++
"แค่ซีนเปิดเรื่องที่เป็นการปูเรื่องราว แล้วทีมสร้างเลือกใช้งาน Shadow Play หรือหุ่นเชิดหนังเงาที่น่าสนใจมาก ๆ จขกท. ก็คิดว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ธรรมดาซะแล้ว" กลับมาแล้วครับ กับสุดยอดจักรวาล The Twisted Childhood Universe ที่ทำลายความฝันอันสวยงามของเด็ก ๆ ที่มีต่อนิทานก่อนนอน ให้เปลี่ยนจากหลับฝันดีไปสู่ฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน จำได้ว่าปีที่แล้วเพิ่งรีวิว Bambi: The Reckoning (2025) ไป (
https://m.pantip.com/topic/43725011) จริง ๆ จักรวาลนี้ก็เรียกได้ว่าขยันสร้างงานออกมาแบบปีต่อปีเลยทีเดียว เริ่มต้นจาก Winnie-the-Pooh: Blood and Honey (2023), Winnie-the-Pooh: Blood and Honey 2 (2024) และ Peter Pan's Neverland Nightmare (2025) จนมาถึงเจ้ากวางผีบ้าเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งภาพรวมที่ผ่านมาทุกเรื่องก็จะเป็นสไตล์หนัง Cult หนังกาว เกรดบี ที่มีความรุนแรงและอิหยังว่ะในบทเป็นจุดเด่น เน้นความสะใจ ไม่เน้นความสมจริง เป็นที่ตั้ง...
++ Pinocchio: Unstrung (2026) มีชื่อภาษาไทยที่บอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก จขกท. ชอบมาก คือ "หุ่นไม้สายเชือด" เออ! หนัง Cult ชื่อเรื่องมันก็ต้องซาดิสม์แบบนี้ ส่วนเนื้อเรื่องก็ซาดิสม์พอกัน หนังเล่าเรื่องราวของ Geppetto (Richard Brake) ช่างแกะสลักหุ่นกระบอกไม้ ที่ต้องดูแลหลานชายอย่าง James (Cameron Bell) เด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ แถมต่อมายังสูญเสียเพื่อนรักอย่าง Zach ไปอีกคน Geppetto ไม่อยากให้หลายชายต้องเศร้าใจกับความสูญเสียไปอีก วันหนึ่งเขาจึงแนะนำหลานให้รู้จักกับ Pinocchio หุ่นกระบอกไม้แกะสลัก ที่เขาต้องการให้มาเป็นเพื่อนกับหลานของเขา หากแต่เรื่องไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อในห้องใต้ดินลับที่ Pinocchio ถูกเก็บไว้นั้น ยังมีหุ่นไม้แกะสลักคุณยายจอมเสี้ยม กับเจ้าจิ้งหรีด Cricket จอมปั่น ที่คอยยุแยงปั่นหัว Pinocchio ให้อยากเป็นมนุษย์จริง ๆ มีเลือดมีเนื้อ แถม Pinocchio ก็ปั่นขึ้นเสียด้วย ความรักของ Pinocchio ที่มีต่อ James กลับกลายเป็นความแค้น สามารถจัดการทุกคนที่ทำร้าย James ได้แบบสุดอำมหิต เรื่องราวสยองขวัญจึงได้เกิดขึ้น ท่ามกลางความลับในห้องใต้ดินที่รอการเปิดเผย James กับ Mia และ Dudley เพื่อนรักทั้ง 3 จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร และเรื่องราวของ Pinocchio จากวรรณกรรมคลาสสิกจะถูกบิดไปขนาดไหน พิสูจน์ได้ในโรงภาพยนต์ครับ...
++ บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนหนัง Slasher Horror ทุนต่ำ ที่ย้อนยุคไปสมัย 80's-90's (ซึ่งหนังในจักรวาลนี้ทุกเรื่องมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว) แต่เรื่องงานสร้างต้องยอมรับว่ามีส่วนที่พัฒนาขึ้นอยู่มาก ๆ เหมือนกัน อันแรกเลย คือ เจ้าหุ่น Pinocchio นั่นเอง แน่นอน! หนังทุนต่ำในจักรวาลนี้ทุกเรื่องมันก็ใช้ Practical Effect เหมือนกันหมด แต่งานนี้ทีมสร้างได้ Todd Masters ปรมาจารย์ผู้สร้างหุ่นยนต์กลไก (Animatronics) แบบทำมือ ผู้มีผลงานมาแล้วทั้งจาก Slither (2006) และภาพยนต์ชุด Child's Play หรือ อิหุ่นเด็กผีเปรต Chucky นั่นเอง ผลก็คือ เราได้เห็น Pinocchio ที่มันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่คนใส่หัวหุ่นแบบหมีพูห์ หรือเป็นแบบหุ่นกวางไขลานแข็งโป๊กแบบ Bambi หุ่น Pinocchio จึงดูมีชีวิต ดูจริง ดูเคลื่อนไหวได้แบบอย่างที่ควรจะเป็นจริง ๆ อย่างต่อมาเลย คือ งาน Practical Effect ที่เป็นงาน Body Horror คือ ยกระดับขึ้นมาก แบบมาก ๆ ดูไม่กาวแล้ว มีความสยดสยอง มีความเลือดสาด แหลกเหลว แบบสมจริงสุด ในเรทระดับ 18+ จริง ๆ เรียกได้ว่าเทียบชั้นกับหนังใหญ่ ๆ ได้เลย ทั้งหมด จขกท. จึงพูดได้ว่างาน Production ของเรื่องนี้ คือ ยกระดับขึ้นมากกว่าเรื่องก่อน ๆ มาก แบบมาก ๆ คิดว่าถ้าบทพัฒนาได้มากกว่านี้ จักรวาลนี้อาจจะหลุดจากความเป็นหนังเกรดบีได้เลยครับ...
++ มาพูดถึงเรื่องบทกันบ้าง เอาเป็นว่าบทดีขึ้นพอสมควร แม้จะยังคงความ "เอ๊ะ" อยู่ในบางช่วง แต่การดำเนินเรื่อง เส้นเรื่องดูโอเคเลยครับ มีจุดหักจุดพลิกที่ดีเลยนะ และจุดพลิกผันมันก็มีเหตุผลรองรับที่โอเคด้วยนะ จขกท. คิดว่าอย่างนั้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงความสะใจ ความโหด ซาดิสม์ ไว้ได้ตามแบบต้นตำรับจักรวาลของแทร่ รวมถึงพวกมุขตลกหน้าตายสไตล์โบ๊ะบ๊ะอะไรแบบนี้ด้วย โดยเฉพาะน้องอ้วนที่แสดงเป็น Dudley นั่นอ่ะ ตลกดีครับ น่ารักด้วย บอกเลยว่าหนังพัฒนาขึ้นมากในทุกส่วน การถ่ายภาพ การออกแบบศิลป์ การแสดง คือ พัฒนาขึ้นหมด ดูไม่อิหยังว่ะแล้วก็ว่าได้ และสุดท้ายไม่น่าเชื่อว่า หนังจากจักรวาลนี้จะสามารถมี Message หรือสารที่เป็นเรื่องเป็นราวให้แก่คนดูได้ อย่างในที่นี้ก็คือเรื่องของสถาบันครอบครัว เพราะบางทีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่หยิบยื่นความรักความหวังดีและการควบคุมคุ้มครองให้กับลูกตัวเอง เราไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าถ้ามันมากไป มันจะดีต่อลูกเราจริงหรือไม่ รวมทั้งเรื่องราวแห่งมิตรภาพระหว่างเพื่อนด้วย อันนี้เซอร์ไพรส์ จขกท. พอสมควรเลยนะครับ เอาดี ๆ...
++ สุดท้าย จขกท. อยากสรุปว่า หนังมีการพัฒนาขึ้นมากในทุกส่วน เรียกว่าไม่ต้องดูไปส่ายหัวไปแล้ว หนังมีความสยดสยองแบบสุด มีเส้นเรื่องที่แข็งแรงขึ้น มีความเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ใครอยากดู ๆ ได้ครับ สนุกดี ฝากไว้อีกนิดตอนท้าย ก็คือทางผู้สร้างเขาได้ประกาศแล้วว่าจะพัฒนาขยายหนังในจักรวาลนี้ต่อ หนึ่งในนั้น คือ เรื่อง Snow White ครับ น่าสนุกนะ ไม่รู้จะออกมาแนวไหน ถ้าเป็นคนแคระทั้ง 7 รุมไล่ฆ่า Snow White หรือ ให้ Snow White หลอกคนแคระทั้ง 7 ไปเป็น Call Center นี่คงฮาแตกเลย...
[ รีวิวหนังโรง ] Pinocchio: Unstrung (2026)
++ "แค่ซีนเปิดเรื่องที่เป็นการปูเรื่องราว แล้วทีมสร้างเลือกใช้งาน Shadow Play หรือหุ่นเชิดหนังเงาที่น่าสนใจมาก ๆ จขกท. ก็คิดว่าหนังเรื่องนี้มันไม่ธรรมดาซะแล้ว" กลับมาแล้วครับ กับสุดยอดจักรวาล The Twisted Childhood Universe ที่ทำลายความฝันอันสวยงามของเด็ก ๆ ที่มีต่อนิทานก่อนนอน ให้เปลี่ยนจากหลับฝันดีไปสู่ฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน จำได้ว่าปีที่แล้วเพิ่งรีวิว Bambi: The Reckoning (2025) ไป (https://m.pantip.com/topic/43725011) จริง ๆ จักรวาลนี้ก็เรียกได้ว่าขยันสร้างงานออกมาแบบปีต่อปีเลยทีเดียว เริ่มต้นจาก Winnie-the-Pooh: Blood and Honey (2023), Winnie-the-Pooh: Blood and Honey 2 (2024) และ Peter Pan's Neverland Nightmare (2025) จนมาถึงเจ้ากวางผีบ้าเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งภาพรวมที่ผ่านมาทุกเรื่องก็จะเป็นสไตล์หนัง Cult หนังกาว เกรดบี ที่มีความรุนแรงและอิหยังว่ะในบทเป็นจุดเด่น เน้นความสะใจ ไม่เน้นความสมจริง เป็นที่ตั้ง...
++ Pinocchio: Unstrung (2026) มีชื่อภาษาไทยที่บอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก จขกท. ชอบมาก คือ "หุ่นไม้สายเชือด" เออ! หนัง Cult ชื่อเรื่องมันก็ต้องซาดิสม์แบบนี้ ส่วนเนื้อเรื่องก็ซาดิสม์พอกัน หนังเล่าเรื่องราวของ Geppetto (Richard Brake) ช่างแกะสลักหุ่นกระบอกไม้ ที่ต้องดูแลหลานชายอย่าง James (Cameron Bell) เด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ แถมต่อมายังสูญเสียเพื่อนรักอย่าง Zach ไปอีกคน Geppetto ไม่อยากให้หลายชายต้องเศร้าใจกับความสูญเสียไปอีก วันหนึ่งเขาจึงแนะนำหลานให้รู้จักกับ Pinocchio หุ่นกระบอกไม้แกะสลัก ที่เขาต้องการให้มาเป็นเพื่อนกับหลานของเขา หากแต่เรื่องไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อในห้องใต้ดินลับที่ Pinocchio ถูกเก็บไว้นั้น ยังมีหุ่นไม้แกะสลักคุณยายจอมเสี้ยม กับเจ้าจิ้งหรีด Cricket จอมปั่น ที่คอยยุแยงปั่นหัว Pinocchio ให้อยากเป็นมนุษย์จริง ๆ มีเลือดมีเนื้อ แถม Pinocchio ก็ปั่นขึ้นเสียด้วย ความรักของ Pinocchio ที่มีต่อ James กลับกลายเป็นความแค้น สามารถจัดการทุกคนที่ทำร้าย James ได้แบบสุดอำมหิต เรื่องราวสยองขวัญจึงได้เกิดขึ้น ท่ามกลางความลับในห้องใต้ดินที่รอการเปิดเผย James กับ Mia และ Dudley เพื่อนรักทั้ง 3 จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร และเรื่องราวของ Pinocchio จากวรรณกรรมคลาสสิกจะถูกบิดไปขนาดไหน พิสูจน์ได้ในโรงภาพยนต์ครับ...
++ บรรยากาศโดยรวมก็เหมือนหนัง Slasher Horror ทุนต่ำ ที่ย้อนยุคไปสมัย 80's-90's (ซึ่งหนังในจักรวาลนี้ทุกเรื่องมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว) แต่เรื่องงานสร้างต้องยอมรับว่ามีส่วนที่พัฒนาขึ้นอยู่มาก ๆ เหมือนกัน อันแรกเลย คือ เจ้าหุ่น Pinocchio นั่นเอง แน่นอน! หนังทุนต่ำในจักรวาลนี้ทุกเรื่องมันก็ใช้ Practical Effect เหมือนกันหมด แต่งานนี้ทีมสร้างได้ Todd Masters ปรมาจารย์ผู้สร้างหุ่นยนต์กลไก (Animatronics) แบบทำมือ ผู้มีผลงานมาแล้วทั้งจาก Slither (2006) และภาพยนต์ชุด Child's Play หรือ อิหุ่นเด็กผีเปรต Chucky นั่นเอง ผลก็คือ เราได้เห็น Pinocchio ที่มันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่คนใส่หัวหุ่นแบบหมีพูห์ หรือเป็นแบบหุ่นกวางไขลานแข็งโป๊กแบบ Bambi หุ่น Pinocchio จึงดูมีชีวิต ดูจริง ดูเคลื่อนไหวได้แบบอย่างที่ควรจะเป็นจริง ๆ อย่างต่อมาเลย คือ งาน Practical Effect ที่เป็นงาน Body Horror คือ ยกระดับขึ้นมาก แบบมาก ๆ ดูไม่กาวแล้ว มีความสยดสยอง มีความเลือดสาด แหลกเหลว แบบสมจริงสุด ในเรทระดับ 18+ จริง ๆ เรียกได้ว่าเทียบชั้นกับหนังใหญ่ ๆ ได้เลย ทั้งหมด จขกท. จึงพูดได้ว่างาน Production ของเรื่องนี้ คือ ยกระดับขึ้นมากกว่าเรื่องก่อน ๆ มาก แบบมาก ๆ คิดว่าถ้าบทพัฒนาได้มากกว่านี้ จักรวาลนี้อาจจะหลุดจากความเป็นหนังเกรดบีได้เลยครับ...
++ มาพูดถึงเรื่องบทกันบ้าง เอาเป็นว่าบทดีขึ้นพอสมควร แม้จะยังคงความ "เอ๊ะ" อยู่ในบางช่วง แต่การดำเนินเรื่อง เส้นเรื่องดูโอเคเลยครับ มีจุดหักจุดพลิกที่ดีเลยนะ และจุดพลิกผันมันก็มีเหตุผลรองรับที่โอเคด้วยนะ จขกท. คิดว่าอย่างนั้น ในขณะเดียวกันก็ยังคงความสะใจ ความโหด ซาดิสม์ ไว้ได้ตามแบบต้นตำรับจักรวาลของแทร่ รวมถึงพวกมุขตลกหน้าตายสไตล์โบ๊ะบ๊ะอะไรแบบนี้ด้วย โดยเฉพาะน้องอ้วนที่แสดงเป็น Dudley นั่นอ่ะ ตลกดีครับ น่ารักด้วย บอกเลยว่าหนังพัฒนาขึ้นมากในทุกส่วน การถ่ายภาพ การออกแบบศิลป์ การแสดง คือ พัฒนาขึ้นหมด ดูไม่อิหยังว่ะแล้วก็ว่าได้ และสุดท้ายไม่น่าเชื่อว่า หนังจากจักรวาลนี้จะสามารถมี Message หรือสารที่เป็นเรื่องเป็นราวให้แก่คนดูได้ อย่างในที่นี้ก็คือเรื่องของสถาบันครอบครัว เพราะบางทีพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่หยิบยื่นความรักความหวังดีและการควบคุมคุ้มครองให้กับลูกตัวเอง เราไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าถ้ามันมากไป มันจะดีต่อลูกเราจริงหรือไม่ รวมทั้งเรื่องราวแห่งมิตรภาพระหว่างเพื่อนด้วย อันนี้เซอร์ไพรส์ จขกท. พอสมควรเลยนะครับ เอาดี ๆ...
++ สุดท้าย จขกท. อยากสรุปว่า หนังมีการพัฒนาขึ้นมากในทุกส่วน เรียกว่าไม่ต้องดูไปส่ายหัวไปแล้ว หนังมีความสยดสยองแบบสุด มีเส้นเรื่องที่แข็งแรงขึ้น มีความเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ใครอยากดู ๆ ได้ครับ สนุกดี ฝากไว้อีกนิดตอนท้าย ก็คือทางผู้สร้างเขาได้ประกาศแล้วว่าจะพัฒนาขยายหนังในจักรวาลนี้ต่อ หนึ่งในนั้น คือ เรื่อง Snow White ครับ น่าสนุกนะ ไม่รู้จะออกมาแนวไหน ถ้าเป็นคนแคระทั้ง 7 รุมไล่ฆ่า Snow White หรือ ให้ Snow White หลอกคนแคระทั้ง 7 ไปเป็น Call Center นี่คงฮาแตกเลย...