ความเชื่อเดิม ๆ ในโลกการทำงานมักบอกเราว่า "คนเราไม่ได้ลาออกจากงานหรอก แต่เขาลาออกจากหัวหน้าที่แย่ต่างหาก" ประโยคนี้ฟังดูมีเหตุผลจนเราเชื่อตาม ๆ กันมา แต่พอทีมวิเคราะห์ข้อมูลของ Facebook ลองค้นหาสาเหตุจริง ๆ ว่า ทำไมพนักงานเก่ง ๆ ที่บริษัทอยากให้อยู่ต่อ ถึงยังตัดสินใจยื่นใบลาออก ผลลัพธ์กลับทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจ
เพราะความจริงก็คือ คนเก่งไม่ได้เดินออกจากบริษัทเพราะหัวหน้า แต่เขาไปเพราะ ‘เนื้องาน’ ต่างหาก พวกเขาตัดสินใจลาออกในวันที่งานเริ่มหมดความสนุก ในวันที่จุดแข็งของตัวเองไม่ได้ถูกนำมาใช้ และในวันที่มองไม่เห็นอนาคตว่าทำไปแล้วจะเติบโตขึ้นได้อย่างไร
.
จริงอยู่ว่าหัวหน้าที่แย่หรือชอบจู้จี้ แต่สิ่งที่บีบให้ต้องบอกลาก็ยังคงเป็นเนื้องานอยู่ดี และถ้าลองถามต่อว่า แล้วใครล่ะที่มีหน้าที่จัดแจงว่างานของลูกน้องจะเป็นแบบไหน? คำตอบก็วนกลับมาที่ตัวหัวหน้าอยู่ดี สรุปง่าย ๆ คือ พนักงานไม่ได้เดินหนีหัวหน้าโดยตรง แต่หัวหน้าคือคนที่ปล่อยให้เนื้องานน่าเบื่อและอึดอัดจนลูกน้องไม่รู้จะอยู่ไปทำไมอยู่ดี
.
ดังนั้น ถ้าอยากรักษาคนเก่งไว้ องค์กรอาจต้องเลิกใช้วิธีเดิม ๆ อย่างการ "ทำตำแหน่งขึ้นมาก่อน แล้วค่อยหาคนมาเสียบ" แต่ต้องเปลี่ยนคิดใหม่ว่า "เมื่อเจอคนเก่ง จงพร้อมออกแบบงานใหม่รอบ ๆ ตัวเขา เพื่อให้เขาได้ปล่อยของอย่างเต็มที่"
.
บทความชิ้นนี้จัดเป็นหนึ่งในบทความบริหารคนและภาวะผู้นำระดับขึ้นหิ้งจาก Harvard Business Review (HBR) ผลงานการเขียนร่วมกันของ Lori Goler, Janelle Gale, Brynn Harrington (ทีมผู้บริหารฝ่ายบุคลากรของ Facebook) และ Adam Grant (ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาองค์กรและนักเขียนชื่อดัง)
.
[เคล็ดลับการปรับแต่งงานให้น่าทำ]
จากผลสำรวจพนักงานกลุ่มที่ตัดสินใจ ‘อยู่ทำงานต่อ’ พบว่าพวกเขามีความรู้สึก 3 อย่างนี้สูงกว่าคนที่ลาออกอย่างชัดเจน คือ
-รู้สึกสนุกกับงานมากกว่า
-ได้ใช้จุดแข็งของตัวเองบ่อยกว่า
-มั่นใจว่าจะได้พัฒนาตัวเองเพื่อเติบโตต่อไป
.
สิ่งเหล่านี้คือเข็มทิศบอกหัวหน้าทุกคนว่า ถ้าอยากรั้งคนเก่งไว้ ต้องทำให้นานาภารกิจประจำวันกลายเป็นเรื่องน่าทำ เพราะมนุษย์เราทุกคนมีความฝันหรือความชอบบางอย่างที่ไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลัก และในเมื่อเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตเราหมดไปกับการทำงาน การจะหาเวลาไปทำตามฝันเป็นงานอดิเรกจึงไม่ง่าย พนักงานจึงพยายามดึงความชอบเหล่านั้นเข้ามาผสมผสานในงานประจำ
.
แต่ในองค์กร พนักงานปรับเนื้องานเองตามใจชอบไม่ได้ พวกเขาต้องการหัวหน้าที่เข้าใจและกล้าลงมือช่วยเปลี่ยนเนื้องานให้ เหมือนเรื่องราวของผู้บริหารฝ่ายบุคคลคนหนึ่งใน Facebook ที่เริ่มหมดพลังเพราะเธอเป็นคนเก่งมาก จนได้เลื่อนขั้นไปดูแลทีมใหญ่ คอยประชุม คอยคุมคน แต่พอทำไปเรื่อยๆ เธอเริ่มหมดไฟ เพราะเนื้องานบริหารมันคือนั่งประชุมและจัดการเอกสาร/คน ซึ่งเธอไม่ได้ชอบมันเลย เธอชอบการลงไปแก้ปัญหาให้ลูกค้าโดยตรงมากกว่า
.
เธอไปเปิดอกคุยกับหัวหน้า ซึ่งถ้าเป็นบริษัททั่วไป หัวหน้าคงบอกว่าทน ๆ ทำไป แต่หัวหน้าที่ Facebook คนนี้คิดอีกแบบ เขาคิดว่าถ้าบังคับให้เธอทนทำตำแหน่งนี้ ต่อไปเธอหมดไฟแน่นอน แล้วเธอก็จะลาออกไปที่อื่น ซึ่งบริษัทจะเสียคนเก่งแบบเธอไปเลย
.
หัวหน้าเลยบอกเธอว่า "งั้นเรามาหาคนใหม่กัน" โดยไปเปิดรับสมัครพนักงานใหม่เข้ามา ด้วยคุณสมบัติคือ คนชอบงานบริหาร ชอบคุมทีม พนักงานใหม่คนนี้ย้ายเข้ามาทำงาน เธอส่งมอบงาน สอนงานบริหารให้ พอคนใหม่เริ่มงานได้คล่องและชอบงานบริหารจริง ๆ คนใหม่ก็ขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัว (กลายเป็นหัวหน้าทีม)
.
ส่วนตัวเธอเอง ย้ายกลับไปทำตำแหน่งพนักงานสายปฏิบัติการ (Individual Contributor) ที่เน้นลงมือแก้ปัญหาให้ลูกค้าเพียว ๆ โดยมีพนักงานใหม่คนนั้นคอยคุมภาพรวมทีมแทน
.
ซึ่งขัดแย้งกับบริษัทส่วนใหญ่ที่มักจะยึดติดว่า เป็นผู้บริหารแล้ว จะถอยกลับไปเป็นพนักงานธรรมดาได้ยังไง แต่หัวหน้าที่ดีจะคิดว่า ยศหรือตำแหน่งไม่สำคัญ ขอแค่รักษาคนเก่งไว้ในบริษัทได้ ให้เขาได้ทำสิ่งที่เขารักก็พอ
.
ที่มา : Techsauce
คนเก่งไม่ได้เดินออกจากบริษัทเพราะหัวหน้า แต่เขาไปเพราะ ‘เนื้องาน’ ต่างหาก