ทำไมข้าวญี่ปุ่นถึงยังแพง ทั้งที่ผลผลิตล้นตลาด?
ในช่วงปี 2024-2025 ญี่ปุ่นเผชิญกับวิกฤตราคาข้าวแพง แต่พอมาถึงปี 2025 ญี่ปุ่นกลับมีผลผลิตข้าวอุดมสมบูรณ์มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017 และมีข้าวในสต็อกเหลือเฟือ ตามหลักการแล้ว เมื่อของเยอะขึ้น ราคาก็ควรจะถูกลงมาก แต่ปรากฏว่าราคาข้าวในญี่ปุ่นกลับลดลงเพียงเล็กน้อยและยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง
“ทำไมกลไกตลาดถึงปรับราคาข้าวได้ไม่เต็มที่?
ผู้เขียนบทความชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ข้าวไม่ถูกลง ไม่ใช่เพราะสหกรณ์การเกษตร (JA) แอบกักตุนสินค้า หรือเป็นเพราะจิตวิทยาของผู้บริโภค แต่เป็นเพราะ "ระบบ" ที่กระทรวงเกษตรฯ และการเมืองสร้างขึ้นมาต่างหาก โดยมี 2 ปัจจัยหลักคือ
การเอาเงินอุดหนุนไปแทรกแซงการปลูก รัฐบาลใช้เงินภาษีไปอุดหนุนให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอย่างอื่น (เช่น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง หรือข้าวสำหรับสัตว์) แทนข้าวสำหรับบริโภค ทำให้กลไกตลาดที่บอกว่า "ควรปลูกข้าวเพิ่ม" ถูกแทรกแซง
ระบบข้าวสำรองของรัฐอาจทำให้ราคาปรับตัวลงช้ากว่าที่ควร รัฐบาลมีระบบรับซื้อข้าวสำรอง ซึ่งจุดประสงค์เดิมคือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่รัฐกลับใช้ระบบนี้เข้าไปกว้านซื้อข้าวเมื่อราคาทำท่าจะตก เพื่อช่วยปกป้องรายได้เกษตรกร เมื่อพ่อค้าในตลาดรู้ว่าเดี๋ยวรัฐก็มาซื้อ จึงไม่มีใครยอมหั่นราคาเพื่อระบายสต็อก ทำให้ราคาก็ยังคงสูงอยู่
ภาระที่ตกอยู่กับประชาชน
กระทรวงเกษตรฯ และพรรครัฐบาลมักจะเอาคำว่า "ปกป้องเกษตรกร" มาเป็นข้ออ้างในการพยุงราคาข้าว ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะระบบนี้สร้างภาระซ้ำซ้อนให้กับคนญี่ปุ่น คือ
ในฐานะผู้บริโภค ต้องทนซื้อข้าวในราคาแพง
ในฐานะผู้เสียภาษี ต้องเอาเงินไปจ่ายเป็นค่าอุดหนุนและค่าเช่าโกดังเก็บข้าวให้รัฐ
บทสรุปและทางออก
การพยุงราคาเอาไว้แบบนี้ ยิ่งทำให้ภาคการเกษตรของญี่ปุ่นพัฒนาช้าลง รัฐบาลควรเลิกมองว่าเกษตรกรเป็น "ผู้อ่อนแอที่ต้องคอยอุ้มชู" และควรเปลี่ยนไปสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกษตรกรแข่งขันได้จริง เช่น การควบรวมที่ดิน การให้บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนได้เสรี และการหาตลาดส่งออก แทนที่จะเอาแต่บิดเบือนราคาตลาดเพื่อเอาใจฐานเสียง
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นบทวิเคราะห์เชิงวิจารณ์นโยบายของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน
#ราคาข้าวแพงในญี่ปุ่นทั้งที่ปริมาณผลผลิตมากขึ้นอ่ะนะ
ทำไมข้าวญี่ปุ่นถึงยังแพง ทั้งที่ผลผลิตล้นตลาด?
ผู้เขียนบทความชี้ให้เห็นว่า สาเหตุที่ข้าวไม่ถูกลง ไม่ใช่เพราะสหกรณ์การเกษตร (JA) แอบกักตุนสินค้า หรือเป็นเพราะจิตวิทยาของผู้บริโภค แต่เป็นเพราะ "ระบบ" ที่กระทรวงเกษตรฯ และการเมืองสร้างขึ้นมาต่างหาก โดยมี 2 ปัจจัยหลักคือ
ระบบข้าวสำรองของรัฐอาจทำให้ราคาปรับตัวลงช้ากว่าที่ควร รัฐบาลมีระบบรับซื้อข้าวสำรอง ซึ่งจุดประสงค์เดิมคือเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่รัฐกลับใช้ระบบนี้เข้าไปกว้านซื้อข้าวเมื่อราคาทำท่าจะตก เพื่อช่วยปกป้องรายได้เกษตรกร เมื่อพ่อค้าในตลาดรู้ว่าเดี๋ยวรัฐก็มาซื้อ จึงไม่มีใครยอมหั่นราคาเพื่อระบายสต็อก ทำให้ราคาก็ยังคงสูงอยู่
กระทรวงเกษตรฯ และพรรครัฐบาลมักจะเอาคำว่า "ปกป้องเกษตรกร" มาเป็นข้ออ้างในการพยุงราคาข้าว ซึ่งผู้เขียนมองว่าเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะระบบนี้สร้างภาระซ้ำซ้อนให้กับคนญี่ปุ่น คือ
การพยุงราคาเอาไว้แบบนี้ ยิ่งทำให้ภาคการเกษตรของญี่ปุ่นพัฒนาช้าลง รัฐบาลควรเลิกมองว่าเกษตรกรเป็น "ผู้อ่อนแอที่ต้องคอยอุ้มชู" และควรเปลี่ยนไปสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกษตรกรแข่งขันได้จริง เช่น การควบรวมที่ดิน การให้บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนได้เสรี และการหาตลาดส่งออก แทนที่จะเอาแต่บิดเบือนราคาตลาดเพื่อเอาใจฐานเสียง