JJNY : ‘ไอลอว์’ขยี้คดีฮั้วเลือกสว.│“เท้ง”ประณามเหตุความรุนแรงชายแดนใต้│พบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น│ออสเตรเลียพบไวรัส “เอช5เอ็น1”

‘ไอลอว์’ ขยี้คดีฮั้วเลือกสว. โพสต์ 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา
.
.
‘ไอลอว์’ ขยี้คดีฮั้วเลือกสว. โพสต์ 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา พบมีสว.ติดโผ 138 ราย รัฐมนตรี 13 ราย และสส. 17 ราย
.
เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พรรคประชาชนเดินหน้าเปิดเผยพยานหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับคดีการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่จัดขึ้นเมื่อปี 2567 นั้น ล่าสุด โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “iLaw” เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วในการเลือก สว. จำนวน 229 ราย ซึ่งประกอบด้วย สว.138 ราย รัฐมนตรี 13 ราย และสส. 17 ราย
.
.

.
“เท้ง” ประณามเหตุความรุนแรงชายแดนใต้ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์โดยด่วน
.
“เท้ง ณัฐพงษ์” ประณามเหตุความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลั่น เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนในพื้นที่ จี้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความไม่สงบโดยด่วน
.
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า
.
ขอประณามเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ซึ่งมีทั้งเหตุระเบิด เผายางรถยนต์ และวางเพลิงหลายจุด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
“การใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ หรือทรัพย์สินสาธารณะ เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ผมขอส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรงในคืนนี้”
.
นายณัฐพงษ์ ระบุต่อไปว่า รัฐบาลต้องทบทวนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้โดยเร่งด่วน เพื่อควบคุมสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และควรได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่.
.
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid02omqZ2y1YZAnrH1Y3vWSg58ma1rgnYtBheRrfrfgRC9rbori8gupfhcJf4zYsQupyl
.

.
กองทัพไทย เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนไทย–กัมพูชา พบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น
.
กองทัพไทย เร่งภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด 4 พื้นที่ชายแดนสุรินทร์–ศรีสะเกษ เดินหน้าคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน พบทั้งทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดสะสมหลายรายการ ขณะที่พื้นที่ห้วยตามาเรียตรวจพบ PMN-2 อีก 4 ทุ่น
.
กองบัญชาการกองทัพไทย โดยศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 ดำเนินภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา รวม 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ในพื้นที่ Sector 1 และ Sector 2 และพื้นที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ในพื้นที่ Sector 2 และ Sector 3
.
สำหรับการปฏิบัติงานใน Sector 1 บ้านไทยนิยมพัฒนา ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 17,523 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติม 62 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.35 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) สรุปผลการปฏิบัติงานใน Sector 1 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้วทั้งสิ้น 6,034 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 34.43 ขณะที่ยังคงเหลือพื้นที่ต้องสงสัย หรือพื้นที่ที่ยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 11,489 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 65.57 โดยตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 77 รายการ
.
ส่วนการปฏิบัติงานใน Sector 2 บ้านไทยนิยมพัฒนา มีขนาดพื้นที่ 23,334 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 72 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.31 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือ UXO สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน Sector 2 ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้แล้วทั้งสิ้น 7,907 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 33.88 ขณะที่ยังเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 15,427 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 66.12 และตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 243 รายการ
.
ขณะที่พื้นที่ Sector 2 (ห้วยตามาเรีย) บ้านภูมิซรอล ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 190,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 1,018 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.53 และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดแรงระเบิด PMN-2 จำนวน 4 ทุ่น รวมทั้งสิ้น 4 รายการ สรุปผลการปฏิบัติงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ Sector 2 ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. 69 ถึงปัจจุบัน สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยได้แล้วทั้งสิ้น 87,256 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 45.92 ขณะที่ยังคงเหลือพื้นที่ต้องสงสัยหรือยืนยันว่ามีทุ่นระเบิด จำนวน 102,744 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 54.08 โดยตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดรวมทั้งสิ้น 17 รายการ
.
ขณะเดียวกัน การปฏิบัติงานใน Sector 3 (ห้วยตามาเรีย) บ้านภูมิซรอล ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 190,000 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่สามารถทำพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ 1,823 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.96 โดยไม่ตรวจพบทุ่นระเบิดหรือ UXO โดยภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ในการขจัดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างในพื้นที่ชายแดน เพื่อคืนพื้นที่ปลอดภัยและเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่