“ปราจีนบุรี” จังหวัดเล็กๆ นอกสายตา แต่รายได้ต่อหัวติดอันดับ 6 และมีนิคมให้เงินเดือนสูงสุดในไทย
“ปราจีนบุรี” เป็นเพียงจังหวัดเล็กๆ และไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของโครงการระดับชาติอย่าง EEC หรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก แต่จังหวัดนี้กลับมีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดเป็นอันดับ 6 ของไทย อีกทั้งมีนิคมอุตสาหกรรมที่มีการจ่ายเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุดในประเทศอยู่ในจังหวัดนี้ด้วย
.
ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไป ปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ชื่อของ “ปราจีนบุรี” มีรากคำมาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “เมืองตะวันออก” เพราะในอดีตเคยเป็นหัวเมืองหน้าด่านทางฝั่งตะวันออกของสยาม พื้นที่ตั้งมีอาณาเขตติดกับ 6 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี นครนายก นครราชสีมา และสระบุรี
.
มีถนนสายหลักระดับเส้นเลือดใหญ่ผ่าน 2 สาย
.
สายแรกคือ ทางหลวงหมายเลข 304 เชื่อมมาจากกรุงเทพฯ ฝั่งมีนบุรี ผ่านฉะเชิงเทรา เข้าปราจีนบุรี แล้วออกไปสู่นครราชสีมา เป็นเหมือนประตูสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
.
อีกสายคือ ทางหลวงหมายเลข 33 เชื่อมมาจากสุพรรณบุรี ผ่านหลายจังหวัดในภาคกลาง มาถึงปราจีนบุรี และไปสิ้นสุดที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว
.
ตำแหน่งที่ตั้งและการเชื่อมต่อนี้ทำให้ปราจีนบุรีมีความเป็นทำเลทองอยู่ในตัวเอง เพราะเป็นจุดตัดระหว่าง 3 ภาค คือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
.
ในด้านทรัพยากรธรรมชาติก็ถือว่าครบเครื่อง มีทั้งพื้นที่ป่าและที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีพื้นที่อุทยานแห่งชาติสำคัญอยู่ในเขตจังหวัด เช่น เขาใหญ่ และทับลาน
ทำให้ในอดีต โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดขับเคลื่อนด้วยภาคการเกษตรเป็นหลัก มีสินค้าเกษตรที่เป็นจุดขาย เช่น ทุเรียน มะปราง มะยงชิด และข้าว
เมื่อมีทั้งที่ดิน มีน้ำ มีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อได้ทั้ง 3 ภาค และอยู่ใกล้กับพื้นที่ EEC ปราจีนบุรีจึงเริ่มดึงดูดภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามาลงหลักปักฐานในพื้นที่ได้
.
นิคมอุตสาหกรรมเริ่มเข้ามาตั้งในจังหวัดนี้ตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2530 เป็นต้นมา ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษโดยตรง และไม่ได้อยู่ใกล้ท่าเรือเท่าชลบุรี แต่นิคมอุตสาหกรรมที่ปราจีนบุรีก็มีจุดขายของตัวเอง คือ พื้นที่ไม่เสี่ยงน้ำท่วม มีระบบน้ำและไฟฟ้าครบ อีกทั้งยังมีชั้นดินที่แข็งแรง ทำให้การก่อสร้างโรงงานใช้ต้นทุนต่ำกว่าหลายพื้นที่
.
มีบริษัทใหญ่หลายแห่งเลือกตั้งโรงงานอยู่ที่ปราจีนบุรี เช่น Double A (กระดาษ) TCP (ผู้ผลิตกระทิงแดงและสปอนเซอร์) และแลคตาซอย (นมถั่วเหลือง)
ขณะเดียวกัน ปราจีนบุรียังดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาได้ เช่น กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และ PCB (แผ่นวงจรพิมพ์ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)
.
จุดนี้เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การจ้างงานในพื้นที่ต้องการตำแหน่งที่เฉพาะทางมากขึ้น และให้ค่าตอบแทนที่สูงตามไปด้วย
.
มีข้อมูลพบว่า ในบรรดานิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดของไทย “สวนอุตสาหกรรม 304” ที่ตั้งอยู่ในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นนิคมที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุดในประเทศ
.
เป็นข้อมูลจาก Salary Survey 2026 ของเว็บไซต์ JobThai ที่สำรวจและวิเคราะห์จากประกาศจ้างงานทั่วประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ช่วงเงินเดือนเฉลี่ยของนิคม 304 อยู่ที่ 22,807-32,114 บาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ
.
บางตำแหน่งให้ค่าตอบแทนสูงถึง 160,000 บาท โดยเฉพาะสายงานที่เชี่ยวชาญด้าน Operations, Quality Control, Supply Chain รวมถึงงานสนับสนุนที่ต้องมีทักษะด้านภาษา หรือทักษะระบบ ERP
.
ผลลัพธ์จากเครื่องยนต์อุตสาหกรรมทั้งหมดนี้ ดันให้ปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัว (GRP per Capita) สูงสุดเป็นอันดับ 6 ของไทย
.
รายได้ของคนปราจีนบุรีอยู่ที่ประมาณ 445,000 บาทต่อคนต่อปี มากกว่าจังหวัดปริมณฑลอย่างสมุทรปราการ และนครปฐม จากจังหวัดที่มีรากฐานมาจากเกษตรกรรม วันนี้ปราจีนบุรีมีอีกภาพหนึ่งที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ คือการเป็นฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ที่สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจจังหวัดได้ แม้มีพื้นที่ขนาดเล็ก เป็นเพียงอันดับ 43 ของประเทศเท่านั้น
.
ที่มา : Marketeer Online
“ปราจีนบุรี” จังหวัดเล็กๆ นอกสายตา แต่รายได้ต่อหัวติดอันดับ 6 และมีนิคมให้เงินเดือนสูงสุดในไทย