เหมืองบิตคอยน์ 2 พันเครื่อง โยงทุนจีนเทา-จนท.รัฐ ใช้ไฟเดือน 22 ล้าน จ่ายจริงหมื่นเดียว



ดีเอสไอ เผย เครือข่ายขุดบิตคอยน์ โยงทุนจีนเทา-เจ้าหน้าที่รัฐ ด้าน กฟภ.กางตัวเลข ใช้ไฟเดือนละ 22 ล้าน แต่ลักต่อตรงไฟหลวง จ่ายจริงแค่หมื่นเดียว

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ SILENT VOLT บุกตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงข่าว

ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากเบาะแสที่ได้รับมาตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องจากการจับกุม 5 ครั้งที่ผ่านมา นำไปสู่การสืบสวนล่วงหน้า 3 สัปดาห์ก่อนเปิดปฏิบัติการ จนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนเทาที่เคยถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้บางส่วน รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งได้ส่งเรื่องดำเนินคดีต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้ว

ทั้งนี้ รูปแบบการกระทำผิดมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยพบการลักลอบใช้ไฟฟ้าด้วยการต่อตรงจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูง 22 กิโลโวลต์ โดยไม่ผ่านเครื่องวัดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามายังแหล่งประกอบการ ซึ่งถือเป็น “การลักลอบใช้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา” โดยพบว่ามีการลักลอบใช้ไฟทั้ง 2 จุดมาตั้งแต่เดือนเมษายนและเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา แต่ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบและขยายผลเพิ่มเติม

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่สั่งห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ เนื่องจากกระทบต่อโครงสร้างอาคารและสิ่งแวดล้อม ส่วนการดำเนินคดี คณะพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือไม่ เพื่อประสานสำนักงาน ปปง. ดำเนินคดีต่อไป

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นยังพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมียังมีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ และพนันออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมามีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐของไทยไปแล้ว 7 ราย และเจ้าหน้าที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอีก 1 ราย



ด้าน นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยว่า หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าระดับใดก็ตามจะดําเนินการดังอย่างเด็ดขาดทั้งทางวินัย แพ่ง และอาญา ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีการไล่ออกไปแล้วบางส่วน

อย่างไรก็ตาม จากการคำนวณการลักลอบใช้ไฟฟ้าของเครื่องขุดบิตคอยน์ประมาณ 2,000 เครื่อง คิดเป็นค่าไฟฟ้าจริงเดือนละประมาณ 22 ล้านบาท แต่ผู้ก่อเหตุกลับชำระค่าไฟฟ้าเพียงเดือนละ 10,000 ถึง 20,000 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก



ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรี ในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ หลอกลวงทางออนไลน์ รวมถึงการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ในการขุดเงินดิจิทัล หรือใช้กระแสไฟฟ้าที่เป็นของหน่วยงานของรัฐ โดยนายกฯเน้นย้ำว่านอกจากเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยียังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะทำให้การจัดเก็บรายได้ของวิสาหกิจได้น้อยลง และอาจเกิดผลกระทบเรื่องความปลอดภัยในการต่อสายตรงจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด อาจจะเกิดทำให้ไฟดับเป็นวงกว้างหรือกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและทำให้เกิดเพลิงไหม้กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ดีเอสไอ ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดปฎิบัติการเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ตรวจยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจากโรงงาน 2 จุด ประมาณ 1,900 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบใช้ไฟฟ้าในโรงงาน ทั้ง 2 แห่ง เบื้องต้นประมาณ 280 ล้านบาท

โดยเรื่องดังกล่าว เป็นความผิดทั้งทางอาญาและแพ่ง โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้กระทำความผิดในหลายฐานความผิด ได้แก่ ความผิดฐานลักทรัพย์ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการดำเนินกิจการดังกล่าวเข้าข่ายมีลักษณะเป็นปกติธุระหรือไม่ อันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนความเสียหายทั้งแพ่งการไฟฟ้า จะต้องเรียกทรัพย์ในกรณีที่เสียประโยชน์ที่ผ่านมามูลค่าหลายพันล้านบาท ส่วนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ แม้แต่ในดีเอสไอที่เข้าไปร่วมกระทำความผิดในการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวก จะมีมาตรการดำเนินการอย่างเฉียบขาดโดยไม่ละเว้น
นอกจากนี้ ยังมีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการดัดแปลงอาคาร กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและครบถ้วนในทุกมิติ

Cr. เหมืองบิตคอยน์ 2 พันเครื่อง โยงทุนจีนเทา-จนท.รัฐ ใช้ไฟเดือน 22 ล้าน จ่ายจริงหมื่นเดียว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่