ประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) โดยเฉพาะสัญญาเพิ่มเติม OPD (ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก) เลยสรุปเรื่อง Waiting Period (ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง) จากเอกสารเงื่อนไขของแบบประกัน เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเปรียบเทียบแผนประกันค่ะ
Waiting Period คือ ระยะเวลาหลังจากกรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งบริษัทจะยังไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยบางโรคตามที่กำหนด หากโรคนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลารอคอย
ระยะเวลารอคอย 30 วัน
ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยทั่วไปที่เกิดขึ้นภายใน 30 วันแรก นับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ (ยกเว้นอุบัติเหตุ)
ตัวอย่างโรคทั่วไป เช่น
-ไข้หวัด
-ไข้หวัดใหญ่
-ท้องเสีย
-กระเพาะอาหารอักเสบ
-คออักเสบ
ระยะเวลารอคอย 120 วัน
ไม่คุ้มครองโรคหรือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน 120 วันแรก ได้แก่
-เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
-ริดสีดวงทวาร
-ไส้เลื่อนทุกชนิด
-ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
-การตัดทอนซิล หรืออะดีนอยด์
-นิ่วทุกชนิด
-เส้นเลือดขอดที่ขา
-เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ระยะเวลารอคอย 180 วัน (OPD)
สำหรับสัญญาเพิ่มเติม OPD มีระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 180 วัน สำหรับโรคหรือภาวะดังต่อไปนี้
-โรคต่อมไทรอยด์
-โรคลมบ้าหมู
-โรคเบาหวาน
-โรคภูมิแพ้
-โรคความดันโลหิตสูง
-โรคหัวใจ
-โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
ตัวอย่าง
ซื้อประกันวันที่ 1 มกราคม
วันที่ 20 มกราคม เป็นไข้หวัด → ยังไม่คุ้มครอง (อยู่ในช่วง 30 วัน)
วันที่ 15 มีนาคม ตรวจพบไส้เลื่อน → ยังไม่คุ้มครอง (อยู่ในช่วง 120 วัน)
วันที่ 1 เมษายน พบแพทย์ด้วยโรคภูมิแพ้ → ยังไม่คุ้มครอง OPD (ยังไม่พ้น 180 วัน)
เมื่อพ้นระยะเวลารอคอยแล้ว และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงสามารถใช้สิทธิ์ความคุ้มครองได้
OPD เลือกวงเงินได้หลายระดับ
สัญญาเพิ่มเติม OPD สามารถเลือกวงเงินค่ารักษาได้หลายระดับ เช่น
500 บาท/ครั้ง
800 บาท/ครั้ง
1,000 บาท/ครั้ง
1,500 บาท/ครั้ง
2,000 บาท/ครั้ง
2,500 บาท/ครั้ง
3,000 บาท/ครั้ง
โดยใช้สิทธิ์ได้ สูงสุด 30 ครั้งต่อปี (ตามแผนที่เลือก)
นอกจากนี้ หากเลือกแบบประกันที่รองรับ ยังสามารถมีความคุ้มครองต่ออายุได้ ถึงอายุ 99 ปี (99/99) ตามเงื่อนไขของบริษัท
ส่วนตัวคิดว่าก่อนเลือกประกันสุขภาพ นอกจากดูเบี้ยประกันและวงเงินแล้ว ควรศึกษาเรื่อง Waiting Period, ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแต่ละแบบประกันให้ละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม
อยากสอบถามเพื่อน ๆ ว่า เวลาเลือกประกันสุขภาพ ให้ความสำคัญกับเรื่อง Waiting Period มากน้อยแค่ไหน? และคิดว่าวงเงิน OPD เท่าไรจึงเหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน?
Waiting Period ของ OPD เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) คืออะไร? โรคไหนต้องรอ 30, 120 และ 180 วันก่อนเคลมได้บ้าง
ประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) โดยเฉพาะสัญญาเพิ่มเติม OPD (ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก) เลยสรุปเรื่อง Waiting Period (ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง) จากเอกสารเงื่อนไขของแบบประกัน เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเปรียบเทียบแผนประกันค่ะ
Waiting Period คือ ระยะเวลาหลังจากกรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับใช้ ซึ่งบริษัทจะยังไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยบางโรคตามที่กำหนด หากโรคนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลารอคอย
ระยะเวลารอคอย 30 วัน
ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยทั่วไปที่เกิดขึ้นภายใน 30 วันแรก นับจากวันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลบังคับ (ยกเว้นอุบัติเหตุ)
ตัวอย่างโรคทั่วไป เช่น
-ไข้หวัด
-ไข้หวัดใหญ่
-ท้องเสีย
-กระเพาะอาหารอักเสบ
-คออักเสบ
ระยะเวลารอคอย 120 วัน
ไม่คุ้มครองโรคหรือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน 120 วันแรก ได้แก่
-เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
-ริดสีดวงทวาร
-ไส้เลื่อนทุกชนิด
-ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
-การตัดทอนซิล หรืออะดีนอยด์
-นิ่วทุกชนิด
-เส้นเลือดขอดที่ขา
-เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
ระยะเวลารอคอย 180 วัน (OPD)
สำหรับสัญญาเพิ่มเติม OPD มีระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง 180 วัน สำหรับโรคหรือภาวะดังต่อไปนี้
-โรคต่อมไทรอยด์
-โรคลมบ้าหมู
-โรคเบาหวาน
-โรคภูมิแพ้
-โรคความดันโลหิตสูง
-โรคหัวใจ
-โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
ตัวอย่าง
ซื้อประกันวันที่ 1 มกราคม
วันที่ 20 มกราคม เป็นไข้หวัด → ยังไม่คุ้มครอง (อยู่ในช่วง 30 วัน)
วันที่ 15 มีนาคม ตรวจพบไส้เลื่อน → ยังไม่คุ้มครอง (อยู่ในช่วง 120 วัน)
วันที่ 1 เมษายน พบแพทย์ด้วยโรคภูมิแพ้ → ยังไม่คุ้มครอง OPD (ยังไม่พ้น 180 วัน)
เมื่อพ้นระยะเวลารอคอยแล้ว และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ จึงสามารถใช้สิทธิ์ความคุ้มครองได้
OPD เลือกวงเงินได้หลายระดับ
สัญญาเพิ่มเติม OPD สามารถเลือกวงเงินค่ารักษาได้หลายระดับ เช่น
500 บาท/ครั้ง
800 บาท/ครั้ง
1,000 บาท/ครั้ง
1,500 บาท/ครั้ง
2,000 บาท/ครั้ง
2,500 บาท/ครั้ง
3,000 บาท/ครั้ง
โดยใช้สิทธิ์ได้ สูงสุด 30 ครั้งต่อปี (ตามแผนที่เลือก)
นอกจากนี้ หากเลือกแบบประกันที่รองรับ ยังสามารถมีความคุ้มครองต่ออายุได้ ถึงอายุ 99 ปี (99/99) ตามเงื่อนไขของบริษัท
ส่วนตัวคิดว่าก่อนเลือกประกันสุขภาพ นอกจากดูเบี้ยประกันและวงเงินแล้ว ควรศึกษาเรื่อง Waiting Period, ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแต่ละแบบประกันให้ละเอียด เพราะเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม
อยากสอบถามเพื่อน ๆ ว่า เวลาเลือกประกันสุขภาพ ให้ความสำคัญกับเรื่อง Waiting Period มากน้อยแค่ไหน? และคิดว่าวงเงิน OPD เท่าไรจึงเหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน?