เกาหลีเกลียดไทยจริงดิ? เปิดปม K-ETA ที่กลายเป็นศึกภายในประเทศเกาหลี ระหว่างความมั่นคงและการท่องเที่ยว



ช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับกระแสดราม่าเรื่อง ตม. เกาหลีใต้ และระบบ K-ETA จนเกิดเป็นวาทกรรมฝั่งไทยว่า “เกาหลีใต้เกลียดหรือกีดกันคนไทยหรือเปล่า?” ทำให้คนไทยจำนวนมากพากันโบกมือลา เทตั๋วไปเที่ยวประเทศที่เป็นมิตรอย่างญี่ปุ่นหรือจีนกันหมด
​วันนี้ผมขอพาทุกคนไปเจาะลึกข้อเท็จจริงหลังบ้าน ผ่านมิติเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจและสถิติล่าสุดที่สื่อเกาหลีใต้อย่าง Money Today นำมารายงาน เพื่อชี้ให้เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องความเกลียดชังส่วนบุคคล แต่มันคือ "ความล้มเหลวเชิงนโยบายและสงครามภายในรัฐบาลเกาหลีใต้" ที่กำลังทำให้พวกเขาทุบหม้อข้าวตัวเองครับ!
​📈 ภาพสะท้อนความย้อนแย้ง จากการที่ต่างชาติเกาหลีใต้โตทุบสถิติ แต่ 'ไทย' ดิ่งเหวอยู่ประเทศเดียว
​หากดูข้อมูลภาพรวมจากกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ การท่องเที่ยวของเขาฟื้นตัวอย่างงดงาม โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศรวมกว่า 10.71 ล้านคน เติบโตแซงหน้าปี 2019 (ช่วงก่อนโควิด-19) ไปแล้วถึง 26.9% โดยตลาดคู่ค้าหลักเติบโตอย่างก้าวกระโดด ยกตัวอย่างเช่น
​🇨🇳 จีน: ครองแชมป์อันดับหนึ่ง (ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้กว่า 3.21 ล้านคน)
​🇺🇸 สหรัฐอเมริกา: อัตราเติบโตพุ่งสูงถึง 168.6%
​🇹🇼 ไต้หวัน: เติบโตแบบก้าวกระโดดที่สุดถึง 188.4%
​แล้วทำไมสื่อเกาหลีใต้ถึงต้องขึ้นหัวข้อโอดครวญ?
นั่นเป็นเพราะในขณะที่ประเทศอื่นพุ่งทะยาน มีเพียง "ประเทศไทย" ที่กราฟดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย ยอดสะสมในช่วงที่ผ่านมามีคนไทยไปเกาหลีใต้เพียงประมาณ 166,000 คน (ลดลงถึง 34.9%) สื่อเกาหลีจึงพาดหัวจิกกัดตัวเองปนกังวลว่า: "พวกเราไป (ไทย) กันตั้งเยอะ (สูงถึง 540,000 คน) แต่ชาวไทยไม่มาเกาหลี, จะทำอย่างไรกับวิกฤตขาดดุลการท่องเที่ยวนี้ดี"

​ประเด็นที่คนนอกส่วนใหญ่ไม่รู้คือ นโยบาย K-ETA กำลังทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงระหว่าง 2 หน่วยงานหลักของรัฐบาลเกาหลีใต้
​🛡️ ฝั่งกระทรวงยุติธรรม (และ ตม.): ยืนกรานปฏิเสธการยกเว้น K-ETA ให้ไทย โดยมองในมิติความมั่นคงว่า ประเทศไทยมีสถิติผู้ลักลอบทำงานผิดกฎหมาย (ผีน้อย) สูงเป็นอันดับ 1 จึงต้องการใช้ AI เป็นตะแกรงร่อนบล็อกคนตั้งแต่ต้นทาง
​✈️ ฝั่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (MCST) และเอกชน: กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะระบบ AI หลังบ้านแยกแยะระหว่างคนตั้งใจไปเที่ยวกับคนแอบไปทำงานไม่ได้ กลายเป็นการบล็อกนักท่องเที่ยวตัวจริงและกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงไปอย่างมั่วซั่ว
​ฝั่งการท่องเที่ยวพยายามยื่นข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องเพื่อ "ขอเว้น K-ETA ให้คนไทยชั่วคราว" (เหมือนกับอีก 67 ประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำที่ได้รับการยกเว้นยาวไปจนถึงสิ้นปี 2026) หรือเสนอให้ใช้ "ระบบตัวแทนท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรอง (Approved Travel Agencies)" หากมากับบริษัททัวร์ที่การันตีได้ก็ควรให้ผ่านอัตโนมัติ แต่ข้อเสนอเหล่านี้ก็ยังคงถูกฝั่งกระทรวงยุติธรรมปัดตกมาตลอด
ฝั่งของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ (MCST) และเอกชนพยายามสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า “ไม่มีอุปสงค์ ก็ไม่มีอุปทาน”  เพราะปัจจุบันเกาหลีใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตสังคมผู้สูงอายุขั้นรุนแรง และขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร โรงงานขนาดเล็ก และงานก่อสร้าง (งานประเภท 3D: สกปรก อันตราย และงานหนัก) ซึ่งคนเกาหลีรุ่นใหม่ไม่ทำ ผลคือ "นายทุนและเจ้าของธุรกิจชาวเกาหลีใต้เอง" นั่นแหละที่เป็นคนสร้างอุปสงค์ (Demand) อ้าแขนรับจ้างแรงงานผิดกฎหมายเพื่อลดต้นทุน
​การใช้ระบบ K-ETA มาบล็อกคนตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นการแก้ปัญหาแบบ "ขี่ช้างจับตั๊กแตน" เพราะสถิติฟ้องว่าไม่ได้ทำให้แรงงานเถื่อนลดลง (ขบวนการนายหน้าก็ยังหาช่องโหว่พากันเข้าไปได้อยู่ดี) ตราบใดที่รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่แก้ปัญหาฝั่งอุปสงค์ ด้วยการเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมาย (EPS) ให้เพียงพอ และลงโทษนายทุนชาติตัวเองที่ทำผิดอย่างจริงจัง ระบบนี้ก็เป็นเพียงการ "เกาหลีสกัดเกาหลี" ที่ปิดกั้นเม็ดเงินท่องเที่ยวถูกกฎหมาย แต่เปิดช่องให้การลักลอบทำงานยังมีอยู่ต่อไป

​ เมื่อทบทวนดูแล้ว คนเกาหลีไม่ได้เกลียดคนไทย ภาคเอกชน โรงแรม และร้านค้าในเกาหลีใต้กำลังต่อสู้และส่งเสียงเรียกร้องอย่างหนักเพื่อขอตัวนักท่องเที่ยวไทยคืน
​สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือภาพสะท้อนของนโยบายรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ขัดแย้งกันเองระหว่าง "ฝ่ายความมั่นคง" และ "ฝ่ายเศรษฐกิจ" จนแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และกลายเป็นการทำร้ายพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างประเทศไทยไปโดยปริยายครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่