ตากฝน 1 ครั้ง เสี่ยงอะไรบ้าง? รู้ทันโรคหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง

หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดว่า "ตากฝนเดี๋ยวก็ไม่สบาย"
แต่ในความเป็นจริง การตากฝนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดโรคโดยตรง
หากแต่การเปียกฝนทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง ร่างกายอ่อนล้า และภูมิคุ้มกันอาจทำงานได้ลดลงชั่วคราว
ส่งผลให้เชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา ที่อยู่รอบตัวสามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อโรคได้ง่ายขึ้น

วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้  ideaตากฝน 1 ครั้ง เสี่ยงอะไรบ้าง? รู้ทันโรคหน้าฝน พร้อมวิธีป้องกันอย่างถูกต้องidea

ในช่วงฤดูฝนจึงเป็นช่วงที่พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคติดเชื้อต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
หากรู้จักสังเกตอาการและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยได้



idea1. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา
ซึ่งแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ
อาการสำคัญ
มีไข้สูงแบบเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วตัว
เจ็บคอ ไอแห้ง อ่อนเพลียมาก อาการมักเกิดรวดเร็ว ต่างจากไข้หวัดธรรมดาที่มักค่อย ๆ เป็น
ใครบ้างที่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด
เบาหวาน โรคไต ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
วิธีป้องกัน
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด พักผ่อนให้เพียงพอ

2. ไข้เลือดออก
แม้ว่าการตากฝนจะไม่ได้ทำให้เป็นไข้เลือดออกโดยตรง แต่ฤดูฝนเป็นช่วงที่ยุงลายแพร่พันธุ์ได้ดี เพราะมีน้ำขังจำนวนมาก
อาการสำคัญ
ไข้สูงต่อเนื่อง 2–7 วัน ปวดศีรษะรุนแรง ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว
คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นแดง จุดเลือดออกตามผิวหนัง เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟัน
สัญญาณอันตราย
ปวดท้องรุนแรง อาเจียนตลอด มือเท้าเย็น ซึม กระสับกระส่าย
เลือดออกผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
วิธีป้องกัน
กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ
เปลี่ยนน้ำแจกันทุกสัปดาห์ ใช้ยากันยุง
สวมเสื้อแขนยาวเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มียุงชุกชุม

3. โรค RSV
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
พบมากในเด็กเล็ก แต่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังก็สามารถติดเชื้อได้
อาการ
ไข้ ไอ น้ำมูก จาม มีเสียงหวีด หอบเหนื่อย
รับประทานอาหารได้น้อย ในเด็กเล็กอาจมีอาการหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม หรือเขียว ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน
วิธีป้องกัน
ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย ไม่ใช้ของร่วมกัน ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัส
ผู้ปกครองที่มีอาการป่วยควรสวมหน้ากากเมื่อดูแลเด็ก
ปัจจุบันมีวัคซีนและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปสำหรับกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่ม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ

4. โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)
โรคปอดอักเสบเกิดได้จากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา และอาจเกิดตามหลังไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่
อาการ
ไข้สูง ไอมาก มีเสมหะ เจ็บหน้าอกเวลาไอหรือหายใจ หายใจเร็ว
เหนื่อยง่าย หอบ หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้
กลุ่มเสี่ยง
ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้สูบบุหรี่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
วิธีป้องกัน
ฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำ งดสูบบุหรี่ รักษาสุขอนามัย

5. ทอนซิลอักเสบ
หลังจากร่างกายอ่อนแอจากการตากฝน เชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียสามารถทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบได้
อาการ
เจ็บคอมาก กลืนลำบาก มีไข้ ต่อมทอนซิลบวมแดง มีหนองที่ทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต
หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ
วิธีป้องกัน
ล้างมือเป็นประจำ ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ
หลีกเลี่ยงการใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกับผู้อื่น

6. เชื้อราที่ผิวหนังและเท้า
หลังตากฝน เสื้อผ้าและรองเท้าที่เปียกชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อรา
อาการ
คัน ผื่นแดง ผิวลอก เป็นขุย กลิ่นเท้า ผิวหนังแตก
เชื้อราระหว่างนิ้วเท้า หากปล่อยไว้นานอาจลุกลามไปยังเล็บและรักษาได้ยาก
วิธีป้องกัน
รีบอาบน้ำหลังตากฝน เช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
เช็ดซอกนิ้วเท้าให้แห้ง สวมรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี

ideaดูแลตัวเองอย่างไรหลังตากฝน
หากจำเป็นต้องตากฝน ควรรีบดูแลร่างกายเพื่อลดโอกาสการเจ็บป่วย
รีบอาบน้ำและสระผมด้วยน้ำสะอาด เช็ดตัวให้แห้งทันที
เปลี่ยนเสื้อผ้าแห้ง ดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีไข้สูง ไอมาก หรือหอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์

ideaเมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์
ควรเข้ารับการตรวจรักษาหากมีอาการต่อไปนี้
ไข้สูงเกิน 38.5°C นานเกิน 2–3 วัน
หายใจเหนื่อย หอบ หรือเจ็บหน้าอก
ซึม รับประทานอาหารหรือน้ำไม่ได้
อาเจียนมาก มีเลือดออกผิดปกติ
ไอมีเสมหะสีเขียว เหลือง หรือปนเลือด
เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีอาการผิดปกติ

การตากฝนเพียงครั้งเดียวไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคโดยตรง
แต่ความเปียกชื้นและอุณหภูมิร่างกายที่ลดลงอาจเพิ่มโอกาสให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
โดยโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝน ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก โรค RSV ปอดอักเสบ ทอนซิลอักเสบ
และเชื้อราที่ผิวหนังและเท้า การดูแลสุขอนามัย พักผ่อนให้เพียงพอ ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ
และรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังตากฝน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยและทำให้สุขภาพแข็งแรงตลอดฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความรู้เพิ่เติม
https://www.thonburihospital.com/

lovelovelovelovelove

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่