ออสเตรเลียเสี่ยงเดินตามรอยญี่ปุ่น? ผู้เชี่ยวชาญเตือนเศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะ “Japanification”

คำเตือนของ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Stockspot บริษัทด้านการลงทุนของออสเตรเลียว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียกำลังมีบางลักษณะคล้ายกับญี่ปุ่นก่อนเกิดวิกฤติฟองสบู่แตกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และอาจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า
“Japanification” หรือเศรษฐกิจเติบโตต่ำและซบเซาเป็นเวลานาน
ญี่ปุ่นเคยเกิดอะไรขึ้น?
ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นมีทั้งตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ตกต่ำ เศรษฐกิจชะลอตัว และเกิดปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี
ข่าวยกตัวอย่างว่า ราคาบ้านบางแห่งลดลงอย่างหนัก ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใช้เวลาประมาณ
34 ปี กว่าจะกลับขึ้นมาเหนือจุดสูงสุดเดิมของปี 1989 ได้ในปี 2024
ผลกระทบไม่ได้มีแค่ตลาดการเงิน แต่ยังส่งต่อไปถึงคนรุ่นใหม่ การจ้างงาน รายได้ การแต่งงานและการมีบุตร เพราะคนจำนวนมากมีรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจลดลง
แล้วออสเตรเลียกำลังคล้ายญี่ปุ่นตรงไหน?
Brycki มองว่าปัญหาสำคัญคือ
เงินลงทุนอาจไหลเข้าสู่สินทรัพย์เก่าและธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่าธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างการเติบโต
เขากังวลว่าโครงสร้างภาษีของออสเตรเลียอาจทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจที่จะถือครอง
อสังหาริมทรัพย์
หุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่จ่ายเงินปันผลสูง
สินทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
มากกว่าการนำเงินไปลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ เช่น
AI, หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ
หากเงินทุนไม่ไหลเข้าสู่ธุรกิจใหม่มากพอ บริษัทใหม่ก็อาจเติบโตยาก การสร้างงานและนวัตกรรมลดลง และท้ายที่สุดผลิตภาพของประเทศอาจเติบโตช้า
มีสัญญาณว่าเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นแล้วหรือไม่?
ข่าวระบุว่า Stockspot พบว่าลูกค้ากำลังหันไปลงทุนในพอร์ตที่เน้น
รายได้และเงินปันผล มากขึ้น แทนพอร์ตที่เน้นการเติบโตของเงินลงทุน โดยในเดือนหนึ่งเงินที่ไหลเข้าสู่พอร์ตลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ
5 เท่าเมื่อเทียบกับพอร์ตเพื่อการเติบโต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็น
ข้อมูลภายในของ Stockspot ไม่ใช่ข้อมูลของนักลงทุนออสเตรเลียทั้งหมด ดังนั้นจึงยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ภาวะ Japanification อย่างแน่นอน
ธนาคารกลางออสเตรเลียก็มีข้อกังวลบางส่วน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข่าวอ้างถึงเอกสารภายในของ
Reserve Bank of Australia (RBA) ที่วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระบบภาษีกำไรจากการลงทุน โดยนักวิเคราะห์ของ RBA มองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
อาจเพิ่มต้นทุนของเงินทุนสำหรับธุรกิจบางประเภท และอาจทำให้เงินลงทุนไหลไปยังธุรกิจที่มีรายได้มั่นคงและจ่ายเงินปันผลสูง แทนธุรกิจที่พึ่งพาการเพิ่มขึ้นของมูลค่ากิจการ เช่น บริษัทสตาร์ตอัป
นักเศรษฐศาสตร์ Richard Holden จาก University of New South Wales ก็ให้ความเห็นในทิศทางว่า หากต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น การลงทุนบางโครงการอาจไม่คุ้มค่าทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับประเทศที่ประสบปัญหาการลงทุนภาคธุรกิจและผลิตภาพเติบโตต่ำมานาน
รัฐบาลออสเตรเลียมองต่างออกไป
รัฐบาลไม่ได้ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงภาษีจะนำไปสู่ปัญหาแบบญี่ปุ่น โดย Treasurer
Jim Chalmers ให้เหตุผลว่า การปฏิรูปมีเป้าหมายเพื่อลดความบิดเบือนของระบบภาษี และทำให้คนลงทุนด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจจริง ๆ มากกว่าลงทุนเพียงเพราะได้ประโยชน์ทางภาษี
รัฐบาลยังมองว่าการปฏิรูปภาษีมีส่วนช่วยแก้ปัญหาตลาดที่อยู่อาศัย และทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงบ้านได้มากขึ้น
สรุป
ประเด็นของข่าวไม่ได้บอกว่า “ออสเตรเลียกำลังจะกลายเป็นญี่ปุ่น” แต่เป็นคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนว่า หากเงินทุนของประเทศถูกล็อกอยู่กับอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเก่า ๆ มากเกินไป ขณะที่เงินลงทุนในธุรกิจใหม่และนวัตกรรมลดลง ออสเตรเลียอาจเผชิญปัญหาเดียวกับญี่ปุ่น คือเศรษฐกิจโตช้า ผลิตภาพต่ำ และสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเป็นเวลานาน
ส่วนคำว่า
Japanification ในที่นี้จึงหมายถึง
ความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่เข้าสู่ภาวะเติบโตต่ำและซบเซาเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ได้หมายความว่าออสเตรเลียกำลังเกิดวิกฤติแบบเดียวกับญี่ปุ่นแล้ว
#อันนี้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอ่ะนะ
ข่าวต้นทาง (เอไอสรุป)
news.com.au
ออสเตรเลียเสี่ยงเดินตามรอยญี่ปุ่น? ผู้เชี่ยวชาญเตือนเศรษฐกิจอาจเข้าสู่ภาวะ “Japanification”
ญี่ปุ่นเคยเกิดอะไรขึ้น?
ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ญี่ปุ่นมีทั้งตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ฟองสบู่จะแตกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ตกต่ำ เศรษฐกิจชะลอตัว และเกิดปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี
ข่าวยกตัวอย่างว่า ราคาบ้านบางแห่งลดลงอย่างหนัก ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นใช้เวลาประมาณ 34 ปี กว่าจะกลับขึ้นมาเหนือจุดสูงสุดเดิมของปี 1989 ได้ในปี 2024
ผลกระทบไม่ได้มีแค่ตลาดการเงิน แต่ยังส่งต่อไปถึงคนรุ่นใหม่ การจ้างงาน รายได้ การแต่งงานและการมีบุตร เพราะคนจำนวนมากมีรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจลดลง
แล้วออสเตรเลียกำลังคล้ายญี่ปุ่นตรงไหน?
Brycki มองว่าปัญหาสำคัญคือ เงินลงทุนอาจไหลเข้าสู่สินทรัพย์เก่าและธุรกิจขนาดใหญ่ มากกว่าธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการสร้างการเติบโต
เขากังวลว่าโครงสร้างภาษีของออสเตรเลียอาจทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจที่จะถือครอง
อสังหาริมทรัพย์
หุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่จ่ายเงินปันผลสูง
สินทรัพย์ที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
มากกว่าการนำเงินไปลงทุนในบริษัทเกิดใหม่ เช่น AI, หุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีชีวภาพ
หากเงินทุนไม่ไหลเข้าสู่ธุรกิจใหม่มากพอ บริษัทใหม่ก็อาจเติบโตยาก การสร้างงานและนวัตกรรมลดลง และท้ายที่สุดผลิตภาพของประเทศอาจเติบโตช้า
มีสัญญาณว่าเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นแล้วหรือไม่?
ข่าวระบุว่า Stockspot พบว่าลูกค้ากำลังหันไปลงทุนในพอร์ตที่เน้น รายได้และเงินปันผล มากขึ้น แทนพอร์ตที่เน้นการเติบโตของเงินลงทุน โดยในเดือนหนึ่งเงินที่ไหลเข้าสู่พอร์ตลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่าเมื่อเทียบกับพอร์ตเพื่อการเติบโต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็น ข้อมูลภายในของ Stockspot ไม่ใช่ข้อมูลของนักลงทุนออสเตรเลียทั้งหมด ดังนั้นจึงยังไม่ควรตีความว่าเป็นหลักฐานว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ภาวะ Japanification อย่างแน่นอน
ธนาคารกลางออสเตรเลียก็มีข้อกังวลบางส่วน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ข่าวอ้างถึงเอกสารภายในของ Reserve Bank of Australia (RBA) ที่วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระบบภาษีกำไรจากการลงทุน โดยนักวิเคราะห์ของ RBA มองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อาจเพิ่มต้นทุนของเงินทุนสำหรับธุรกิจบางประเภท และอาจทำให้เงินลงทุนไหลไปยังธุรกิจที่มีรายได้มั่นคงและจ่ายเงินปันผลสูง แทนธุรกิจที่พึ่งพาการเพิ่มขึ้นของมูลค่ากิจการ เช่น บริษัทสตาร์ตอัป
นักเศรษฐศาสตร์ Richard Holden จาก University of New South Wales ก็ให้ความเห็นในทิศทางว่า หากต้นทุนเงินทุนสูงขึ้น การลงทุนบางโครงการอาจไม่คุ้มค่าทางการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับประเทศที่ประสบปัญหาการลงทุนภาคธุรกิจและผลิตภาพเติบโตต่ำมานาน
รัฐบาลออสเตรเลียมองต่างออกไป
รัฐบาลไม่ได้ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงภาษีจะนำไปสู่ปัญหาแบบญี่ปุ่น โดย Treasurer Jim Chalmers ให้เหตุผลว่า การปฏิรูปมีเป้าหมายเพื่อลดความบิดเบือนของระบบภาษี และทำให้คนลงทุนด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจจริง ๆ มากกว่าลงทุนเพียงเพราะได้ประโยชน์ทางภาษี
รัฐบาลยังมองว่าการปฏิรูปภาษีมีส่วนช่วยแก้ปัญหาตลาดที่อยู่อาศัย และทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงบ้านได้มากขึ้น
สรุป
ประเด็นของข่าวไม่ได้บอกว่า “ออสเตรเลียกำลังจะกลายเป็นญี่ปุ่น” แต่เป็นคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนว่า หากเงินทุนของประเทศถูกล็อกอยู่กับอสังหาริมทรัพย์และบริษัทเก่า ๆ มากเกินไป ขณะที่เงินลงทุนในธุรกิจใหม่และนวัตกรรมลดลง ออสเตรเลียอาจเผชิญปัญหาเดียวกับญี่ปุ่น คือเศรษฐกิจโตช้า ผลิตภาพต่ำ และสูญเสียความสามารถในการแข่งขันเป็นเวลานาน
ส่วนคำว่า Japanification ในที่นี้จึงหมายถึง ความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่เข้าสู่ภาวะเติบโตต่ำและซบเซาเป็นเวลาหลายสิบปี ไม่ได้หมายความว่าออสเตรเลียกำลังเกิดวิกฤติแบบเดียวกับญี่ปุ่นแล้ว
#อันนี้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอ่ะนะ
ข่าวต้นทาง (เอไอสรุป) news.com.au