ย้อนรอย 3 ทศวรรษ "รพ.สัตว์ทองหล่อ" จากห้องแถวเล็ก ๆ สู่ 21 สาขา รายได้ 1.4 พันล้าน



KEY POINTS
“สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล” ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พร้อมทายาทรุ่นสอง “พูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร” ย้อนรอย 3 ทศวรรษ

จากยุคที่ “สัตว์เลี้ยงกินข้าวเหลือ สู่ยุคประคบประหงม เลี้ยงเหมือนลูก” คลินิกเปิดใหม่เพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ด 

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จากคลินิกเล็ก ๆ เติบโต สู่ 21 สาขา ทำรายได้กว่า 1.4 พันล้าน เนื้อหอมจนทุนต่างชาติ รุมจีบ แต่ปฏิเสธหมด เพราะอยากให้แบรนด์เป็นของไทย 
 

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 32 ปีก่อน ประเทศไทยยังไม่มีโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงเลย เวลาสัตว์เลี้ยงป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉินตอนกลางคืน 
 

เจ้าของหลายคนทำได้เพียงรอจนถึงเช้าเพื่อพาไปรักษา และบางครั้ง…การรอเพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตของสัตว์เลี้ยงที่รักเลยก็ได้
 

ปัญหานี้เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ” สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล มองเห็นช่องว่างตรงนี้ จึงตัดสินใจร่วมกับสามี นายสัตวแพทย์บุญชู ทองเจริญพูลพร ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2537
 


 

เพราะตอนนั้นโรงพยาบาลสัตว์ส่วนใหญ่เปิดให้บริการไม่เกิน 2 ทุ่ม ขณะที่เคสฉุกเฉินจำนวนไม่น้อยกลับเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ และสัตวแพทย์ก็ต้องอยู่รักษาต่อจนถึงดึก
 

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อแห่งแรก จึงถือกำเนิดขึ้นที่ซอยทองหล่อ 9 ในตอนนั้นยังเป็นเพียงห้องแถว 3 ห้องเท่านั้น
 

แต่หลังจากเปิดให้บริการไม่นาน คนก็เริ่มพาสัตว์เลี้ยงเข้ามารักษามากขึ้นเรื่อย ๆเหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่อง “เปิด 24 ชั่วโมง” แต่ยังเป็นเพราะในเวลานั้น โรงพยาบาลสัตว์หลายแห่งยังไม่มีบริการแอดมิด หรือพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงพักฟื้นหลังการรักษา
 

เจ้าของที่มีสัตว์เลี้ยงอาการหนักจึงเริ่มมองหาสถานที่ที่สามารถดูแลต่อเนื่องได้ ทำให้ทองหล่อถูกเลือก
 

จากห้องแถว 3 ห้องในวันนั้น วันนี้โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อมีอายุก้าวสู่ปีที่ 33 แล้ว ขยายไปกว่า 21 สาขา และกำลังลงทุนกว่า 250 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ อัปเกรดสาขาเดิม รวมถึงพัฒนานวัตกรรมการดูแลสัตว์เลี้ยง ที่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เลี้ยงดูสัตว์เลี้ยง หมาแมว เหมือนสมาชิกในครอบครัว และพาหาหมอแม้ไม่ได้ป่วยหนัก 
 

พูดง่าย ๆ คือ โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อไม่ได้โตขึ้นเพราะมีสาขามากขึ้นเท่านั้น แต่กำลังเติบโตไปพร้อมกับ “คลื่น” การเปลี่ยนแปลงของตลาดสัตว์เลี้ยงไทย
 


 

จากสุนัขเฝ้าบ้านสู่ "ลูกรัก" ของครอบครัว
 

"สัตวแพทย์หญิง กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล" ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เล่าว่า วิวัฒนาการของการเลี้ยงสัตว์ในมุมมองของทองหล่อถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ
 

10 ปีแรก ช่วงทศวรรษแรก (ยุคบุกเบิก) ยุคที่สัตว์เลี้ยงยังกิน "ข้าวเหลือ" หรืออาหารกระป๋องราคาประหยัด ทองหล่อเริ่มต้นสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นโรงพยาบาลสัตว์แห่งแรกที่เปิด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับเคสฉุกเฉินยามค่ำคืน
10 ปีที่สอง (ยุคสร้างตัว) เทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงค่อยๆ เติบโตขึ้น และสัตวแพทย์เริ่มก้าวไปสู่การเป็นคลินิกที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น
10 ปีที่ 3 ช่วงทศวรรษที่สามจนถึงปัจจุบัน เข้าสู่ยุค "Pet Parent" และ “Longevity” อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อคนรุ่นใหม่แต่งงานช้าลง หรือกลุ่มผู้สูงอายุ (Silver Age) หันมาเลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกในครอบครัว สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่หมาแมว แต่คือ "ลูก" ที่นอนบนเตียงเดียวกัน และมีอายุยืนยาวขึ้นจากเฉลี่ย 12 ปี เป็น 16-17 ปี
 

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมใกล้ชิด มีการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ซื้อบันไดขึ้นเตียงให้ ดูแลผ่านกล้องวงจรปิดจากที่ทำงาน และเข็นรถเข็นพาสัตว์เลี้ยงเดินห้างจนบางครั้งมีสัดส่วนมากกว่ารถเข็นเด็ก
 

และพบว่า จากสัดส่วนเดิมที่เป็น สุนัข 80% แมว 20% ปัจจุบันสัดส่วนแมวเติบโตขึ้นไปถึง 40% เนื่องจากเลี้ยงง่าย ไม่ส่งเสียงดัง และเหมาะกับการเลี้ยงระบบปิดในคอนโดมิเนียมของคนเมือง
 

คลินิกเปิดใหม่เพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ด
 

จากเทรนด์ที่เปลี่ยนไป สัตวแพทย์หญิง กฤติกา กล่าวต่อว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจัดว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 (ประมาณปี 2021-2022) ตลาดเติบโตอย่างร้อนแรงจนมีคลินิกเปิดใหม่ขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่พอเข้าสู่ปี 2023-2025 เริ่มเห็นภาพตลาดชะลอตัวลงและทยอยปิดตัวไปบ้าง
 

“แม้ความสวยงามและการพูดจาบริการที่ดีของคลินิกจะเป็นเรื่องดี แต่จุดตัดในการอยู่รอดในระยะยาวคือ ผลการรักษาที่ดีที่สุด ว่ามารักษาแล้วสัตว์เลี้ยงจะหายดีหรือไม่”

 

เนื้อหอมจนทุนรุมจีบ
 

ด้วยมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยที่ใหญ่ และความพร้อมทางด้านการแพทย์เฉพาะทางของสัตวแพทย์ไทยที่ไม่ได้ด้อยกว่าต่างประเทศ รวมถึงขนาดตลาดที่เติบโตได้ดี
 

ทำให้ทองหล่อกลายเป็นเค้กชิ้นปลามันที่ ทุนจากต่างประเทศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน ต่างต่อคิวเข้ามาขอเสนอดีลร่วมทุนในรูปแบบต่าง ๆ  เรียกว่าได้รับอีเมลล์แทบทุกเดือน ทว่า..สัตวแพทย์หญิงกฤติกา กลับปฏิเสธ
 

"ตัดสินใจไม่เอา เพราะยังอยากให้โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อเป็นของคนไทย"
 

"สัตวแพทย์หญิงกฤติกา" เล่าต่อว่า ทั้งเป้าหมายและเคมีทางธุรกิจของต่างชาตินั้นต่างกัน บางสัญญาณของทุนคือเน้นการเก็งกำไร และเร่งรัดพาเข้าตลาดหลักทรัพย์ในกำหนดเวลา แต่เป้าหมายของทองหล่อคือ ความสุขที่เห็นหมาแมวกลับมาเดินได้ หรือสุขภาพดี
 

หากต้องการเงินทุนมาขยายสาขา เลือกที่จะกู้แบงก์ในฐานะลูกหนี้ชั้นดี มากกว่า ส่วนเหตุผลที่จะตัดสินใจมีพาร์ทเนอร์ คงเปิดรับในรูปแบบ Strategic Partner ที่จะมาช่วยแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูงมากกว่าการให้มาเพียงตัวเงินเปล่า ๆ มากกว่า
 


 

"ทายาทรุ่น 2" กางแผนลงทุน
 

ปัจจุบัน "พูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาช่วยดูแล โดยมีน้องสาวที่เป็นสัตวแพทย์ดูแลด้านการรักษา ส่วนพูลเพิ่มดูแลทั้งเรื่องการเงิน การบริหาร การก่อสร้าง ไอที และอื่น ๆ 
 

พูลเพิ่ม เล่าว่า ความท้าทายของรุ่น 2 คือการบริหารคนเก่งและนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาผสมผสานกับรากฐานการรักษาเดิม
 

ปัจจุบันโรงพยาบาลมีสาขารวม 21 แห่ง (นับรวมสาขาเวียดนาม) และเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก 2 สาขาภายในสิ้นปีนี้ คือ สาขาภูเก็ต (เปิดเดือนตุลาคม) และสาขาบางนา กม.10 (เปิดเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งจะทำให้มีสาขารวมเป็น 23 แห่ง
 


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่