
ปรากฏการณ์ที่ไอศกรีมโฮมเมดระดับพรีเมียมราคา 15 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 500 บาท) ขายดีจนต้องต่อคิวรอในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความอร่อย แต่กำลังสะท้อนภาพโครงสร้างเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ
โมเดลธุรกิจแบบ “ดร็อป” (Drop) ร้านค้าอย่าง A to Z Creamery ใช้กลยุทธ์เปิดขายออนไลน์เป็นรอบๆ ต้องสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจรายย่อยแล้ว ยังสร้างความรู้สึกพิเศษ (Exclusive) ให้กับตัวสินค้า
เศรษฐกิจแบบ YOLO (You Only Live Once) หลังโควิด-19 ผู้คนตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต จึงยอมใช้เงินไปกับสินค้าลิมิเต็ดหรือประสบการณ์ที่สร้างความสุข แม้จะมีราคาแพงกว่าปกติ
เศรษฐกิจรูปตัว K (K-Shaped Economy) สะท้อนความเหลื่อมล้ำชัดเจน กลุ่มคนรายได้สูงที่ได้กำไรจากหุ้นและสินทรัพย์ยังคงมีกำลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ในขณะที่คนรายได้น้อยยังต้องดิ้นรนกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
เศรษฐกิจแห่งการให้รางวัลตัวเอง (Little Treats Economy) คนที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายก็ยังยอมเจียดเงินมาซื้อไอศกรีมแพงๆ เป็นครั้งคราว เพื่อเป็น "รางวัลเล็กๆ น้อยๆ" ปลอบโยนจิตใจในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
เท่าที่อ่าน สินค้าพรีเมี่ยมจำนวนจำกัดยังเป็นสิ่งที่ต้องการของลูกค้าไม่ว่ารายได้สูงหรือต่ำ ที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ โดยมืองว่าเป็นกำไรชีวิต ถึงแม้เศรษฐกิจยังไม่แน่นอนก็ตาม มีความคิดเห็นอย่างไรแลกเปลี่ยนได้นะ
สามารถเจาะลึกบทวิเคราะห์เรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซ่อนอยู่ในไอศกรีมถ้วยนี้แบบเต็มๆ
ได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ
dailynews
เมื่อไอศกรีมพรีเมียมราคา 15 ดอลลาร์ บอกเล่าเศรษฐกิจอเมริกาที่เหลื่อมล้ำ
ปรากฏการณ์ที่ไอศกรีมโฮมเมดระดับพรีเมียมราคา 15 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 500 บาท) ขายดีจนต้องต่อคิวรอในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความอร่อย แต่กำลังสะท้อนภาพโครงสร้างเศรษฐกิจยุคหลังโควิด-19 ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจ
โมเดลธุรกิจแบบ “ดร็อป” (Drop) ร้านค้าอย่าง A to Z Creamery ใช้กลยุทธ์เปิดขายออนไลน์เป็นรอบๆ ต้องสั่งจองล่วงหน้า ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจรายย่อยแล้ว ยังสร้างความรู้สึกพิเศษ (Exclusive) ให้กับตัวสินค้า
เศรษฐกิจแบบ YOLO (You Only Live Once) หลังโควิด-19 ผู้คนตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต จึงยอมใช้เงินไปกับสินค้าลิมิเต็ดหรือประสบการณ์ที่สร้างความสุข แม้จะมีราคาแพงกว่าปกติ
เศรษฐกิจรูปตัว K (K-Shaped Economy) สะท้อนความเหลื่อมล้ำชัดเจน กลุ่มคนรายได้สูงที่ได้กำไรจากหุ้นและสินทรัพย์ยังคงมีกำลังซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ในขณะที่คนรายได้น้อยยังต้องดิ้นรนกับภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
เศรษฐกิจแห่งการให้รางวัลตัวเอง (Little Treats Economy) คนที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายก็ยังยอมเจียดเงินมาซื้อไอศกรีมแพงๆ เป็นครั้งคราว เพื่อเป็น "รางวัลเล็กๆ น้อยๆ" ปลอบโยนจิตใจในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
เท่าที่อ่าน สินค้าพรีเมี่ยมจำนวนจำกัดยังเป็นสิ่งที่ต้องการของลูกค้าไม่ว่ารายได้สูงหรือต่ำ ที่พร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ โดยมืองว่าเป็นกำไรชีวิต ถึงแม้เศรษฐกิจยังไม่แน่นอนก็ตาม มีความคิดเห็นอย่างไรแลกเปลี่ยนได้นะ
สามารถเจาะลึกบทวิเคราะห์เรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซ่อนอยู่ในไอศกรีมถ้วยนี้แบบเต็มๆ
ได้ที่ลิงก์นี้เลยครับ dailynews