โป๊ะแล้ว! ทุนจีนลอบนำเข้าขยะพิษ ตั้งโรงงานกำจัด ก่อนพบกากอันตรายฝังกลบบนแผ่นดินไทย
ปัญหาขยะพิษข้ามชาติในไทยกำลังน่าจับตา หลังข้อมูลจากหน่วยงานรัฐพบทั้งการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โรงงานที่เชื่อมโยงกับทุนจีน และการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมอันตรายในประเทศไทย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเคยระบุถึงการตรวจสอบ “กลุ่มจีนเทา” ที่เกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนฝังกลบกากสารพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบปัญหาในหลายจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสมุทรปราการ
หนึ่งในกรณีสำคัญอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตรวจพื้นที่โกดังซึ่งมีนายทุนชาวจีนเป็นกรรมการบริษัทและเจ้าของที่ดิน ก่อนแบ่งพื้นที่ให้บริษัทของชาวจีนเช่าประกอบกิจการ พบทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติกและเศษสายไฟ รวมถึงการลักลอบฝังกลบของเสียในพื้นที่โรงงาน
ข้อมูลของกรมโรงงานฯ ระบุด้วยว่า เครือข่ายมีการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นของต้องห้ามนำเข้า เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และเศษสายไฟ เข้ามาคัดแยกหรือรีไซเคิล เพื่อนำวัสดุและโลหะที่ยังมีมูลค่าออกไปจำหน่าย ส่วนกากที่เหลือกลับพบปัญหาการกำจัดอย่างผิดกฎหมาย
หลักฐานเรื่องขยะจากต่างประเทศก็มีชัดเจน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้สินค้าจากสหรัฐฯ สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียมและโลหะ แต่เมื่อตรวจสอบพบ ขยะอิเล็กทรอนิกส์รวม 238 ตัน มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท ซึ่งกรมโรงงานฯ ระบุว่าเข้าข่ายของเสียอันตรายและมีการสำแดงข้อมูลไม่ตรงกับสินค้า
ปัญหายังต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ศุลกากรแหลมฉบังตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ พบสินค้าบางส่วนเข้าข่ายขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่นำเข้าผิดกฎหมายปะปนมากับเศษโลหะ
สิ่งที่น่าห่วงกว่าการจับได้บริเวณท่าเรือ คือ ขยะที่หลุดเข้าไปถึงโรงงานแล้วถูกจัดการอย่างไร
กรณีโรงงานเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทิ้งกากอุตสาหกรรมบริเวณบ่อน้ำ เมื่อตรวจตัวอย่างดิน น้ำ และกากของเสีย พบการปนเปื้อนโลหะหนักอันตราย เช่น ตะกั่วและโครเมียม
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าขยะพิษทุกล็อตที่ลักลอบเข้าไทยเกี่ยวข้องกับทุนจีนทั้งหมด เพราะแต่ละคดีมีต้นทางและผู้รับสินค้าแตกต่างกัน แต่สิ่งที่หน่วยงานรัฐยืนยันแล้วคือ มีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ มีโรงงานกลุ่มทุนจีนถูกตรวจพบการกระทำผิด และมีกรณีฝังกลบกากอุตสาหกรรมจนตรวจพบโลหะหนักปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
คำถามที่ภาครัฐต้องตอบต่อจากนี้คือ ยังมีขยะพิษจากต่างประเทศอีกเท่าใดที่หลุดผ่านด่านเข้ามา ใครคือผู้รับปลายทาง และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบฟื้นฟูดินและแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบ
เพราะหากผู้ประกอบการนำสิ่งที่มีมูลค่าออกไปขาย แต่ทิ้งกากอันตรายไว้เบื้องหลัง สุดท้ายกำไรอาจตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม ขณะที่ ดิน น้ำ และต้นทุนการฟื้นฟูทั้งหมดกลับตกอยู่บนแผ่นดินไทย
#NEWS1 รายงาน
https://www.facebook.com/share/p/19HEPXvMkE/
โป๊ะแล้ว! ทุนจีนลอบนำเข้าขยะพิษ ตั้งโรงงานกำจัด ก่อนพบกากอันตรายฝังกลบบนแผ่นดินไทย
ปัญหาขยะพิษข้ามชาติในไทยกำลังน่าจับตา หลังข้อมูลจากหน่วยงานรัฐพบทั้งการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โรงงานที่เชื่อมโยงกับทุนจีน และการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรมอันตรายในประเทศไทย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเคยระบุถึงการตรวจสอบ “กลุ่มจีนเทา” ที่เกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนฝังกลบกากสารพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยพบปัญหาในหลายจังหวัด เช่น ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสมุทรปราการ
หนึ่งในกรณีสำคัญอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตรวจพื้นที่โกดังซึ่งมีนายทุนชาวจีนเป็นกรรมการบริษัทและเจ้าของที่ดิน ก่อนแบ่งพื้นที่ให้บริษัทของชาวจีนเช่าประกอบกิจการ พบทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติกและเศษสายไฟ รวมถึงการลักลอบฝังกลบของเสียในพื้นที่โรงงาน
ข้อมูลของกรมโรงงานฯ ระบุด้วยว่า เครือข่ายมีการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นของต้องห้ามนำเข้า เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เศษพลาสติก และเศษสายไฟ เข้ามาคัดแยกหรือรีไซเคิล เพื่อนำวัสดุและโลหะที่ยังมีมูลค่าออกไปจำหน่าย ส่วนกากที่เหลือกลับพบปัญหาการกำจัดอย่างผิดกฎหมาย
หลักฐานเรื่องขยะจากต่างประเทศก็มีชัดเจน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจพบตู้สินค้าจากสหรัฐฯ สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียมและโลหะ แต่เมื่อตรวจสอบพบ ขยะอิเล็กทรอนิกส์รวม 238 ตัน มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท ซึ่งกรมโรงงานฯ ระบุว่าเข้าข่ายของเสียอันตรายและมีการสำแดงข้อมูลไม่ตรงกับสินค้า
ปัญหายังต่อเนื่องถึงปี 2569 โดยเดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่ศุลกากรแหลมฉบังตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ พบสินค้าบางส่วนเข้าข่ายขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่นำเข้าผิดกฎหมายปะปนมากับเศษโลหะ
สิ่งที่น่าห่วงกว่าการจับได้บริเวณท่าเรือ คือ ขยะที่หลุดเข้าไปถึงโรงงานแล้วถูกจัดการอย่างไร
กรณีโรงงานเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทิ้งกากอุตสาหกรรมบริเวณบ่อน้ำ เมื่อตรวจตัวอย่างดิน น้ำ และกากของเสีย พบการปนเปื้อนโลหะหนักอันตราย เช่น ตะกั่วและโครเมียม
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าขยะพิษทุกล็อตที่ลักลอบเข้าไทยเกี่ยวข้องกับทุนจีนทั้งหมด เพราะแต่ละคดีมีต้นทางและผู้รับสินค้าแตกต่างกัน แต่สิ่งที่หน่วยงานรัฐยืนยันแล้วคือ มีการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ มีโรงงานกลุ่มทุนจีนถูกตรวจพบการกระทำผิด และมีกรณีฝังกลบกากอุตสาหกรรมจนตรวจพบโลหะหนักปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
คำถามที่ภาครัฐต้องตอบต่อจากนี้คือ ยังมีขยะพิษจากต่างประเทศอีกเท่าใดที่หลุดผ่านด่านเข้ามา ใครคือผู้รับปลายทาง และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบฟื้นฟูดินและแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบ
เพราะหากผู้ประกอบการนำสิ่งที่มีมูลค่าออกไปขาย แต่ทิ้งกากอันตรายไว้เบื้องหลัง สุดท้ายกำไรอาจตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม ขณะที่ ดิน น้ำ และต้นทุนการฟื้นฟูทั้งหมดกลับตกอยู่บนแผ่นดินไทย
#NEWS1 รายงาน
https://www.facebook.com/share/p/19HEPXvMkE/