อาการเดียวกันเป๊ะๆเลยครับ
หายใจไม่พอ หายใจไม่ทัน เหนื่อยหอบ หมดเรี่ยวหมดแรง เหงื่อแตกท่วมตัว
ที่สำคัญ ผมดันแก่ซะอีก ! อายุ จะ 60 แล้วด้วย
เหตุเกิดที่ ต.ห้วยไคร้ รอยต่อ แม่จัน-แม่สาย จ.เชียงราย ขณะจะขึ้นรถทัวร์กลับกทม. ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
ระหว่างรอรถสมบัติทัวร์ แม่สาย-กรุงเทพฯ
สี่โมงเย็นวันนั้น อากาศร้อนมากครับ
อาการเริ่มมีตั้งแต่ ลากกระเป๋าจะออกจากบ้านแล้ว นั่งรถเหงื่อท่วมมาตลอดทาง
ระกว่างรอรถทัวร์ ก็อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ หายใจไม่ออก หอบ หายใจยังไงก็ไม่เต็มปอดซะที
อากาศมันไม่พออยู่นั่นแหละ
ก็นึกในใจว่า มันก็คงแค่อากาศร้อนวะ นี่ละมั๊ง ที่เค้าเรียกกันว่า ฮีทสโตรค
เดี๋ยวพอได้ขึ้นรถทัวร์ ตากแอร์เย็นๆเดี๋ยวคงหายเองละน่า
ปรากฏว่า มันไม่ยังงั้นครับ พอขึ้นรถทัวร์ได้แป๊ปเดียว ก็วูบจะหมดสติ
บัสโฮสเตส รีบเอานำ้ผลไม้มาให้กิน ให้ดื่มน้ำ ผมอาเจียนออกมาหมดเลย
เสื้อเปียกหมดทั้งตัว ทั้งจากเหงื่อที่ออกท่วมตัว ทั้งน้ำผลไม้
เพื่อนผมจับถอดเสื้อออก ผู้โดยสารอื่นๆตกใจกันทั้งรถ อายเค้าชิปเป๋ง
รถมาถึงจุดตรวจกิ่วทัพยั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจจะขึ้นมาตรวจยาเสพติด ตรวจคนเข้าเมืองผิดกฏหมาย
ตอนนั้นผมแทบหมดสติไม่รู้เรื่องแล้ว
บัสโฮสเตส แจ้งตำรวจว่า มีผู้ป่วยฉุกเฉิน พี่ตำรวจเผ่นแนบ ไม่ตรวจไม่เติดอะไรแล้ว ไล่รถออกไปทันที
เพื่อนรุ่นพี่ ที่มาด้วยกันเลยปรึกษา คนขับรถ แจ้งว่า งานนี้ ยังไงคงไปไม่ถึงไหนแน่ๆ
ต้องหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเข้าโดยด่วน
ก็ปรึกษากัน บนรถทัวร์ คิดหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ รถ วีไอพี สมบัติทัวร์ ได้กำไรไปเน็ตๆ
ตั๋วแม่สาย-กทม. จ่ายค่ารถไปคนละ 1,086 บาท แต่ใช้บริการนั่งรถมาได้เพียง 30 นาที จบแค่นั้น
ผมขาดทุนยับ
รถเลี้ยวซ้ายบุกเข้าไปอีกเกือบ 1 กิโลเมตร ไปจอดส่งผมที่หน้าห้องฉุกเฉิน ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวง
จนท. เวรเปลออกมาหามผมลงจากรถ เข้าห้องฉุกเฉิน
ฉากเหมือนในหนังเลยครับ ตามองเห็นแต่หลอดไฟบนเพดานวิ่งผ่านไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
จากนั้นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรแล้ว หมอ และ พยาบาลคงช่วยกันทำอะไรนู่นนี่นั่น
จนมารู้เรื่องอีกที หมอเอาสายไฟอะไรมาแปะผมทั้งตัว ทำ EKG แล้ว
หัวใจยังเต้นในอัตราเร็วจี๋ 200 กว่าครั้งมั๊ง
แล้วทำนองว่า ร่างกายผมไม่ตอบสนองต่อยา ที่หมอฉีดให้ จนถึงขั้นต้องช๊อตด้วยไฟฟ้า
หมอหนุ่มๆคนนึงมาบอกว่า มันจะเจ็บนิดนึงนะ
พอเปิดสวิตช์ซ๊อตเท่านั้นแหละ โอ๊ยยย... ผมแหกปากลั่นห้อง
นิดนึงกะผีอะไรวะ โคตรเจ็บเลยละไม่ว่า
สะดุ้งเฮือก ขนหัวลุกตั้งทั้งหัว ตัวแทบจะกระเด้งลอยออกจากเตียง วิญญาณจะหลุดออกจากร่างซะให้ได้
แต่เหมือนดีดนิ้วครับ แค่นั้นแหละ หัวใจผมกลับมาเต้นในอัตราที่ช้าลง...หายใจได้เแล้ว รอดตายแล้วตรู
ต้องอยู่ ICU ที่ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวงอีก 1 คืน หนาวชิปเป๋ง
ร่างกายโดนจิ้ม เจาะนู่นเจาะนี่ทั้งคืน เจาะอยู่นั่นแหละ ไม่จบไม่สิ้น
พรุนไปทั้งตัว โดนเจาะจนโมโห รวมถึงต้องฉีดอะไรที่พุงด้วยก็ไม่รู้
พุงช้ำ สีม่วง ดำเป็นจ้ำๆ กลายเป็นหมีแพนด้ามานอนอยู่บนพุงผม
บ่ายวันรุงขึ้น เช็คเอาท์จากโรงพยาบาล มาด้วยการเซ็นต์ปฏิเสธการรับการรักษาต่อ
เพื่อรีบเข้ากทม. มาที่โรงพยาบาลที่ใช้สิทธิประกันสังคม
บินการบินไทย Business Class ซะเลย
รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด ด้วย ความช่วยเหลือของ เพื่อนผม ตลอดจนพนักงานที่น่ารักของสมบัติทัวร์
และ เจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวงทุกคน ที่ได้กรุณาช่วยมะรุมมะตุ้ม เซพชีวิตผมไว้วันนั้น
กราบ...กราบขอบคุณมาด้วยใจจริง อีกครั้งครับ
โรคเส้นเลือดหัวใจ เป็นอะไรที่อันตรายถึงชีวิตจริงๆครับ
เพิ่งเข้าใจ ว่า ตัวเองโชคดีขนาดไหน ที่รอดมาได้
ไม่เสียใจแล้ว ที่ชีวิตไม่เคยถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ผมได้ใช้โควต้านั้นไปเรียบร้อยแล้วในวันนั้น
ขอแสดงความเสียใจกับครูทรายด้วยครับ
เพิ่งมาเข้าใจ ว่า ตัวเองโชคดีขนาดไหน ที่รอดตายมาจากโรคหัวใจเฉียบพลัน แบบเดียวกับแฟนครูทราย
หายใจไม่พอ หายใจไม่ทัน เหนื่อยหอบ หมดเรี่ยวหมดแรง เหงื่อแตกท่วมตัว
ที่สำคัญ ผมดันแก่ซะอีก ! อายุ จะ 60 แล้วด้วย
เหตุเกิดที่ ต.ห้วยไคร้ รอยต่อ แม่จัน-แม่สาย จ.เชียงราย ขณะจะขึ้นรถทัวร์กลับกทม. ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
ระหว่างรอรถสมบัติทัวร์ แม่สาย-กรุงเทพฯ
สี่โมงเย็นวันนั้น อากาศร้อนมากครับ
อาการเริ่มมีตั้งแต่ ลากกระเป๋าจะออกจากบ้านแล้ว นั่งรถเหงื่อท่วมมาตลอดทาง
ระกว่างรอรถทัวร์ ก็อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ หายใจไม่ออก หอบ หายใจยังไงก็ไม่เต็มปอดซะที
อากาศมันไม่พออยู่นั่นแหละ
ก็นึกในใจว่า มันก็คงแค่อากาศร้อนวะ นี่ละมั๊ง ที่เค้าเรียกกันว่า ฮีทสโตรค
เดี๋ยวพอได้ขึ้นรถทัวร์ ตากแอร์เย็นๆเดี๋ยวคงหายเองละน่า
ปรากฏว่า มันไม่ยังงั้นครับ พอขึ้นรถทัวร์ได้แป๊ปเดียว ก็วูบจะหมดสติ
บัสโฮสเตส รีบเอานำ้ผลไม้มาให้กิน ให้ดื่มน้ำ ผมอาเจียนออกมาหมดเลย
เสื้อเปียกหมดทั้งตัว ทั้งจากเหงื่อที่ออกท่วมตัว ทั้งน้ำผลไม้
เพื่อนผมจับถอดเสื้อออก ผู้โดยสารอื่นๆตกใจกันทั้งรถ อายเค้าชิปเป๋ง
รถมาถึงจุดตรวจกิ่วทัพยั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจจะขึ้นมาตรวจยาเสพติด ตรวจคนเข้าเมืองผิดกฏหมาย
ตอนนั้นผมแทบหมดสติไม่รู้เรื่องแล้ว
บัสโฮสเตส แจ้งตำรวจว่า มีผู้ป่วยฉุกเฉิน พี่ตำรวจเผ่นแนบ ไม่ตรวจไม่เติดอะไรแล้ว ไล่รถออกไปทันที
เพื่อนรุ่นพี่ ที่มาด้วยกันเลยปรึกษา คนขับรถ แจ้งว่า งานนี้ ยังไงคงไปไม่ถึงไหนแน่ๆ
ต้องหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเข้าโดยด่วน
ก็ปรึกษากัน บนรถทัวร์ คิดหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ รถ วีไอพี สมบัติทัวร์ ได้กำไรไปเน็ตๆ
ตั๋วแม่สาย-กทม. จ่ายค่ารถไปคนละ 1,086 บาท แต่ใช้บริการนั่งรถมาได้เพียง 30 นาที จบแค่นั้น
ผมขาดทุนยับ
รถเลี้ยวซ้ายบุกเข้าไปอีกเกือบ 1 กิโลเมตร ไปจอดส่งผมที่หน้าห้องฉุกเฉิน ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวง
จนท. เวรเปลออกมาหามผมลงจากรถ เข้าห้องฉุกเฉิน
ฉากเหมือนในหนังเลยครับ ตามองเห็นแต่หลอดไฟบนเพดานวิ่งผ่านไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
จากนั้นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรแล้ว หมอ และ พยาบาลคงช่วยกันทำอะไรนู่นนี่นั่น
จนมารู้เรื่องอีกที หมอเอาสายไฟอะไรมาแปะผมทั้งตัว ทำ EKG แล้ว
หัวใจยังเต้นในอัตราเร็วจี๋ 200 กว่าครั้งมั๊ง
แล้วทำนองว่า ร่างกายผมไม่ตอบสนองต่อยา ที่หมอฉีดให้ จนถึงขั้นต้องช๊อตด้วยไฟฟ้า
หมอหนุ่มๆคนนึงมาบอกว่า มันจะเจ็บนิดนึงนะ
พอเปิดสวิตช์ซ๊อตเท่านั้นแหละ โอ๊ยยย... ผมแหกปากลั่นห้อง
นิดนึงกะผีอะไรวะ โคตรเจ็บเลยละไม่ว่า
สะดุ้งเฮือก ขนหัวลุกตั้งทั้งหัว ตัวแทบจะกระเด้งลอยออกจากเตียง วิญญาณจะหลุดออกจากร่างซะให้ได้
แต่เหมือนดีดนิ้วครับ แค่นั้นแหละ หัวใจผมกลับมาเต้นในอัตราที่ช้าลง...หายใจได้เแล้ว รอดตายแล้วตรู
ต้องอยู่ ICU ที่ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวงอีก 1 คืน หนาวชิปเป๋ง
ร่างกายโดนจิ้ม เจาะนู่นเจาะนี่ทั้งคืน เจาะอยู่นั่นแหละ ไม่จบไม่สิ้น
พรุนไปทั้งตัว โดนเจาะจนโมโห รวมถึงต้องฉีดอะไรที่พุงด้วยก็ไม่รู้
พุงช้ำ สีม่วง ดำเป็นจ้ำๆ กลายเป็นหมีแพนด้ามานอนอยู่บนพุงผม
บ่ายวันรุงขึ้น เช็คเอาท์จากโรงพยาบาล มาด้วยการเซ็นต์ปฏิเสธการรับการรักษาต่อ
เพื่อรีบเข้ากทม. มาที่โรงพยาบาลที่ใช้สิทธิประกันสังคม
บินการบินไทย Business Class ซะเลย
รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด ด้วย ความช่วยเหลือของ เพื่อนผม ตลอดจนพนักงานที่น่ารักของสมบัติทัวร์
และ เจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์แม่ฟ้าหลวงทุกคน ที่ได้กรุณาช่วยมะรุมมะตุ้ม เซพชีวิตผมไว้วันนั้น
กราบ...กราบขอบคุณมาด้วยใจจริง อีกครั้งครับ
โรคเส้นเลือดหัวใจ เป็นอะไรที่อันตรายถึงชีวิตจริงๆครับ
เพิ่งเข้าใจ ว่า ตัวเองโชคดีขนาดไหน ที่รอดมาได้
ไม่เสียใจแล้ว ที่ชีวิตไม่เคยถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ผมได้ใช้โควต้านั้นไปเรียบร้อยแล้วในวันนั้น
ขอแสดงความเสียใจกับครูทรายด้วยครับ