เมื่อเช้าออกไปเดินเล่น ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน เห็นคนสูงอายุที่คุ้นหน้าคุ้นตา ที่มาสวนทุกวัน หลายๆคนพูดคุยทักทาย กับเจ้าของกระทู้ทุกวัน จนกลายเป็นความสนิทสนม และคุ้นเคย
บางคนกำลังเดิน ออกกำลังกายช้าๆ จับกลุ่มคุยกันไปด้วย บางคนนั่งนิ่งๆ บนม้านั่งคนเดียว บางคนก็นั่งคุยกับเพื่อนในวัยเดียวกัน มีคุณตา 2 คนในวัย 70 ปลายๆ กำกำปั้น 2 ข้าง เอามาชนกัน เพื่อวัดพลังกัน กำปั้นที่ชนกันออกแรงดัน แบบไม่มีใครยอมใคร จนมือสั่นหน้าสั่น จขกท. หยุดยืนยิ้มมองดู ว่าลุงคนไหนจะชนะ
จะว่าไปก็เป็นชีวิตช่วงบั้นปลาย ที่ดูสนุก เรียบง่ายและไม่เหงา อย่างน้อยพวกเขาก็มีเพื่อน มีคนวัยเดียวกันให้พูดคุย เวลาที่มาสวนในทุกวัน
มีคุณป้าท่านหนึ่ง ที่ค่อนข้างสนิทกับจขกท. เพราะเราคุยกันบ่อยแทบทุกวัน แล้วคุณป้าก็พูดเก่งมาก คอยอัพเดทเรื่องราว ของผู้คนในซอย ให้ฟังอยู่บ่อยๆ
คุณป้าบอกว่า จะต้องมาออกกำลังกาย มาเดินทุกวันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ให้ได้นานที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน กลัวติดเตียงที่สุด กลัวว่าถ้าวันนึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะต้องได้ไปอยู่บ้านพักหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพราะไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน และลูกหลานไม่น่าจะมีใครว่าง ได้มาดูแลขนาดนั้น
แล้วยังเล่าถึงเพื่อนๆวัยใกล้ๆกัน คนอื่นๆให้ฟังว่า บางคนก่อนหน้านี้ก็มาเดินสวนทุกวัน จนถึงจุดนึงที่อายุมากขึ้นออกจากบ้านไม่ไหว (จะว่าไปคุณลุงคุณป้าบางคนก็หายหน้าหายตาไปจริงๆ) มาสวนไม่ไหว บางคนก็นั่งๆนอนๆ อยู่บ้านเฉยๆ บางคนลูกหลานทำงาน ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ ก็เลยต้องไปอยู่บ้านพักคนชรา ทั้งที่ใจจริง ก็ไม่ได้อยากไปหรอก อยากอยู่บ้านแต่ก็เกรงใจ ลูกหลาน กลัวจะเป็นภาระต้องจำใจไป บางคนไปอยู่แล้วปรับตัวไม่ได้ ไม่ได้ชอบสภาพแวดล้อม ก็ต้องกลับมาอยู่บ้าน บางคนไปแล้ว รู้สึกมีความสุข มีเพื่อนมีสังคม แต่บางคนไปแล้วรู้สึก อยากกลับมาอยู่บ้าน แต่เพราะอยากลดภาระ ให้ลูกหลาน อยากให้ลูกหลานได้ใช้ชีวิตของเขา ก็เลยเลือกจะอยู่ต่อไป
พอได้ฟังคุณป้า แชร์ชีวิตของเพื่อน วัยเดียวกันให้ฟัง ก็ได้แต่กลับมานั่งคิดอยู่คนเดียว เพราะตัวเองตอนแก่ก็น่าจะต้องใช้ชีวิตคนเดียว เพราะว่าไม่ได้แต่งงาน มีลูกมีครอบครัว แต่ส่วนตัวไม่มีความคิด อยากไปอยู่บ้านพักคนชราเลย เพราะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง และชอบใช้ชีวิตอิสระ แต่พอได้ฟังคน ที่มีอายุในช่วงบั้นปลาย คนที่อยู่ในจุดนี้จริงๆ แชร์หลายๆสิ่งหลายๆอย่างให้ฟัง
ได้เห็นมุมมอง ได้ฟังในจุดที่เราไม่เคยนึกถึง ก็อดกังวลชีวิต ในบั้นปลายไม่ได้ สำหรับการที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียว ในวันที่แก่ตัวลงเรื่อยๆ ในวันที่เรี่ยวแรงถดถอย นานวันไป อาจจะถึงจุดๆนึง ที่อาจจะช่วยเหลือตัวเอง
ไม่ได้ ต้องขอความช่วยเหลือ จากคนรอบข้างในการดูแล เมื่อถึงจุดนั้นบางที เราอาจจะต้องไปอยู่ในที่ที่เรา จำเป็นต้องอยู่ หรืออาจต้องทนอยู่ ในที่ที่เราไม่อยากอยู่ก็ได้
อย่างจขกท. ก็เคยอยากอยู่บ้านเดี่ยว ในช่วงบั้นปลาย ได้ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ มีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ทำ แต่พอถึงช่วงนั้นจริงๆ อาจจะต้องมาอยู่คอนโด ใจกลางเมือง ที่ใกล้โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่คนแก่คนนึง จะใช้ชีวิตได้สบายที่สุดก็ได้
แล้วคุณล่ะคะ ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง ในบั้นปลายคุณอยากไปใช้ชีวิต ในบ้านพักคนชราหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่มีคนดูแลคุณแน่ๆ หรืออยากใช้ชีวิตอยู่บ้าน จนวาระสุดท้ายของชีวิตกันคะ
ตอนแก่คุณอยากไปอยู่บ้านพักคนชราหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกันไหมคะ
บางคนกำลังเดิน ออกกำลังกายช้าๆ จับกลุ่มคุยกันไปด้วย บางคนนั่งนิ่งๆ บนม้านั่งคนเดียว บางคนก็นั่งคุยกับเพื่อนในวัยเดียวกัน มีคุณตา 2 คนในวัย 70 ปลายๆ กำกำปั้น 2 ข้าง เอามาชนกัน เพื่อวัดพลังกัน กำปั้นที่ชนกันออกแรงดัน แบบไม่มีใครยอมใคร จนมือสั่นหน้าสั่น จขกท. หยุดยืนยิ้มมองดู ว่าลุงคนไหนจะชนะ
จะว่าไปก็เป็นชีวิตช่วงบั้นปลาย ที่ดูสนุก เรียบง่ายและไม่เหงา อย่างน้อยพวกเขาก็มีเพื่อน มีคนวัยเดียวกันให้พูดคุย เวลาที่มาสวนในทุกวัน
มีคุณป้าท่านหนึ่ง ที่ค่อนข้างสนิทกับจขกท. เพราะเราคุยกันบ่อยแทบทุกวัน แล้วคุณป้าก็พูดเก่งมาก คอยอัพเดทเรื่องราว ของผู้คนในซอย ให้ฟังอยู่บ่อยๆ
คุณป้าบอกว่า จะต้องมาออกกำลังกาย มาเดินทุกวันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ให้ได้นานที่สุด เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน กลัวติดเตียงที่สุด กลัวว่าถ้าวันนึงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะต้องได้ไปอยู่บ้านพักหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพราะไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน และลูกหลานไม่น่าจะมีใครว่าง ได้มาดูแลขนาดนั้น
แล้วยังเล่าถึงเพื่อนๆวัยใกล้ๆกัน คนอื่นๆให้ฟังว่า บางคนก่อนหน้านี้ก็มาเดินสวนทุกวัน จนถึงจุดนึงที่อายุมากขึ้นออกจากบ้านไม่ไหว (จะว่าไปคุณลุงคุณป้าบางคนก็หายหน้าหายตาไปจริงๆ) มาสวนไม่ไหว บางคนก็นั่งๆนอนๆ อยู่บ้านเฉยๆ บางคนลูกหลานทำงาน ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ ก็เลยต้องไปอยู่บ้านพักคนชรา ทั้งที่ใจจริง ก็ไม่ได้อยากไปหรอก อยากอยู่บ้านแต่ก็เกรงใจ ลูกหลาน กลัวจะเป็นภาระต้องจำใจไป บางคนไปอยู่แล้วปรับตัวไม่ได้ ไม่ได้ชอบสภาพแวดล้อม ก็ต้องกลับมาอยู่บ้าน บางคนไปแล้ว รู้สึกมีความสุข มีเพื่อนมีสังคม แต่บางคนไปแล้วรู้สึก อยากกลับมาอยู่บ้าน แต่เพราะอยากลดภาระ ให้ลูกหลาน อยากให้ลูกหลานได้ใช้ชีวิตของเขา ก็เลยเลือกจะอยู่ต่อไป
พอได้ฟังคุณป้า แชร์ชีวิตของเพื่อน วัยเดียวกันให้ฟัง ก็ได้แต่กลับมานั่งคิดอยู่คนเดียว เพราะตัวเองตอนแก่ก็น่าจะต้องใช้ชีวิตคนเดียว เพราะว่าไม่ได้แต่งงาน มีลูกมีครอบครัว แต่ส่วนตัวไม่มีความคิด อยากไปอยู่บ้านพักคนชราเลย เพราะเป็นคนโลกส่วนตัวสูง และชอบใช้ชีวิตอิสระ แต่พอได้ฟังคน ที่มีอายุในช่วงบั้นปลาย คนที่อยู่ในจุดนี้จริงๆ แชร์หลายๆสิ่งหลายๆอย่างให้ฟัง
ได้เห็นมุมมอง ได้ฟังในจุดที่เราไม่เคยนึกถึง ก็อดกังวลชีวิต ในบั้นปลายไม่ได้ สำหรับการที่ต้องใช้ชีวิตคนเดียว ในวันที่แก่ตัวลงเรื่อยๆ ในวันที่เรี่ยวแรงถดถอย นานวันไป อาจจะถึงจุดๆนึง ที่อาจจะช่วยเหลือตัวเอง
ไม่ได้ ต้องขอความช่วยเหลือ จากคนรอบข้างในการดูแล เมื่อถึงจุดนั้นบางที เราอาจจะต้องไปอยู่ในที่ที่เรา จำเป็นต้องอยู่ หรืออาจต้องทนอยู่ ในที่ที่เราไม่อยากอยู่ก็ได้
อย่างจขกท. ก็เคยอยากอยู่บ้านเดี่ยว ในช่วงบั้นปลาย ได้ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ มีอะไรเล็กๆน้อยๆให้ทำ แต่พอถึงช่วงนั้นจริงๆ อาจจะต้องมาอยู่คอนโด ใจกลางเมือง ที่ใกล้โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่คนแก่คนนึง จะใช้ชีวิตได้สบายที่สุดก็ได้
แล้วคุณล่ะคะ ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง ในบั้นปลายคุณอยากไปใช้ชีวิต ในบ้านพักคนชราหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ที่มีคนดูแลคุณแน่ๆ หรืออยากใช้ชีวิตอยู่บ้าน จนวาระสุดท้ายของชีวิตกันคะ