[ รีวิวหนังโรง ] The Last Song You Left Behind (2026)



++ บอกก่อนเลยว่า จขกท. คาดหวังกับหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะเป็นผลงานล่าสุดจาก ผกก. ขวัญใจ จขกท. อีกคน Miki Takahiro เจ้าของผลงานอย่าง Tomorrow I Will Date With Yesterday's You (2016), My Beloved Stranger (2025) และ Until We Meet Again (2026) เรื่องสุดท้ายนี้ คือ หนังที่ทำให้ จขกท. น้ำตาแตกตั้งแต่ 5 นาทีแรกที่ฉาย หนังเป็นอย่างไรตามไปดูรีวิวได้ครับ (https://m.pantip.com/topic/44106418)



++ สำหรับ The Last Song You Left Behind หรือชื่อในภาษาไทยว่า "บทเพลงสุดท้าย... ก่อนเธอเลือนหาย" เรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายชื่อเดียวกัน ที่เขียนโดย Misaki Ichijo และภายหลังจากที่ดูจบแล้ว จขกท. ค่อนข้างจะผิดหวังเล็กน้อยถึงปานกลางกับเรื่องนี้ พูดกันแบบแฟร์ ๆ ไม่อวยครับ ตอนแรกดูใน IMDB หนังได้คะแนนไม่สูงนัก ก็ยังว่าอยู่ครับ พอไปดูจริงก็เข้าใจได้ครับ...



++ หนังพูดถึงเรื่องราวของชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งคู่พบกันในชั้นเรียนมัธยมปลาย Haruto Mizushima (Shunsuke Michieda) นักเรียนชายกำพร้า อาศัยอยู่กับคุณตาและคุณยาย เขามีนิสัยขี้อาย และเป็นคนไม่มีความฝัน รู้แต่เพียงว่าเรียนจบแล้วจะไปสอบเข้ารับราชการแค่นั้น ส่วนหญิงสาว Ayane Toosaka (Meru Nukumi) เธอมีนิสัยเก็บตัว ไม่มีเพื่อน เข้ากับใครได้ยาก เหตุเพราะเธอเป็นโรค Dyslexia (ดิสเล็กเซีย) หรือภาวะบกพร่องทางการอ่านและเขียน ทำให้เธออ่านหนังสือไม่ออก ต้องใช้การสื่อสารทางเสียงเท่านั้น แต่เธอมีความสามารถทางการร้องเพลงและเล่นดนตรี แต่ก็ไม่กล้าแสดงความสามารถนั้นออกมา วันหนึ่ง Haruto ได้รับเลือกให้เข้าร่วมการประกวดแต่งกลอน เพราะเขาต้องการใช้เป็นพอร์ตเพื่อสอบเข้ารับราชการ ในระหว่างที่อาจารย์ให้เขาอ่านกลอนอยู่นั้น Ayane ก็แอบมาได้ยิน เธอประทับใจในบทกลอนของ Haruto และคิดจะใช้มันเป็นเนื้อร้องในเพลงที่เธอกำลังแต่ง และนี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเพื่อนของทั้งคู่ และการต้องเลือกระหว่างความสำเร็จกับความรัก ทั้งคู่จะจับมือกันผ่านอุปสรรคไปได้มั้ย ต้องติดตามครับ...



++ ขอพูดเรื่องการแสดงก่อนแล้วกันนะครับ เอาจริง จขกท. ไม่ติดนะ แม้จะคิดว่า Shunsuke Michieda ในบท Haruto Mizushima นั้นจะยังไม่ค่อยสุดเท่าไหร่ คือ การแสดงอารมณ์เหมือนเขายังดึงอารมณ์ให้คนดูอินตามได้ไม่ดีนัก ต่างจาก Meru Nukumi ในบท Ayane Toosaka เธอดูมีความโฉบเฉี่ยว มีเสน่ห์ และสร้างอิมแพ็คทางอารมณ์ให้คนดูได้มากกว่า ได้ข้อมูลมาว่าก่อนเริ่มถ่ายทำ เธอต้องไปเรียนร้องเพลงและเรียนดนตรีล่วงหน้าก่อนถึง 1 ปี ทุ่มเทมากจริง ๆ ตรงนี้มันเลยเกิดความ Contrast กันเกิดขึ้น แต่มันก็ไม่ได้มากขนาดนั้นนะครับ เพียงแต่ว่ามันเห็นได้ รู้สึกได้เท่านั้น...



++ ด้านงาน Production ก็สไตล์หนังรักกุ๊กกิ๊กญี่ปุ่นนั่นแหละครับ ตามมาตรฐานเลย มีการ Grading ภาพให้มันพรุ่งพริ้งหน่อย ใครดูหนังญี่ปุ่นบ่อย ๆ น่าจะชินกันดี แต่เพลงในเรื่อง คือ เพราะมากครับ และ ผกก. ก็ใช้มันดำเนินเรื่อง พร้อมขับเน้นอารมณ์บ่อย ๆ พอ ๆ กับ Power Ballad (2026) ที่พึ่งดูผ่านไปเช่นกัน อันนี้ออกมาก็แทบจะร้องได้เหมือนกัน แต่เพราะจริงครับ เป็นเพลง Pop Ballad สไตล์ญี่ปุ่นที่เพราะดี ชื่อเพลงว่า "Song with You" และ "My Spring" เพราะทั้ง 2 เพลงครับ...



++ ต่อมาเรื่องบทครับ จขกท. ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้นะครับ และคิดว่า ผกก. น่าจะสร้างหนังออกมาแบบเคารพต้นฉบับพอสมควร เนื้อเรื่องของหนังมันมีความ Coming-of-Age มีพัฒนาของตัวละคร เพราะเรื่องราวนั้นกินเวลาถึง 10 กว่าปี ตรงนี้ จขกท. ไม่ติดนะครับ แม้จะมองว่าความกระชับของเรื่องราวที่ ผกก. มอบให้ มันทำให้เราซึมซับบรรยากาศลึกซึ้งของหนังไม่ได้มากเท่าที่ควรก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นปัญหาจริง ๆ ก็คือ เนื้อเรื่องที่เป็นสูตรสำเร็จของหนัง Drama ญี่ปุ่น ที่ไม่หลุดกรอบเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เชื่อมั้ยว่า จขกท. เดาทางเรื่องได้หมดเลยตั้งแต่ 1-10 มันเลยทำหนังเรื่องนี้มันดูเชยมาก ๆ ไปเลยครับ เอาเป็นว่าใครยังไม่ได้ดู แต่เคยดูหนัง J-Drama ที่เป็นสไตล์  "Happy start, sad ending" หรือ เริ่มด้วยความสุข จบด้วยความเศร้า คือ แบบนั้นเลย จขกท. ไม่ได้สปอยนะ แต่มัน Cliché มาก พล็อตอย่างช้ำและซ้ำอ่ะ ถึงแม้ในบางช่วงหนังจะขยี้อารมณ์ให้ จขกท. แอบน้ำตาซึมเล็ก ๆ บ้าง แต่มันก็แค่นั้น ไม่ใช่บทดี แต่มันเป็นเพราะจังหวะหนังที่ต้องถูกต้องมากกว่า แต่พอผ่านไปแล้วก็ผ่านเลย ไม่มีอะไรติดค้างในใจเลย นอกจากบทเพลงที่ติดหูบ้างเพราะมันเพราะดีแค่นั้นครับ...



++ ระยะหลัง ๆ นี้ ผกก. Miki Takahiro เหมือนแกจะชอบทำหนังที่มีเพลงมาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าเอาไปเทียบกับ My Beloved Stranger เรื่องก่อนหน้านี้ ที่ก็มีเรื่องเพลงมาเกี่ยวข้องเช่นกัน จขกท. คิดว่าดีกว่าและตัวเองชอบมากกว่าเรื่องนี้ครับ หลัง ๆ จขกท. ว่า ผกก. Takahiro แกทำหนังออกมาถี่เกิน และแม้ว่า จขกท. จะชอบ Until We Meet Again จนยกให้เป็นอันดับต้น ๆ ของหนังที่ชอบในปีนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า The Last Song You Left Behind ไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ คงไม่โทษ ผกก. แต่ต้องยอมรับว่านิยายเรื่องนี้เนื้อเรื่องมันเชยระเบิด แถมซ้ำซากอ่ะครับ...



++ ส่วนใครที่อยากไปดูหนังรัก Drama แบบ Coming-of-Age พระเอกหล่อ นางเอกสวย มีซีนเศร้าเคล้าน้ำตา เพลงประกอบไพเราะ เชิญได้เลยครับ ฟินอยู่นะจะว่าไป แต่ถ้าใครเบื่อพล็อต J-Drama แบบเดิม ๆ ที่เดาทางได้แบบ 100% จขกท. ก็อยากบอกว่าจะดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ครับ ไม่มีอะไรใหม่เลยครับ รีวิวกันแบบตรง ๆ ครับ ไม่อวย...

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่