ก่อนกาแฟจะเข้าสู่ประเทศไทยนั้นกล่าวกันว่า...ต้นกำเนิดของกาแฟถูกค้นพบครั้งแรกโดย “คาลดี” คนเลี้ยงแพะชาวอะบิสซิเนีย (เอธิโอเปีย) ซึ่งเขาสังเกตเห็นว่าแพะที่เขาเลี้ยงมันดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นเมื่อกินผลไม้สีส้ม-แดงจากต้นไม้ชนิดหนึ่งและนั่นก็คือต้นกาแฟ สถานที่ที่คาลดีเลี้ยงแพะคือ
คัพฟา (Kaffa) เป็นพื้นที่ราบสูงที่อยู่บนเขา จากนั้นกาแฟก็เดินทางไปยังเยเมน ตะวันออกกลาง ยุโรปและค่อยๆ กระจายไปทั่วโลกจากการติดต่อค้าขายรวมถึงการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก หรือบ้างก็ว่า...กาแฟเกิดจากบุรุษโอมาร์ผู้ถูกเนรเทศจากเมืองโมชา หรือบ้างก็ว่า...กาแฟเกิดจากนักพรตซูฟี (Sufi) ประเทศเยเมน เป็นต้น และร้านกาแฟร้านแรกเกิดขึ้นที่นครคอนสแตนติโนเปิล หรือเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีในปัจจุบัน
ส่วนกาแฟเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไรและเข้ามาเมื่อไร
พบหลักฐานการเข้ามาของกาแฟในไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากบันทึกของบาทหลวง เดอ ชัวซี (Abbe de Choisy) ที่ระบุว่า “…ชาวสยามต้อนรับแขกด้วยน้ำชา นอกจากนี้ชาวสยามยังรู้จักดื่มโกโก้ที่นำมาจากโปรตุเกสและกาแฟที่นำมาจากอาระเบีย (แต่ไม่มีปรากฏหลักฐานการปลูกกาแฟในสมัยกรุงศรีอยุธยา)
.
การปลูกกาแฟในไทยพบหลักฐานชัดเจนในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรือในสมัยรัชกาลที่ ๓ กล่าวกันว่า...มีการปลูกกาแฟในพระบรมมหาราชวัง และมีการแจกจ่ายกาแฟให้เหล่าเสนาบดีหรือขุนนางนำไปปลูกที่บ้าน นอกจากนี้ยังปรากฏคำว่า
ข้าวแฟ ในบันทึกของ “บาทหลวง ซอง บาตีสต์ ปาเลอกัว” (Bishop Jean-Baptiste Pallegoix) หรือบันทึกที่รู้จักกันในชื่อว่า “หนังสือสัพะ พะจะนะ พาสาโท” บาทหลวงปาเลอกัวเป็นชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาพำนักในสยามช่วงต้นสมัยรัชกาลที่ ๓ จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ และในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวกันว่า...สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) มีสวนกาแฟเป็นของตนเองและเคยมอบกาแฟให้ “เซอร์จอห์น เบาว์ริง” อัครราชทูตชาวอังกฤษ จำนวน ๓ กระสอบ แต่ครั้งนั้นการปลูกอาจไม่เน้นผลผลิตเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานกระบวนการผลิตหรืออื่นๆ
.
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลกล่าวว่า…ในสมัยรัชกาลที่ ๕ การปลูกกาแฟเริ่มจากชาวไทย (มุสลิม) ทางภาคใต้ของไทยเดินทางไปแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียและได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟโรบัสต้ามาปลูกที่ จ.สงขลา เมื่อราวปี ๒๔๔๗ จนแพร่หลายในภาคใต้ของไทยในเวลาต่อมา
.
เมื่อพูดถึงการปลูกกาแฟในไทยก็คงจะหนีไม่พ้นร้านจำหน่ายเมล็ดกาแฟ ซึ่งร้านจำหน่ายเมล็ดกาแฟแห่งแรกของไทยคือ “ร้านตุงฮู” ที่มีอายุมากกว่า ๑๕๐ ปี เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือราวปี ๒๔๑๓ โดยเริ่มแรกทางร้านได้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่าย และต่อมาได้จำหน่ายเมล็ดกาแฟแบบจริงจัง คือ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ราว ๑๐ ปี โดยนำเข้าเมล็ดกาแฟจากบราซิล และร้านกาแฟนรสิงห์ที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ ๖ ก็รับเมล็ดกาแฟจากร้านตุงฮูไปชงจำหน่าย
.
ในปี ๒๕๑๐ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ รัชกาลที่ ๙ ทรงส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าในภาคเหนือของไทยเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น จึงนำมาซึ่งการพัฒนากาแฟในด้านต่างๆ และสามารถทำรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาได้เป็นอย่างดี อาราบิก้าถูกนำเข้ามาปลูกในไทยประมาณปี ๒๔๙๓ โดยอ้างอิงจากบันทึกของพระสารศาสตร์พลขันธ์ชาวอิตาลี และกาแฟสำเร็จรูปเข้ามาในไทยเป็นครั้งแรกประมาณปี ๒๕๑๖ และกาแฟสำเร็จรูปเกิดขึ้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑
.
ที่มา
Thai Cuisine History
กาแฟ เข้าสู่ประเทศไทยเมื่อไร?
ก่อนกาแฟจะเข้าสู่ประเทศไทยนั้นกล่าวกันว่า...ต้นกำเนิดของกาแฟถูกค้นพบครั้งแรกโดย “คาลดี” คนเลี้ยงแพะชาวอะบิสซิเนีย (เอธิโอเปีย) ซึ่งเขาสังเกตเห็นว่าแพะที่เขาเลี้ยงมันดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นเมื่อกินผลไม้สีส้ม-แดงจากต้นไม้ชนิดหนึ่งและนั่นก็คือต้นกาแฟ สถานที่ที่คาลดีเลี้ยงแพะคือ คัพฟา (Kaffa) เป็นพื้นที่ราบสูงที่อยู่บนเขา จากนั้นกาแฟก็เดินทางไปยังเยเมน ตะวันออกกลาง ยุโรปและค่อยๆ กระจายไปทั่วโลกจากการติดต่อค้าขายรวมถึงการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก หรือบ้างก็ว่า...กาแฟเกิดจากบุรุษโอมาร์ผู้ถูกเนรเทศจากเมืองโมชา หรือบ้างก็ว่า...กาแฟเกิดจากนักพรตซูฟี (Sufi) ประเทศเยเมน เป็นต้น และร้านกาแฟร้านแรกเกิดขึ้นที่นครคอนสแตนติโนเปิล หรือเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกีในปัจจุบัน
ส่วนกาแฟเข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไรและเข้ามาเมื่อไร
พบหลักฐานการเข้ามาของกาแฟในไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากบันทึกของบาทหลวง เดอ ชัวซี (Abbe de Choisy) ที่ระบุว่า “…ชาวสยามต้อนรับแขกด้วยน้ำชา นอกจากนี้ชาวสยามยังรู้จักดื่มโกโก้ที่นำมาจากโปรตุเกสและกาแฟที่นำมาจากอาระเบีย (แต่ไม่มีปรากฏหลักฐานการปลูกกาแฟในสมัยกรุงศรีอยุธยา)
.
การปลูกกาแฟในไทยพบหลักฐานชัดเจนในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หรือในสมัยรัชกาลที่ ๓ กล่าวกันว่า...มีการปลูกกาแฟในพระบรมมหาราชวัง และมีการแจกจ่ายกาแฟให้เหล่าเสนาบดีหรือขุนนางนำไปปลูกที่บ้าน นอกจากนี้ยังปรากฏคำว่า ข้าวแฟ ในบันทึกของ “บาทหลวง ซอง บาตีสต์ ปาเลอกัว” (Bishop Jean-Baptiste Pallegoix) หรือบันทึกที่รู้จักกันในชื่อว่า “หนังสือสัพะ พะจะนะ พาสาโท” บาทหลวงปาเลอกัวเป็นชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาพำนักในสยามช่วงต้นสมัยรัชกาลที่ ๓ จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ และในสมัยรัชกาลที่ ๔ กล่าวกันว่า...สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) มีสวนกาแฟเป็นของตนเองและเคยมอบกาแฟให้ “เซอร์จอห์น เบาว์ริง” อัครราชทูตชาวอังกฤษ จำนวน ๓ กระสอบ แต่ครั้งนั้นการปลูกอาจไม่เน้นผลผลิตเท่าไรนัก เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานกระบวนการผลิตหรืออื่นๆ
.
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลกล่าวว่า…ในสมัยรัชกาลที่ ๕ การปลูกกาแฟเริ่มจากชาวไทย (มุสลิม) ทางภาคใต้ของไทยเดินทางไปแสวงบุญที่เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบียและได้นำเมล็ดพันธุ์กาแฟโรบัสต้ามาปลูกที่ จ.สงขลา เมื่อราวปี ๒๔๔๗ จนแพร่หลายในภาคใต้ของไทยในเวลาต่อมา
.
เมื่อพูดถึงการปลูกกาแฟในไทยก็คงจะหนีไม่พ้นร้านจำหน่ายเมล็ดกาแฟ ซึ่งร้านจำหน่ายเมล็ดกาแฟแห่งแรกของไทยคือ “ร้านตุงฮู” ที่มีอายุมากกว่า ๑๕๐ ปี เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ ๕ หรือราวปี ๒๔๑๓ โดยเริ่มแรกทางร้านได้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่าย และต่อมาได้จำหน่ายเมล็ดกาแฟแบบจริงจัง คือ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ ราว ๑๐ ปี โดยนำเข้าเมล็ดกาแฟจากบราซิล และร้านกาแฟนรสิงห์ที่มีชื่อเสียงในสมัยรัชกาลที่ ๖ ก็รับเมล็ดกาแฟจากร้านตุงฮูไปชงจำหน่าย
.
ในปี ๒๕๑๐ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือ รัชกาลที่ ๙ ทรงส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าในภาคเหนือของไทยเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น จึงนำมาซึ่งการพัฒนากาแฟในด้านต่างๆ และสามารถทำรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาได้เป็นอย่างดี อาราบิก้าถูกนำเข้ามาปลูกในไทยประมาณปี ๒๔๙๓ โดยอ้างอิงจากบันทึกของพระสารศาสตร์พลขันธ์ชาวอิตาลี และกาแฟสำเร็จรูปเข้ามาในไทยเป็นครั้งแรกประมาณปี ๒๕๑๖ และกาแฟสำเร็จรูปเกิดขึ้นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑
.
ที่มา Thai Cuisine History