เพิ่มเข้ามาจากเดิม แต่จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้บริษัทที่สนใจจะต้องมีการพิจารณาตัดสินใจลงทุนที่รอบคอบมากขึ้น รวมถึงนโยบายของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับโรงกลั่นนั้นก็มีผลต่อการตัดสนใจของนักลงทุนเช่นกัน ส่วนจะชัดเจนปีนี้หรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้

ส่วนพันธมิตรสำหรับ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) นั้นมีนักลงทุนสนใจจำนวนมาก แต่ทางปตท.จะเลือกพันธมิตรที่เข้ามาจะต้องช่วยทำให้ PTT Tank เติบโตมากขึ้น  หรือสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน

@เตรียมประชุมบอร์ด

ดร.คงกระพัน  กล่าวว่า การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรก 2569 นั้นทางคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) จะมีการประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าวภายในกลางเดือนกันยายน 2569 และประกาศจ่ายเงินปันผลได้ภายในเดือนกันยายนเช่นกัน แต่ทางบริษัทยืนยันว่าปตท.มีหน้าที่ในการดูแลผู้ถือหุ้น นอกเหนือจากภารกิจสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย  บริษัทก็จะมีการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้น

“ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ถือเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการในช่วงที่โลกเกิดภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้น และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยได้ ในการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นๆเข้ามาเพิ่มได้ และในฐานะบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ มีหน้าที่ดูแลผู้ถือหุ้น ยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่ดีได้”

นอกจากนี้กลุ่มปตท.ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแรงจากภายใน ยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. ผ่าน Profit Enhancement Initiatives ซึ่งประกอบด้วย โครงการ MissionX  พร้อมทั้งขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS มุ่งเน้นการนำ Digital Tools และ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าเสริมความร่วมมือด้าน Supply Chain และ Marketing ทั้งในและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการดำเนินงานด้าน Financial Excellence (F1) เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและบริหารกระแสเงินสดของกลุ่ม ปตท. ต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีหลัง 2569 จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่น้อยกว่าครึ่งปีแรกที่ทำได้ กว่า 8,700 ล้านบาท

เพี้ยนแช๊ะเม่าออกรถ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่