รู้จัก LEZ กับ ZEZ? มาตรการ "ปิดเมืองบีบรถน้ำมัน" ในยุโรป

หลายปีมานี้ เวลาคุยเรื่อง EV เรามักจะจบที่การเถียงกันเรื่อง ราคาแบตเตอรี่, แท่นชาร์จไม่พอ, หรือราคาขายต่อตก จนหลายคนคิดว่า "ตราบใดที่เราไม่ซื้อ EV ซะอย่าง ใครจะทำไม?"
          แต่ถ้าลองมองไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเมืองใหญ่ทั่วโลกตอนนี้ คุณจะพบว่าจุดเปลี่ยนจริงๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณ "อยาก" เปลี่ยนไหม แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณยัง "ขับรถน้ำมันเข้าเมือง" ได้อยู่หรือเปล่า

          สิ่งที่เมืองใหญ่ในยุโรปและอีกหลายประเทศกำลังทำ ไม่ใช่การออกกฎหมายแบนรถน้ำมันทั้งประเทศในวันเดียว แต่คือการตั้งเขต Low-Emission Zones (LEZ) และ Zero-Emission Zones (ZEZ) บีบพื้นที่ใช้งานจนคนขับรถน้ำมันไม่มีที่ยืน!

1. Low-Emission Zones (LEZ / ULEZ) — ไม่ได้ห้ามเข้า แต่เก็บเงินจนจุก
          โมเดลนี้ไม่ได้แบนรถน้ำมัน 100% แต่เอาระดับมลพิษ (มาตรฐาน Euro) มาเป็นตัวตั้ง รถใครเก่า ปล่อย CO2 หรือฝุ่นเยอะ แล้วยังอยากขับเข้าใจกลางเมือง/พื้นที่เศรษฐกิจ โดนเก็บเงินหนักมาก
- ลอนดอน (อังกฤษ) : โครงการ ULEZ (Ultra Low Emission Zone) ถือเป็นเคสตัวอย่างที่โหดที่สุด ตอนนี้ขยายครอบคลุมทั่วกรุงลอนดอน ถ้ารถน้ำมันของคุณไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วขับเฉียดเข้าไป เจอกล้อง AI ตรวจป้ายทะเบียน โดนค่าธรรมเนียมวันละ 12.50 ปอนด์ (ราวๆ 550-600 บาท) ทุกวัน! ขับไปทำงานเดือนนึง จ่ายค่าเข้าเมืองร่วม 12,000–15,000 บาท
- ปารีส (ฝรั่งเศส) : ใช้ระบบสติกเกอร์ Crit'Air แบ่งเกรดรถตามปีและประเภทเชื้อเพลิง รถดีเซลรุ่นเก่าโดนแบนห้ามวิ่งเข้าเมืองหลวงในช่วงเวลาทำการไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังไล่บีบเบนซินต่อ
- เยอรมนี (Umweltzone) : เมืองใหญ่กว่า 80 เมือง (เบอร์ลิน, มิวนิก, แฟรงก์เฟิร์ต) บังคับสติกเกอร์ติดกระจก ถ้ารถปล่อยมลพิษสูง ไม่มีสติกเกอร์สีเขียว หมดสิทธิ์ขับเข้าเขตไข่แดง โดนปรับทันที

2. Zero-Emission Zones (ZEZ) — ด่านขั้นสุด ห้ามรถน้ำมัน 100%
          อันนี้คือของจริง ไฮบริดก็ไม่รอด อนุญาตให้วิ่งได้เฉพาะรถที่ไม่ปล่อยมลพิษเลย (BEV / ไฮโดรเจน) เท่านั้น
- สตอกโฮล์ม (สวีเดน) : พื้นที่ใจกลางเมือง (Class 3 Environmental Zone) ประกาศชัดเจนเลยว่าห้ามรถเบนซินและดีเซลทุกชนิดวิ่งโดยสิ้นเชิง
- อัมสเตอร์ดัม & หลายเมืองในเนเธอร์แลนด์ : ตั้งเป้าเปลี่ยนเขตเมืองหลวงให้กลายเป็น ZEZ เต็มรูปแบบภายในปี 2030 ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่งและรถขนส่งสินค้า

ทำไมกลไก LEZ & ZEZ ถึงต้อนรถน้ำมันจนมุม?
          ถ้าเมืองที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การทำงาน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า พร้อมใจกันตั้งเขต LEZ หรือ ZEZ ผลที่จะเกิดขึ้นคือ
- รถน้ำมันจะกลายเป็น "ภาระทางค่าน้ำมัน + ค่าธรรมเนียม" : คนอยู่นอกเมืองที่ต้องขับรถเข้ามาทำงานในเมือง จะเจอโจทย์บังคับว่า ถ้าไม่เปลี่ยนเป็น EV คุณก็ต้องจ่ายค่าเข้าเมืองวันละหลายร้อยบาททุกวัน พอคำนวณส่วนต่าง 1-2 ปี การผ่อนรถ EV คันใหม่กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าทันที
- ค่ายรถยนต์ถูกบังคับเปลี่ยนตามตลาดเมือง : เมื่อเมืองใหญ่ปิดประตูใส่รถน้ำมัน สัดส่วนการใช้น้ำมันในเขตเมืองจะตกวูบ ค่ายรถเองก็ต้องปรับสายการผลิตไปทำ EV เพื่อป้อนคนเมือง ซึ่งส่งผลให้สเกลการผลิตรถน้ำมันน้อยลง อะไหล่แพงขึ้น และเครื่องยนต์สันดาปแพงขึ้นโดยปริยาย เสริมด้วย "กฎหมายคุมคาร์บอนระดับโลก" ที่เป็นตัวเร่ง

          นอกจากโดนปิดเมืองใส่แล้ว ทั้งค่ายรถและเอกชนยังโดนกติกาโลกบีบอีก 2 ทาง
- ค่ายรถยนต์ โดนเพดาน CO2 (Fleet Targets) : ยุโรปและหลายประเทศกำหนดว่า รถใหม่ทุกคันที่ค่ายขายได้ ค่าเฉลี่ย CO2 รวมทั้ง Fleet ต้องไม่เกินเกณฑ์ ถ้าขายแต่รถน้ำมัน ค่า CO2 จะเกิน และค่ายรถจะโดนปรับเป็นพันๆ ล้านยูโร ค่ายรถจึงจำเป็นต้องยัดเยียดดัน EV ออกมาขายเพื่อดึงค่าเฉลี่ยลง
- บริษัทเอกชน โดนมาตรการ ESG & Scope 3 : บริษัทใหญ่ๆ ถูกบังคับให้รายงานการปล่อยคาร์บอน รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3) ทำให้บริษัทเอกชนจำใจต้องเปลี่ยน Fleet รถขนส่งและรถองค์กรให้กลายเป็น EV ทั้งหมด เพราะถ้าไม่เปลี่ยน จะประมูลงานแข่งกับคนอื่นไม่ได้

แล้วย้อนกลับมามอง "กรุงเทพฯ"
          ในอีก 5–10 ปีนี้ การจะเห็น กทม. ประกาศแบนรถน้ำมัน 100% (ZEZ) แบบสตอกโฮล์ม อาจจะเป็นไปไม่ได้ เพราะขนส่งสาธารณะเรายังไม่ครอบคลุมจริง แต่สิ่งที่ "มีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก" คือโมเดล LEZ เพื่อแก้ฝุ่น PM2.5 ลองจินตนาการว่า กทม. ประกาศตั้งเขต LEZ ห้ามรถกระบะดีเซลเก่า ยูโร 1-3 หรือรถควันดำ วิ่งเข้าเขตสาทร/อโศก/พระราม 1 ในช่วงหน้าฝุ่น... แค่นี้ Fleet การขนส่งและคนขับรถเก่าก็ต้องปรับตัวมหาศาลแล้ว
          สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะรักเครื่องยนต์สันดาปแค่ไหน แต่เมื่อ "พื้นที่ใช้งานถูกบีบด้วย LEZ/ZEZ + กติกาค้าโลกคุมคาร์บอน" ยานยนต์พลังงานสะอาดจะไม่ใช่เรื่องของความชอบอีกต่อไป แต่มันคือทางรอดเดียวที่กติกาโลกยอมให้วิ่งได้ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่