วงการหม้อต้มสั่นสะเทือนอีกครั้ง! เมื่อสุกี้ตี๋น้อยขยับตัวแรง ปล่อยโปร "เหมาจ่าย 10 ครั้ง" ราคา 2,760 บาท (หารเพื่อนได้แถมได้ของพรีเมียม) ออกมาชนกับ "MK Buffet Subscription" ที่ให้กินไม่อั้นรายเดือน งานนี้ทำเอาสายกินจุกถึงกับคิดหนักว่าค่ายไหนคุ้มกว่ากัน? วันนี้ "เม้ามอยชีวิต" จะพามาเจาะลึกให้ฟังค่ะ!
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว สำหรับสมรภูมิบุฟเฟต์สุกี้ที่ตอนนี้แข่งกันดุเดือดมาก เริ่มจากพี่ใหญ่อย่าง MK ที่เปิดตัวระบบ Subscription จ่ายรายเดือนเริ่มต้น 1,495 - 2,990 บาท กินได้ไม่อั้น ตอบโจทย์คนรัก MK แบบฮาร์ดคอร์ ล่าสุดค่ายมหาชนอย่าง "สุกี้ตี๋น้อย" ก็ไม่น้อยหน้า ขอปล่อยหมัดฮุคด้วยโปรโมชันเหมาจ่าย 10 ครั้ง ในราคา 2,760 บาท (เฉลี่ยครั้งละ 276 บาท) ที่สำคัญคือ "ใช้ร่วมกับคนอื่นได้" และยังมีของแถมอย่างเสื้อและแก้วน้ำมาล่อใจอีกด้วย
ถ้าถามว่าใครจะชนะในศึกนี้? พี่ฟ้าขอตอบเลยว่า "อยู่ที่ไลฟ์สไตล์การกิน" ล้วนๆ ค่ะ ถ้าคุณเป็นคนเพื่อนเยอะ ชอบการรวมตัว การซื้อตี๋น้อย 1 ใบ แล้วพาเพื่อน 10 คนไปถล่มพร้อมกันคือความคุ้มค่าระดับแมกซ์ ได้ปาร์ตี้แถมได้เสื้อกลับบ้าน แต่ถ้าคุณเป็นสายกินเดี่ยว หรือมีคู่หูดูโอ้ที่ชอบความพรีเมียม เน้นกินบ่อยๆ แวะเข้าห้างเมื่อไหร่ต้องจัด การจ่ายเหมาของ MK อาจจะทำให้คุณฟินกว่าในระยะยาว
ในมุมมองของการทำตลาด กลยุทธ์ที่ทั้งสองค่ายกำลังใช้อยู่คือการสร้าง
Customer Loyalty & Cash Flow (ความภักดีต่อแบรนด์และกระแสเงินสด) การให้ลูกค้าจ่ายเงินก้อนล่วงหน้า ไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทได้เงินทุนหมุนเวียนไปบริหารจัดการได้ทันที แต่ยังเป็นการ "ล็อกคอ" ผู้บริโภคทางอ้อมด้วย เมื่อเราจ่ายเงินไปแล้ว ตัวเลือกในการไปกินอาหารร้านอื่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะลดลง เพราะในหัวเราจะคิดว่า "ไปกินสุกี้ดีกว่า จ่ายเงินไว้แล้วเดี๋ยวไม่คุ้ม" เป็นจิตวิทยาการตลาดที่ชาญฉลาดมากค่ะ

ผลกระทบต่อตลาดคือ ร้านสุกี้หรือบุฟเฟต์แบรนด์อื่นๆ อาจจะต้องเริ่มขยับตัวหาโมเดลใหม่ๆ มาดึงลูกค้าไว้ให้อยู่กับตัวเองบ้าง ส่วนผลกับผู้บริโภคอย่างเรา... แน่นอนว่าเราคือคนที่ได้เปรียบที่สุด! เพราะยิ่งแบรนด์แข่งกันทำโปรโมชัน เราก็ยิ่งมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์กระเป๋าตังค์และพฤติกรรมการกินของเรามากขึ้นนั่นเองค่ะ
อ่านจบแล้ว เพื่อนๆ ชาวพันทิป โดนตกด้วยโปรโมชันของฝั่งไหนกันบ้างคะ? ใครเป็นสายแชร์ริ่งตี๋น้อย หรือใครเป็นสายเหมาจ่ายกินยาวๆ แบบ MK ลองคอมเมนต์มาแชร์ความเห็น หรือรีวิวความคุ้มค่าให้ฟังกันหน่อยนะคะ รออ่านอยู่น้า! 👇✨
แต่งานนี้รายเล็ก ทุนน้อยจะลำบาก และต้องเร่งหาจุดแตกต่างจุดเด่นเอามาสู้นะ เพราะสู้ทุนใหญ่ไม่ไหวแน่
ศึกสุกี้บุฟเฟต์ทะลุเดือด! สุกี้ตี๋น้อย เหมาจ่าย 10 ครั้ง VS MK Subscription สายกินแบบไหนคุ้มกว่ากัน?
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว สำหรับสมรภูมิบุฟเฟต์สุกี้ที่ตอนนี้แข่งกันดุเดือดมาก เริ่มจากพี่ใหญ่อย่าง MK ที่เปิดตัวระบบ Subscription จ่ายรายเดือนเริ่มต้น 1,495 - 2,990 บาท กินได้ไม่อั้น ตอบโจทย์คนรัก MK แบบฮาร์ดคอร์ ล่าสุดค่ายมหาชนอย่าง "สุกี้ตี๋น้อย" ก็ไม่น้อยหน้า ขอปล่อยหมัดฮุคด้วยโปรโมชันเหมาจ่าย 10 ครั้ง ในราคา 2,760 บาท (เฉลี่ยครั้งละ 276 บาท) ที่สำคัญคือ "ใช้ร่วมกับคนอื่นได้" และยังมีของแถมอย่างเสื้อและแก้วน้ำมาล่อใจอีกด้วย
ถ้าถามว่าใครจะชนะในศึกนี้? พี่ฟ้าขอตอบเลยว่า "อยู่ที่ไลฟ์สไตล์การกิน" ล้วนๆ ค่ะ ถ้าคุณเป็นคนเพื่อนเยอะ ชอบการรวมตัว การซื้อตี๋น้อย 1 ใบ แล้วพาเพื่อน 10 คนไปถล่มพร้อมกันคือความคุ้มค่าระดับแมกซ์ ได้ปาร์ตี้แถมได้เสื้อกลับบ้าน แต่ถ้าคุณเป็นสายกินเดี่ยว หรือมีคู่หูดูโอ้ที่ชอบความพรีเมียม เน้นกินบ่อยๆ แวะเข้าห้างเมื่อไหร่ต้องจัด การจ่ายเหมาของ MK อาจจะทำให้คุณฟินกว่าในระยะยาว
ในมุมมองของการทำตลาด กลยุทธ์ที่ทั้งสองค่ายกำลังใช้อยู่คือการสร้าง Customer Loyalty & Cash Flow (ความภักดีต่อแบรนด์และกระแสเงินสด) การให้ลูกค้าจ่ายเงินก้อนล่วงหน้า ไม่เพียงแต่ทำให้บริษัทได้เงินทุนหมุนเวียนไปบริหารจัดการได้ทันที แต่ยังเป็นการ "ล็อกคอ" ผู้บริโภคทางอ้อมด้วย เมื่อเราจ่ายเงินไปแล้ว ตัวเลือกในการไปกินอาหารร้านอื่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะลดลง เพราะในหัวเราจะคิดว่า "ไปกินสุกี้ดีกว่า จ่ายเงินไว้แล้วเดี๋ยวไม่คุ้ม" เป็นจิตวิทยาการตลาดที่ชาญฉลาดมากค่ะ
ผลกระทบต่อตลาดคือ ร้านสุกี้หรือบุฟเฟต์แบรนด์อื่นๆ อาจจะต้องเริ่มขยับตัวหาโมเดลใหม่ๆ มาดึงลูกค้าไว้ให้อยู่กับตัวเองบ้าง ส่วนผลกับผู้บริโภคอย่างเรา... แน่นอนว่าเราคือคนที่ได้เปรียบที่สุด! เพราะยิ่งแบรนด์แข่งกันทำโปรโมชัน เราก็ยิ่งมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์กระเป๋าตังค์และพฤติกรรมการกินของเรามากขึ้นนั่นเองค่ะ
อ่านจบแล้ว เพื่อนๆ ชาวพันทิป โดนตกด้วยโปรโมชันของฝั่งไหนกันบ้างคะ? ใครเป็นสายแชร์ริ่งตี๋น้อย หรือใครเป็นสายเหมาจ่ายกินยาวๆ แบบ MK ลองคอมเมนต์มาแชร์ความเห็น หรือรีวิวความคุ้มค่าให้ฟังกันหน่อยนะคะ รออ่านอยู่น้า! 👇✨
แต่งานนี้รายเล็ก ทุนน้อยจะลำบาก และต้องเร่งหาจุดแตกต่างจุดเด่นเอามาสู้นะ เพราะสู้ทุนใหญ่ไม่ไหวแน่