ดึงหน้าไม่ใช่คำตอบของทุกคน... จริงหรือ?
คำตอบคือ
" จริงครับ "
หลายคนพอเริ่มส่องกระจกแล้วเห็นว่าแก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือมีร่องแก้มลึก ก็จะคิดทันทีว่า "ถึงเวลาต้องดึงหน้าแล้วหรือเปล่า"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดึงหน้า
ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนครับ
ในฐานะศัลยแพทย์ตกแต่ง สิ่งแรกที่หมอทำไม่ใช่การบอกว่าควรผ่าตัดหรือไม่ แต่คือการหาสาเหตุของปัญหาก่อน เพราะใบหน้าที่ดูแก่หรือดูโทรม ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว
บางคนหน้าดูมีอายุขึ้น ไม่ใช่เพราะผิวหย่อน แต่เป็นเพราะเมื่ออายุมากขึ้น
ไขมันบนใบหน้าค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ หรือใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูตอบ ดูเหนื่อย ดูโทรม แม้ว่าผิวจะยังไม่ได้หย่อนมากก็ตาม
ในกลุ่มนี้ การเติมไขมันตัวเอง หรือการเติมฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม อาจช่วยคืนมิติของใบหน้า ทำให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลย
ในขณะที่บางคนอายุยังไม่มาก ผิวเริ่มคล้อยเพียงเล็กน้อย ความยืดหยุ่นของผิวยังดี การดูแลผิว การใช้เครื่องยกกระชับ หรือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็อาจเพียงพอที่จะชะลอความหย่อนคล้อยได้อีกหลายปี
แต่ในอีกกลุ่มหนึ่ง ปัญหาเกิดจาก
ชั้นผิวและชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) หย่อนตัวจริง มีแก้มตก เหนียงชัด กรอบหน้าไม่คม ร่องแก้มลึกจากแรงโน้มถ่วงของใบหน้า
กรณีแบบนี้ ต่อให้เติมฟิลเลอร์หรือใช้เครื่องยกกระชับมากแค่ไหน ก็อาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย หรืออยู่ได้ไม่นาน เพราะยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา
การดึงหน้าจึงเป็นการรักษาที่เหมาะสมกว่า เพราะเป็นการยกชั้นโครงสร้างที่หย่อนกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรเป็น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าวิธีอื่นในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม
ดังนั้น เวลาคนไข้มาปรึกษา หมอจะไม่ได้ถามว่า
"อยากดึงหน้าไหม" แต่หมอจะถามว่า
"สิ่งที่กังวลเกิดจากอะไร"
เพราะเมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริง เราจึงเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้
-บางคนอาจใช้แค่การดูแลผิว
-บางคนอาจเหมาะกับการเติมไขมันหรือฟิลเลอร์
-บางคนอาจใช้เครื่องยกกระชับ
และบางคนจึงจะเหมาะกับการดึงหน้า

สิ่งที่หมอพูดกับคนไข้อยู่เสมอคือ
ไม่มีหัตถการไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
แต่จะมีหัตถการที่
"เหมาะที่สุด" สำหรับแต่ละคน
เพราะการรักษาที่ดี ไม่ใช่การทำหัตถการที่ใหญ่ที่สุด หรือแพงที่สุด แต่คือการเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหาจริงของคนไข้
บางครั้ง การที่หมอบอกว่า
"ตอนนี้ยังไม่ต้องดึงหน้าก็ได้ครับ" อาจเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด มากกว่าการรีบผ่าตัด
เพราะเป้าหมายของการรักษา ไม่ใช่การทำให้คนไข้ได้ผ่าตัดทุกคน
แต่คือการทำให้คนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ปลอดภัย คุ้มค่า และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาวครับ
ดึงหน้า ไม่ใช่คำตอบของทุกคน... จริงหรือ?
ดึงหน้าไม่ใช่คำตอบของทุกคน... จริงหรือ?
คำตอบคือ " จริงครับ "
หลายคนพอเริ่มส่องกระจกแล้วเห็นว่าแก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือมีร่องแก้มลึก ก็จะคิดทันทีว่า "ถึงเวลาต้องดึงหน้าแล้วหรือเปล่า"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดึงหน้า ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคนครับ
ในฐานะศัลยแพทย์ตกแต่ง สิ่งแรกที่หมอทำไม่ใช่การบอกว่าควรผ่าตัดหรือไม่ แต่คือการหาสาเหตุของปัญหาก่อน เพราะใบหน้าที่ดูแก่หรือดูโทรม ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว
บางคนหน้าดูมีอายุขึ้น ไม่ใช่เพราะผิวหย่อน แต่เป็นเพราะเมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบนใบหน้าค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ขมับ หรือใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูตอบ ดูเหนื่อย ดูโทรม แม้ว่าผิวจะยังไม่ได้หย่อนมากก็ตาม
ในกลุ่มนี้ การเติมไขมันตัวเอง หรือการเติมฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม อาจช่วยคืนมิติของใบหน้า ทำให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลย
ในขณะที่บางคนอายุยังไม่มาก ผิวเริ่มคล้อยเพียงเล็กน้อย ความยืดหยุ่นของผิวยังดี การดูแลผิว การใช้เครื่องยกกระชับ หรือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็อาจเพียงพอที่จะชะลอความหย่อนคล้อยได้อีกหลายปี
แต่ในอีกกลุ่มหนึ่ง ปัญหาเกิดจาก ชั้นผิวและชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS) หย่อนตัวจริง มีแก้มตก เหนียงชัด กรอบหน้าไม่คม ร่องแก้มลึกจากแรงโน้มถ่วงของใบหน้า
กรณีแบบนี้ ต่อให้เติมฟิลเลอร์หรือใช้เครื่องยกกระชับมากแค่ไหน ก็อาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย หรืออยู่ได้ไม่นาน เพราะยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของปัญหา
การดึงหน้าจึงเป็นการรักษาที่เหมาะสมกว่า เพราะเป็นการยกชั้นโครงสร้างที่หย่อนกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรเป็น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าวิธีอื่นในผู้ที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม
ดังนั้น เวลาคนไข้มาปรึกษา หมอจะไม่ได้ถามว่า "อยากดึงหน้าไหม" แต่หมอจะถามว่า "สิ่งที่กังวลเกิดจากอะไร"
เพราะเมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริง เราจึงเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมได้
-บางคนอาจใช้แค่การดูแลผิว
-บางคนอาจเหมาะกับการเติมไขมันหรือฟิลเลอร์
-บางคนอาจใช้เครื่องยกกระชับ
และบางคนจึงจะเหมาะกับการดึงหน้า
สิ่งที่หมอพูดกับคนไข้อยู่เสมอคือ
ไม่มีหัตถการไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
แต่จะมีหัตถการที่ "เหมาะที่สุด" สำหรับแต่ละคน
เพราะการรักษาที่ดี ไม่ใช่การทำหัตถการที่ใหญ่ที่สุด หรือแพงที่สุด แต่คือการเลือกวิธีที่ตรงกับปัญหาจริงของคนไข้
บางครั้ง การที่หมอบอกว่า "ตอนนี้ยังไม่ต้องดึงหน้าก็ได้ครับ" อาจเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด มากกว่าการรีบผ่าตัด
เพราะเป้าหมายของการรักษา ไม่ใช่การทำให้คนไข้ได้ผ่าตัดทุกคน
แต่คือการทำให้คนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ปลอดภัย คุ้มค่า และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในระยะยาวครับ