https://youtu.be/hhmqE8CWi7k?si=TabbxwatYHJHpYRM

ช่วงนี้ได้ดูคลิปวิเคราะห์สถานการณ์โลกในยุค Polycrisis หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” แล้วรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่น่าคิดมากค่ะ เพราะความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจ สงครามพลังงาน เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม EV
ในคลิปมองว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบเดิม ๆ ไปสู่การแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับ พลังงาน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง
ประเด็นที่น่าสนใจมีหลายเรื่องค่ะ
1.AI และ EV ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศด้วย
2.ไทยยังมีโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ แต่ต้องระวังการเป็นเพียง ฐานประกอบหรือฐานการผลิต โดยไม่ได้สร้างองค์ความรู้และมูลค่าเพิ่มของตัวเอง
3.เรื่อง Local Content จึงน่าสนใจ เพราะหากมีการลงทุนจากต่างประเทศ ไทยควรได้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ บุคลากร และเทคโนโลยีภายในประเทศด้วย
แนวคิด 5T ที่พูดถึงในคลิป ได้แก่ Target, Transition, Transformation, Transparency และ Together ก็เป็นอีกมุมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
อีกประเด็นคือ ไทยอาจต้องเปลี่ยนจากการมองประเทศรอบข้างเป็น “คู่แข่ง” อย่างเดียว ไปสู่การ ร่วมมือกันในอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ส่วนตัวมองว่า ในโลกที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศขนาดกลางอย่างไทยอาจไม่สามารถเลือกข้างหรือแข่งขันกับทุกประเทศได้ในทุกเรื่อง แต่ควรหาจุดที่ตัวเองมีศักยภาพ แล้วใช้ทั้ง การลงทุน เทคโนโลยี คน และความร่วมมือในภูมิภาค มาเสริมกัน
อยากถามเพื่อน ๆ ค่ะว่า ถ้าโลกกำลังเข้าสู่ยุค Polycrisis จริง ๆ ไทยควรเน้น “ดึงการลงทุนจากต่างชาติ” หรือ “สร้างเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของตัวเอง” มากกว่ากัน? หรือจริง ๆ แล้วสองอย่างนี้ควรเดินไปพร้อมกัน?
โลกยุค Polycrisis ไทยควรวางตัวอย่างไร? เมื่อ AI–EV–พลังงานกำลังเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจโลก
ช่วงนี้ได้ดูคลิปวิเคราะห์สถานการณ์โลกในยุค Polycrisis หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” แล้วรู้สึกว่าเป็นประเด็นที่น่าคิดมากค่ะ เพราะความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของมหาอำนาจ สงครามพลังงาน เทคโนโลยี AI และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม EV
ในคลิปมองว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบเดิม ๆ ไปสู่การแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับ พลังงาน เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง
ประเด็นที่น่าสนใจมีหลายเรื่องค่ะ
1.AI และ EV ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศด้วย
2.ไทยยังมีโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ แต่ต้องระวังการเป็นเพียง ฐานประกอบหรือฐานการผลิต โดยไม่ได้สร้างองค์ความรู้และมูลค่าเพิ่มของตัวเอง
3.เรื่อง Local Content จึงน่าสนใจ เพราะหากมีการลงทุนจากต่างประเทศ ไทยควรได้ประโยชน์ในด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ บุคลากร และเทคโนโลยีภายในประเทศด้วย
แนวคิด 5T ที่พูดถึงในคลิป ได้แก่ Target, Transition, Transformation, Transparency และ Together ก็เป็นอีกมุมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
อีกประเด็นคือ ไทยอาจต้องเปลี่ยนจากการมองประเทศรอบข้างเป็น “คู่แข่ง” อย่างเดียว ไปสู่การ ร่วมมือกันในอาเซียน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ส่วนตัวมองว่า ในโลกที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศขนาดกลางอย่างไทยอาจไม่สามารถเลือกข้างหรือแข่งขันกับทุกประเทศได้ในทุกเรื่อง แต่ควรหาจุดที่ตัวเองมีศักยภาพ แล้วใช้ทั้ง การลงทุน เทคโนโลยี คน และความร่วมมือในภูมิภาค มาเสริมกัน
อยากถามเพื่อน ๆ ค่ะว่า ถ้าโลกกำลังเข้าสู่ยุค Polycrisis จริง ๆ ไทยควรเน้น “ดึงการลงทุนจากต่างชาติ” หรือ “สร้างเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมของตัวเอง” มากกว่ากัน? หรือจริง ๆ แล้วสองอย่างนี้ควรเดินไปพร้อมกัน?