ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566
เป็นภาพหนึ่งจากการเดินทางที่ผ่านมาหลายปีแล้ว
แต่วันนี้ เมื่อเห็นข่าวจากคุมาโมโต้ เมืองหนึ่งที่ฉันเคยได้ไปเยือน ภาพนี้กลับพาฉันย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้นอีกครั้ง
รายละเอียดของการเดินทางอาจเลือนหายไปตามเวลา บางสถานที่อาจจำไม่ได้ครบทุกมุม แต่ความรู้สึกของวันนั้นยังคงอยู่
ความรู้สึกของการเดินอยู่ในเมืองหนึ่ง ได้เห็นสถานที่ ได้พบผู้คน และได้รับมิตรภาพเล็ก ๆ ระหว่างทาง
ทริปญี่ปุ่นครั้งนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน ไม่ได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างละเอียด เพียงเลือกเมืองที่อยากไป แล้วค่อย ๆ ทำความรู้จักแต่ละสถานที่ระหว่างทาง
หนึ่งในเมืองที่เราเลือกแวะ คือ “คุมาโมโต้”
สิ่งที่จำได้เกี่ยวกับคุมาโมโต้ คือเป็นเมืองที่มีความพอดี
เป็นเมืองที่มีความทันสมัย มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และระบบขนส่งที่สะดวก แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่
ภาพรถรางไฟฟ้าที่วิ่งผ่านใจกลางเมือง เป็นหนึ่งในภาพจำของการเดินทางครั้งนั้น
เราค่อย ๆ เดินเที่ยวไปเรื่อย ๆ ดูร้านค้า ดูผู้คน และสัมผัสบรรยากาศของเมืองแบบไม่ต้องเร่งรีบ
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุมาโมโต้ยังอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่เราได้ไปเห็น
แต่คือ “ผู้คน”
ระหว่างเดินทาง เราได้พบคุณตาคุณยายหลายท่านที่ยังคงทำงานอยู่ในร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานที่ต่าง ๆ
แม้บางครั้งเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาเดียวกันไม่ได้ทั้งหมด แต่จากแววตา น้ำเสียง และท่าทาง เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะเข้าใจ และพยายามให้บริการตามที่ลูกค้าต้องการ
บางครั้งการเดินทางไม่ได้ทิ้งไว้เพียงภาพถ่ายของสถานที่
แต่ทิ้งความรู้สึกบางอย่างจากผู้คนที่เราเคยพบ
หนึ่งในสถานที่สำคัญของวันนั้น คือการได้มาเยือน “ปราสาทคุมาโมโต้”
จากจุดที่เดินทางมาถึง เราค่อย ๆ เดินผ่านทางเดินที่มีต้นไม้เรียงราย ผ่านคูน้ำและแนวกำแพงหินขนาดใหญ่
ก่อนที่ตัวปราสาทจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ภาพภายนอกของปราสาทยังคงให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้
โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่าปราสาทผ่านเหตุการณ์สำคัญมาหลายช่วงเวลา รวมถึงความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปี 2016 และการฟื้นฟูหลังจากนั้น
เมื่อเข้าไปภายในปราสาท สิ่งที่เราเห็นไม่ได้เป็นบรรยากาศของอาคารโบราณแบบเดิมทั้งหมด
เพราะหลายส่วนได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่ ทั้งพื้น ผนัง และพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องราวของปราสาทแห่งนี้
ยังมีส่วนที่เก็บรักษาร่องรอยเดิมไว้ ทั้งกำแพงหิน กองหิน และส่วนต่าง ๆ ที่ช่วยบอกเล่าถึงอดีตและความพยายามในการฟื้นฟู
สำหรับฉัน การมาเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงการได้เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่
แต่คือการได้เข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังของสถานที่นั้นมากขึ้น
เมื่อได้อ่านข้อมูลและฟังคำอธิบายในแต่ละจุด เราจึงไม่ได้เพียงเดินชมสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ได้เรียนรู้ช่วงเวลาหนึ่งของเมืองนี้
ตอนแรกเราเดินชมไปเรื่อย ๆ แบบยังไม่ได้เข้าใจรายละเอียดมากนัก
จนกระทั่งเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้โทรศัพท์มือถือสแกนสัญลักษณ์ตามจุดต่าง ๆ
ลูกชายจึงเข้าไปสอบถาม และทำให้เรารู้ว่ามีแอปพลิเคชันที่ช่วยอธิบายข้อมูลในแต่ละจุด
หลังจากนั้น การเดินชมปราสาทก็สนุกขึ้น เพราะเราไม่ได้เพียงมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เริ่มเข้าใจว่าจุดต่าง ๆ มีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่
จริง ๆ การมีไกด์ส่วนตัวไปด้วยก็ดีแบบนี้ค่ะ 😊
เพราะเวลามาเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ลูกชายมักจะใช้เวลาอ่านรายละเอียดในแต่ละจุดนานกว่าปกติ
ส่วนหน้าที่ของแม่ก็คือ…หามุมนั่งรอ แล้วค่อยเดินต่อพร้อมฟังสรุปจากไกด์ ส่วนตัว
เราเดินชมไปทีละชั้น แวะพักตามจุดต่าง ๆ จนถึงชั้นบนสุด
แม้ภายในปราสาทจะมีลิฟต์ให้บริการ แต่วันนั้นเราเลือกเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดในแต่ละชั้น
ส่วนขาลง เมื่อเดินชมกันจนเต็มที่แล้ว เราจึงเลือกใช้ลิฟต์เป็นตัวช่วย
เพราะแม่ถือจัดเป็น สูงวัย แต่ด้วยวันนั้นคนใช้ลิฟต์น้อย จึงขออนุญาตใช้ ตัวช่วยเพื่อเซฟกำลังขาไว้เที่ยวที่ต่อไป
และนั่นคือที่มาของภาพเปิดกระทู้นี้
ภาพของคนหนึ่งคนที่ยืนมองเมืองจากมุมสูง ในวันที่ยังไม่รู้เลยว่าอีกหลายปีต่อมา ภาพนี้จะพาให้ย้อนกลับมาคิดถึงคุมาโมโต้
หลังออกจากปราสาท เรายังใช้เวลาเดินเล่นบริเวณรอบ ๆ ต่อ
เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังดี มีแดด ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะกับการเดินเที่ยว
ระหว่างทางยังได้เห็นดอกไม้หลายชนิดกำลังบาน และเก็บภาพเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ
บริเวณใกล้กับปราสาทมีการแสดงพื้นบ้านของญี่ปุ่น ทั้งการร่ายรำและการแสดงตลก
แม้เราจะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกทั้งหมด แต่ก็ยังสนุกไปกับบรรยากาศจากเสียงหัวเราะของผู้ชมรอบ ๆ
เราเลือกซื้ออาหารจากร้านเล็ก ๆ แล้วนั่งกินไป ชมการแสดงไป
ก่อนจบวัน เราแวะเดินตลาดในเมือง เดินดูร้านค้า อาหาร และของฝากต่าง ๆ
เป็นอีกช่วงเวลาธรรมดา ๆ ที่กลับกลายเป็นความทรงจำที่ดี
วันนั้นไม่ได้เป็นเพียงวันที่เราไปชมสถานที่แห่งหนึ่ง
แต่เป็นวันที่เราได้เดินผ่านเมืองหนึ่ง ได้เรียนรู้เรื่องราว ได้พบผู้คน และได้รับความรู้สึกดี ๆ กลับมา
หลายปีผ่านไป เราอาจจำชื่อของทุกคนที่เคยพบไม่ได้
แต่รอยยิ้ม ความตั้งใจ และการต้อนรับในวันนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำ
วันนี้จึงอยากส่งความปรารถนาดีไปยังคุมาโมโต้
ขอให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และขอให้เมืองแห่งนี้ค่อย ๆ ฟื้นกลับมาเป็นคุมาโมโต้ที่สวยงามและอบอุ่นเช่นเดิม
หวังว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะได้กลับไปเดินบนถนนสายเดิมอีกครั้ง
คุมาโมโต้…ครั้งหนึ่งที่ฉันได้ไปเยือน
ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2566
เป็นภาพหนึ่งจากการเดินทางที่ผ่านมาหลายปีแล้ว
แต่วันนี้ เมื่อเห็นข่าวจากคุมาโมโต้ เมืองหนึ่งที่ฉันเคยได้ไปเยือน ภาพนี้กลับพาฉันย้อนกลับไปนึกถึงวันนั้นอีกครั้ง
รายละเอียดของการเดินทางอาจเลือนหายไปตามเวลา บางสถานที่อาจจำไม่ได้ครบทุกมุม แต่ความรู้สึกของวันนั้นยังคงอยู่
ความรู้สึกของการเดินอยู่ในเมืองหนึ่ง ได้เห็นสถานที่ ได้พบผู้คน และได้รับมิตรภาพเล็ก ๆ ระหว่างทาง
ทริปญี่ปุ่นครั้งนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน ไม่ได้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างละเอียด เพียงเลือกเมืองที่อยากไป แล้วค่อย ๆ ทำความรู้จักแต่ละสถานที่ระหว่างทาง
หนึ่งในเมืองที่เราเลือกแวะ คือ “คุมาโมโต้”
สิ่งที่จำได้เกี่ยวกับคุมาโมโต้ คือเป็นเมืองที่มีความพอดี
เป็นเมืองที่มีความทันสมัย มีร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และระบบขนส่งที่สะดวก แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกวุ่นวายเหมือนเมืองใหญ่
ภาพรถรางไฟฟ้าที่วิ่งผ่านใจกลางเมือง เป็นหนึ่งในภาพจำของการเดินทางครั้งนั้น
เราค่อย ๆ เดินเที่ยวไปเรื่อย ๆ ดูร้านค้า ดูผู้คน และสัมผัสบรรยากาศของเมืองแบบไม่ต้องเร่งรีบ
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุมาโมโต้ยังอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่เพียงสถานที่ที่เราได้ไปเห็น
แต่คือ “ผู้คน”
ระหว่างเดินทาง เราได้พบคุณตาคุณยายหลายท่านที่ยังคงทำงานอยู่ในร้านอาหาร ร้านค้า หรือสถานที่ต่าง ๆ
แม้บางครั้งเราจะสื่อสารกันด้วยภาษาเดียวกันไม่ได้ทั้งหมด แต่จากแววตา น้ำเสียง และท่าทาง เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะเข้าใจ และพยายามให้บริการตามที่ลูกค้าต้องการ
บางครั้งการเดินทางไม่ได้ทิ้งไว้เพียงภาพถ่ายของสถานที่
แต่ทิ้งความรู้สึกบางอย่างจากผู้คนที่เราเคยพบ
หนึ่งในสถานที่สำคัญของวันนั้น คือการได้มาเยือน “ปราสาทคุมาโมโต้”
จากจุดที่เดินทางมาถึง เราค่อย ๆ เดินผ่านทางเดินที่มีต้นไม้เรียงราย ผ่านคูน้ำและแนวกำแพงหินขนาดใหญ่
ก่อนที่ตัวปราสาทจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ภาพภายนอกของปราสาทยังคงให้ความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้
โดยเฉพาะเมื่อได้รู้ว่าปราสาทผ่านเหตุการณ์สำคัญมาหลายช่วงเวลา รวมถึงความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปี 2016 และการฟื้นฟูหลังจากนั้น
เมื่อเข้าไปภายในปราสาท สิ่งที่เราเห็นไม่ได้เป็นบรรยากาศของอาคารโบราณแบบเดิมทั้งหมด
เพราะหลายส่วนได้รับการบูรณะและปรับปรุงใหม่ ทั้งพื้น ผนัง และพื้นที่จัดแสดง เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องราวของปราสาทแห่งนี้
ยังมีส่วนที่เก็บรักษาร่องรอยเดิมไว้ ทั้งกำแพงหิน กองหิน และส่วนต่าง ๆ ที่ช่วยบอกเล่าถึงอดีตและความพยายามในการฟื้นฟู
สำหรับฉัน การมาเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้มีคุณค่าเพียงการได้เห็นสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่
แต่คือการได้เข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังของสถานที่นั้นมากขึ้น
เมื่อได้อ่านข้อมูลและฟังคำอธิบายในแต่ละจุด เราจึงไม่ได้เพียงเดินชมสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ได้เรียนรู้ช่วงเวลาหนึ่งของเมืองนี้
ตอนแรกเราเดินชมไปเรื่อย ๆ แบบยังไม่ได้เข้าใจรายละเอียดมากนัก
จนกระทั่งเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้โทรศัพท์มือถือสแกนสัญลักษณ์ตามจุดต่าง ๆ
ลูกชายจึงเข้าไปสอบถาม และทำให้เรารู้ว่ามีแอปพลิเคชันที่ช่วยอธิบายข้อมูลในแต่ละจุด
หลังจากนั้น การเดินชมปราสาทก็สนุกขึ้น เพราะเราไม่ได้เพียงมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่เริ่มเข้าใจว่าจุดต่าง ๆ มีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่
จริง ๆ การมีไกด์ส่วนตัวไปด้วยก็ดีแบบนี้ค่ะ 😊
เพราะเวลามาเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ลูกชายมักจะใช้เวลาอ่านรายละเอียดในแต่ละจุดนานกว่าปกติ
ส่วนหน้าที่ของแม่ก็คือ…หามุมนั่งรอ แล้วค่อยเดินต่อพร้อมฟังสรุปจากไกด์ ส่วนตัว
เราเดินชมไปทีละชั้น แวะพักตามจุดต่าง ๆ จนถึงชั้นบนสุด
แม้ภายในปราสาทจะมีลิฟต์ให้บริการ แต่วันนั้นเราเลือกเดินตามเส้นทางที่จัดไว้ เพื่อจะได้เห็นรายละเอียดในแต่ละชั้น
ส่วนขาลง เมื่อเดินชมกันจนเต็มที่แล้ว เราจึงเลือกใช้ลิฟต์เป็นตัวช่วย
เพราะแม่ถือจัดเป็น สูงวัย แต่ด้วยวันนั้นคนใช้ลิฟต์น้อย จึงขออนุญาตใช้ ตัวช่วยเพื่อเซฟกำลังขาไว้เที่ยวที่ต่อไป
และนั่นคือที่มาของภาพเปิดกระทู้นี้
ภาพของคนหนึ่งคนที่ยืนมองเมืองจากมุมสูง ในวันที่ยังไม่รู้เลยว่าอีกหลายปีต่อมา ภาพนี้จะพาให้ย้อนกลับมาคิดถึงคุมาโมโต้
หลังออกจากปราสาท เรายังใช้เวลาเดินเล่นบริเวณรอบ ๆ ต่อ
เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาที่อากาศกำลังดี มีแดด ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะกับการเดินเที่ยว
ระหว่างทางยังได้เห็นดอกไม้หลายชนิดกำลังบาน และเก็บภาพเหล่านั้นไว้เป็นความทรงจำ
บริเวณใกล้กับปราสาทมีการแสดงพื้นบ้านของญี่ปุ่น ทั้งการร่ายรำและการแสดงตลก
แม้เราจะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกทั้งหมด แต่ก็ยังสนุกไปกับบรรยากาศจากเสียงหัวเราะของผู้ชมรอบ ๆ
เราเลือกซื้ออาหารจากร้านเล็ก ๆ แล้วนั่งกินไป ชมการแสดงไป
ก่อนจบวัน เราแวะเดินตลาดในเมือง เดินดูร้านค้า อาหาร และของฝากต่าง ๆ
เป็นอีกช่วงเวลาธรรมดา ๆ ที่กลับกลายเป็นความทรงจำที่ดี
วันนั้นไม่ได้เป็นเพียงวันที่เราไปชมสถานที่แห่งหนึ่ง
แต่เป็นวันที่เราได้เดินผ่านเมืองหนึ่ง ได้เรียนรู้เรื่องราว ได้พบผู้คน และได้รับความรู้สึกดี ๆ กลับมา
หลายปีผ่านไป เราอาจจำชื่อของทุกคนที่เคยพบไม่ได้
แต่รอยยิ้ม ความตั้งใจ และการต้อนรับในวันนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำ
วันนี้จึงอยากส่งความปรารถนาดีไปยังคุมาโมโต้
ขอให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก และขอให้เมืองแห่งนี้ค่อย ๆ ฟื้นกลับมาเป็นคุมาโมโต้ที่สวยงามและอบอุ่นเช่นเดิม
หวังว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะได้กลับไปเดินบนถนนสายเดิมอีกครั้ง