ก่อนอื่นขอเล่าก่อนนะคะ เหตุการณ์นี้เกิดจากความขี้ลืมของเราเองค่ะ 😅
เป็นคนที่บางครั้งลืมเรื่องระยะสั้น ๆ ได้ง่าย (แต่ไม่เคยลืมว่าเคยรักใครนะคะ แฮะ ๆ)
เรื่องเกิดจากเราใช้ผ้าอนามัยแบบสอด แล้วเผลอเก็บสายดึงเข้าไปด้านใน เพราะคิดว่าไม่เป็นอะไร
สาเหตุที่ลืมคิดว่าน่าจะมาจากหลายอย่างค่ะ และการใช้งาน ไม่ควรใส่นานเกิน4ชม. เพื่อความสะอาดปลอดภัย
เราเก็บสายดึงไว้ด้านใน ทำให้ไม่มีอะไรเตือนความจำ
ช่วงนี้ประจำเดือนมาแค่ประมาณ 2-4 วันแล้วหมด เลยคิดว่าจบแล้วและลืมไป
หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 7 วัน เราเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ค่ะ
มีอาการปวดหน่วง ๆ ท้องน้อย ทั้งที่ประจำเดือนหมดไปหลายวันแล้ว ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นปวดประจำเดือนตกค้าง หรือท้องผูก เพราะช่วงนั้นถ่ายไม่ค่อยดี
จนวันหนึ่งเรามีอาการไอ แล้วรู้สึกเหมือนมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด และมีกลิ่นผิดปกติมาก
เลยลองตรวจดูเอง ปรากฏว่าพบว่าผ้าอนามัยแบบสอดยังอยู่ด้านในค่ะ
ตอนเอาออกค่อนข้างยาก เพราะใส่ลึกเกินไป (เป็นความผิดพลาดของเราเอง)
ตัวผ้าอนามัยมีกลิ่นเหม็นมากและมีคราบลักษณะคล้ายเชื้อรา
วันต่อมาเราไปใช้สิทธิ์บัตรทองที่คลินิกใกล้บ้านค่ะ
เล่าให้หมอฟังตามตรง หมอดูแลดีมาก แต่ไม่ใช่หมอเฉพาะทาง จึงตรวจภายในเบื้องต้นและกังวลเรื่องการติดเชื้อ
หมอแนะนำให้ส่งตัวไปตรวจที่รพ.ตามสิทธิ์ เพราะหมอสูติน่าจะตรวจละเอียดกว่า หรือจะรักษาเบื้องต้นก่อนก็ได้
เราเลือกฉีดยาฆ่าเชื้อก่อน เพราะวันถัดไปมีธุระ และหมอให้ยาฆ่าเชื้อมากินด้วย
ตอนนี้ผ่านมาเกือบ 2 วีคแล้ว เรายังไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ และยังไม่ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ค่ะ
เหตุผลคือเรากังวลว่า ถ้ายังไม่ได้ตรวจละเอียด แล้วกินยาไปทั้งที่ไม่ได้จำเป็น อาจมีผลเสีย
เราชอบลืมกินยาฆ่าเชื้ออาจจะดื้อยาด้วยและเราดูปกติคล้ายกับปวดท้องประจำเดือนเบาๆแต่นานแบบที่เคยเป็น
หลายปีก่อนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับรพ.ตามสิทธิ์ ทำให้จนถึงทุกวันนี้ยังรู้สึกกังวลและไม่ค่อยกล้าเข้าไปรับบริการ
เพราะเราเป็นโรคแพนิกยิ่งทำใจได้ยากค่ะ
📌 เราเคยเจอหมอที่พูดจาหยายคาย เสียงกระแทก พูดจาไม่ดี ก่อนลงมือตรวจ
แล้วเราเป็น อาการแพนิกกำเริบ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ตัวสั่น มวนท้อง จะอาเจียน ร้องให้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงค่ะ
ปัญหาที่ตามมาก็คือหมอจะมาสนใจอาการนี้แทนแต่มันเป็นเพราะหมอเลยจำใจต้องบอกว่าไม่เป็นไร รอสักพักแล้วถึงจะผ่านการตรวจไปได้ค่ะ(แต่ไม่ได้แพนิกต่อหน้าหมอทุกคนแต่เกิดบ่อยเพราะเจอบ่อยค่ะ เป็นเหตุผลทำไมเราถึงชั่งใจนานนิดนึง ว่าจะไปดีไหม เพราะเราเจ็บนานค่ะ สภาพจิตใจมันปวดน่าอกและทรมานจริงๆ ถ้าใครเคยเป็นจะพอทราบค่ะ
ไม่ได้มีเจตนาโพสต์เพื่อโจมตีหรือดราม่าเรื่องรพ.แค่อยากอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่ได้ไปตรวจ ทั้งที่รู้ว่าควรไปปกติเราไม่ได้คาดหวังการบริการที่หรูหราหรือพิเศษอะไรเลย และพยายามให้เกียรติบุคลากรทุกคนเสมอ เพียงแต่เหตุการณ์ในอดีตส่งผลต่อความรู้สึกของเราจริง ๆ จึงยังต้องใช้เวลาทำใจอย่างไรก็ตาม หากจำเป็นหรืออาการไม่ดีขึ้น เราก็ตั้งใจว่าจะไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์แน่นอนค่ะ เพราะรู้ว่าสุขภาพสำคัญที่สุด ขอความกรุณาอย่าโฟกัสประเด็นเรื่องการบริการของโรงพยาบาลเลยนะคะ เพราะไม่ใช่จุดประสงค์ของโพสต์นี้ เราเพียงอยากขอคำแนะนำและฟังประสบการณ์จากคนที่เคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน ขอบคุณทุกคนมากค่ะ 🥺🙏
ตอนนี้สิ่งที่กังวล อาการปวดท้องน้อยที่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่ไม่มีอาการอื่น เช่นมีไข้
สอบถามคนที่เคยมีประสบการณ์
ลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้นานหลายวัน แล้วมีอาการปวดท้องน้อย ไม่มีกลิ่นผิดปกติค่ะ
ตอนนั้นติดเชื้อไหมคะตรวจเจออะไรบ้าง รักษายังไง ใช้เวลานานไหมกว่าจะหาย ตอนนี้ไม่มีอาการตกขาวมีกลิ่นอะไรที่ผิดปกติปวดแค่ท้องน้อยเท่านั้น ลามไปที่ขาหนีบนิดนึง มีใครเคยปล่อยไว้แล้วสุดท้ายไม่เป็นอะไรร้ายแรงไหมคะ
ขอบคุณทุกคำแนะนำล่วงหน้าค่ะ ตอนนี้เครียดมาก และรู้ว่าทางที่ดีที่สุดคงต้องไปตรวจ แต่ก็อยากฟังประสบการณ์จากคนที่เคยเจอเหมือนกันค่ะ 🙏
📌ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมนะคะ ยาว ต้องขออภัยนะคะ🙏
เพราะมีหลายคนสงสัยแล้วเข้ามาถามกัน เลยจะโพสต์ไว้ให้ทีเดียว
มันก็มีหลายเรื่องมากเลยค่ะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
1. เราเป็นผังผืดในมดลูกเจริญผิดที่ มีอาการปวดปวดท้องเมนส์ยาวนานอยู่แล้วบางที
ปวดหนักสุดก็สามวันแล้วจากนั้นก็ค่อยค่อยเบาเบาแต่ว่าก็เบายาวนานอยู่ค่ะเบาไปจนถึงเจ็ดวัน ส่วนหนึ่งเลยทำให้เรา มีความสับสนว่าเราอาจจะเป็นอาการนี้ด้วยหรือเปล่า หรือท้องผูกด้วย การปวดท้องประจำการปวดท้องประจำเดือนเราไปหาหมอและรักษามาหลายที่มากค่ะ ทั้งรพ.รัฐและเอกชน ไปบ่อยมากๆ แต่หมอบอกปกติ เราปวดระดับ10 จนเดินแทบไม่ได้ค่ะ แต่มีหมอท่านนึง ตรวจเจอ ว่าเราเป็น แนะนำให้กินยาคุมปรับฮอโมนเราก็ทำมาหมดแล้วค่ะ พอช่วยได้บ้าง แต่ปัจจุบันไม่ได้กินแล้วค่ะ เราดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นเพราะ กินแล้วบางทีถ้าเราลืมกินประจำ ประจำเดือนจะมาไม่ปกติ (ขอเล่าประวัติเท่านี้นะคะเดี๋ยวยาวเดี๋ยวมีคนบ่นอีกว่าแก้ตัว)
2. ตอนที่ ในหนึ่งวีคแรกที่รู้ตัวว่ามีผ้าอนามัยแบบสอด อยู่ในช่องคลอด มันเกิดจากที่เราไอ แล้วมันน่าจะมีแรงดันเราทำให้น้ำไหลออกมามีกลิ่น
เรารีบไปหาหมอที่คลินิกใกล้บ้านตามสิทธิ์ในทันที เราไม่ได้ชะล่าใจนะคะ ในครั้งแรก
3. จากนั้นเรามีความสงสัยเพราะเราเมื่อนานมาแล้วประมาณหนึ่งปีได้เราก็เคยลืมโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่าลืมเราไปหาหมอด้วยเหตุ ตกขาวมีกลิ่นเท่านั้นเลยเราไม่รู้เลยว่าเราลืมอะไรอยู่ข้างใน หมอเอาออกให้ ตอนนั้นเราไม่ได้ปวดท้องแบบนี้ มันเลยคิดว่าเราอาจจะเป็น อะไรไม่มากเพราะเราก็เคยลืมมาก่อน แต่เราไม่ได้หมายความว่าการที่เราลืมมาก่อนเราจะ ไม่ระวังหรือไม่คิดที่จะหาหมอเลยนะคะ แค่เพียงขอเวลาทำใจนิดนึง
4. แล้วก็เรื่องที่ไปหาหมอที่หลายคนคิดว่ารอช้า มันเป็นขั้นต่อมาหลังจากที่เรารีบไปหาหมอทันทีหลังจากที่เรารู้ตัวเราก็พยายามดึงเอาผ้าอนามัยแบบสอดออกมา จริงๆแล้วเราสามารถไปให้หมอออกให้ได้นะคะ แต่ด้วยความที่เราอยากรู้ว่า มันเป็นยังไง หมายถึงรวมทั้งอาการแล้วก็วิเคราะห์แล้วก็ตั้งสติอยู่ว่าเราลืมขนาดนั้นเลยหรอเรารู้สึกตกใจมากเลยค่ะเครียดมาก
5. หลังจากที่ไปพบหมอแล้ว ที่คลินิก คุณหมอก็ดูแลนะคะเป็นหมอเราไม่แน่ใจน่าจะเป็น หมอตรวจทั่วไป แต่หมอก็ใจดีตรวจภายในให้อยู่ค่ะ แต่หมอก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม ในผลที่หมอตรวจ หมอบอกว่าเราก็ไม่ได้มีตกขาวแล้วก็ไม่ได้มีกลิ่น ที่มีกลิ่นน่าจะเป็นเพราะกลิ่นจากผ้าอนามัยนั่นแหละแล้วก็ผ้าอนามัยน่าจะดูดซับกลิ่นมา เลยทำให้เรารู้สึกว่ามีกลิ่น
6. หมอเสนอเราว่าเราจะรับยาที่นี่ซึ่งมันก็คล้ายหรือเหมือนกันกับ ที่เราจะต้องไปกินที่โรงพยาบาล หรือเราจะไปตรวจที่รพ. หมอให้ใบส่งตัวไปเหมือนกัน แต่ว่าบังเอิญในวันนั้น เราจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่พอดีเราก็เลยรับยาของหมอมาเพื่อกะว่าจะกินก่อน แต่ว่าด้วยความลังเลว่าเราไม่ได้มีตกขาวมีกลิ่น แล้วเราก็ กลัวว่าอาจจะไม่ได้ติดเชื้อแล้วกินยาเข้าไปอาจจะส่งผลเสียด้วยความคิดของเราเองเพราะว่าเราก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมกับหมอเพราะว่าหมอไม่ใช่หมอสูติ แล้วอีกอย่างหนึ่งหมอบอกว่าถ้าเราเป็นอะไรหนักก็หมอเตรียมใบส่งตัวไว้ให้แล้วก็สามารถไปรพ. ได้ทันที
7. แต่หลังจากที่รับยามาเราก็คิดว่าอาจจะกินยาก่อนแต่ว่าเราเป็นคนขี้ลืมเรารู้ว่าเราถ้าเรากินเข้าไปเราต้องลืมกินครั้งต่อไปแน่นอนเราควรจะดื้อยา อันนี้เป็นความ ขี้ลืมของเราเองค่ะเราจะต้องปรับปรุง ที่ผ่านมาเช่นกันค่ะสาเหตุที่เรายังตัดสินใจในตอนแรกที่จะยังไปตรวจตามสิทธิ์
9. แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเรารวบรวมความกล้าว่าต้องไปแล้วค่ะ เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ที่หมอวินิจฉัยไม่ตรงกันหลายคน แล้วก็เรากังวลที่เราเป็นแพนิคด้วยค่ะกลัวหมอดุ แต่เราไม่ได้หมายความว่าหมอทุกคนจะเป็นแบบนี้นะคะ แล้วเราก็ไม่ได้มีอคติ แค่เราไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนั้นแล้วเรารู้สึกเครียดแล้วก็ เป็นกังวลยาวนานค่ะ แต่ก็ขอย้ำอีกครั้งว่าเราก็ต้องไปแน่นอน เพียงแค่ก่อนหน้านั้น เรากำลังรวบรวมความกล้าอยู่ค่ะ ประกอบกับ มีเรื่องยาฆ่าเชื้ออยู่กับตัว และยากินที่หมอให้มา รวมทั้งมีระยะเวลาตามใบส่งตัว
10. ยังไงเราก็ต้องไปเพื่อ ความปลอดภัยของตัวเอง ขอบคุณสำหรับความทุกความคิดเห็นนะคะ
11. ทำไมถึงได้ลืมขนาดนี้ ต่อไปนี้เราจะมาระวังมากขึ้นแล้วค่ะ จะส่งแชทเตือนตัวเอง ใน keep me mo หรือไม่ก็จะจดทุกครั้ง
12. เรารู้ตัวว่าเราอาจจะทำอะไรช้าไปหรือสับสนเพราะความกังวลและเความเครียด
13. เราคิดและตัดสินใจและทำ อะไรมาสักพักนึงแล้วค่ะก่อนที่จะมาโพสต์ แต่ว่าวันนี้เราจะต้องไปต่างจังหวัดเราก็เลยโพสต์ทิ้งท้ายไว้เพื่อว่าจะเข้ามาอ่าน บางคำตอบก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ค่ะ แค่ตอนแรกไม่กล้าหมอที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์พบหมอสูตินารีเวชโดยตรงเพราะว่ายังกลัวอยู่ แต่ว่าถ้ามีกำลังใจ ตัดสินใจได้มากขึ้นค่ะแต่ว่าไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจ ร่างกายหรือเสียงตัวเองเลยนะคะ เราแค่อยากหาเพื่อนคุยหรือปรึกษาค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าถ้าเราไม่ปรึกษาเราจะไม่ไปนะคะ เหมือนอย่างตอนแรกเราไม่ได้โพสต์ปรึกษาอะไรเลยเราก็ไปเลยทันที
📌สำหรับใครที่เราตอบกลับแล้วอธิบายยาวต้องขอแจ้งทีเดียวว่าเราไม่ได้ มีความคิดเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะเป็นการโต้ตอบแบบเถียง
ตามที่บอกคนเข้าใจ เราเพียงแค่อธิบายเพิ่มเติมแล้วมันใช้ไมค์พิมพ์ เรามีความกระตือรือร้นที่จะตอบและอธิบาย
ถ้าหากคนที่มี ความคิดไม่ลบและไม่อคติก็จะเข้าใจว่าเราตอบปกติมากค่ะ ยกเว้นคนที่ตั้งใจที่จะ แซะเราจริงๆ บางคนถึงขั้น ว่าเราภูมิใจว่าเราติดเชื้อ และอวดว่าเรา เป็นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอวดอะไรเลยค่ะ แล้วเราก็ไม่เคยมีความคิด ตอบคอมเม้นต์คนอื่นด้วยอีโก้
ขออภัยที่เราพิมพ์ยาวนะคะ เราแค่อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อคลายความสงสัย ถ้าใครที่ไม่สะดวกอ่านต้องขอโทษด้วยค่ะ
เราแค่คิดว่าถ้าไม่พิมพ์ก็จะไม่เข้าใจ และเราพร้อมยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดของเราเองค่ะ
แค่นี้ก็รู้สึกแย่กับตัวเองมากแล้วค่ะ ลืมจนตัวเองเดือดร้อน
บางคนพอเราตอบก็บ่นว่ายาว
พอเราไม่ตอบก็ว่าเราให้ข้อมูลไม่ครบ
ถ้าเราเงียบก็ว่าเราสร้างเรื่องแต่งถามอะไรไม่ตอบอีกเราเอาใจไม่ถูกค่ะ
แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาตอบนะคะ
บางข้อมูลก็เป็นประโยชน์กับเรามากเลยค่ะ ชอบที่ทุกคนเข้ามาตอบแลกเปลี่ยนกันนะคะ
เราก็รับฟังและชอบตอบค่ะ แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าเรา ตอบยาวหรือเถียง ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยค่ะ
อย่าเข้าใจผิดนะคะ
📌 ส่วนคนที่คอมเม้นต์ไม่ดีเราก็ตอบ ด้วยอารมณ์นั้นคือความจริงค่ะแต่ก็ได้ตอบคอมเม้นต์ไว้ล่วงหน้าไว้แล้วหวังว่าคงจะไม่มีใครมาเม้นอะไรแบบนี้อีกนะคะ มันไม่ดีกับใครเลยค่ะ เช่น เม้นท์ว่าเรา ดูภูมิใจที่ป่วย อวดว่าป่วย อันนี้ต้องพัก นะคะ
สำหรับเรา ถ้าจะอวด นี่คือป่วยบ่อยมาก อวดการเอาตัวรอดอันนี้น่าอวดเคยอวดไปแล้ว
เคยเป็นเอ็นเข่าอักเสบรักษามา4ปี ก็เคยอวดไปแล้วนะ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนคิดแบบนี้ ยังไม่ได้รักษาหรือตรวจละเอียดเลย ถ้ารักษาแล้วตรวจละเอียด จะมาอวดใหม่ค่ะ
อวดความขี้ลืมและความผิดพลาดของตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น
อวดอาการป่วยของตัวเองแล้วได้อะไรในนี้ค่ะ นอกจากคอมเม้นต์แซะจากบางคน ได้รางวัลอะไรไหมก็ไม่
ก่อนที่จะพิมพ์อะไรออกมาอยากให้ไตร่ตรองก่อน
📌หลายครั้งเวลามีคนโพส มักจะมีคนบอกว่า “เอาเวลาโพสต์ไปหาหมอดีกว่า”สำหรับเรา การโพสต์ถามไม่ได้แปลว่าเรานิ่งนอนใจ
เรากำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมจากคนจริงๆไม่ใช่ai คิดหาทางแก้ปัญหา ดูแลตัวเอง และวางแผนว่าจะทำอะไรต่ออยู่แล้ว
การโพสต์ก็เป็นเพียงอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ระหว่างนั้น
เพราะจริง ๆ แล้วการโพสต์ก็ใช้เวลาและพลังงานเหมือนกัน แถมยังต้องรับมือกับคอมเมนต์ที่อาจไม่ค่อยดีอีกด้วย
สิ่งที่อยากขอคือ อย่าเพิ่งตัดสินว่าเรา ไม่ดูแลตัวเองเพียงเพราะเห็นว่าเราโพสต์ถามในโซเชียล เพราะในความเป็นจริง เราสามารถทำหลายอย่างพร้อมกันได้การโพสต์ถามไม่ได้แปลว่าเราไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เราโพสต์เสร็จแล้วก็ใช้ชีวิต ทำงาน หาข้อมูล ดูแลตัวเอง หรือไปพบแพทย์ได้ตามปกติค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ 🙏
แชร์ประสบการณ์ ลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้ในช่องคลอดกว่า 7 วันใครเคยเจอแบบนี้บ้างคะ
เป็นคนที่บางครั้งลืมเรื่องระยะสั้น ๆ ได้ง่าย (แต่ไม่เคยลืมว่าเคยรักใครนะคะ แฮะ ๆ)
เรื่องเกิดจากเราใช้ผ้าอนามัยแบบสอด แล้วเผลอเก็บสายดึงเข้าไปด้านใน เพราะคิดว่าไม่เป็นอะไร
สาเหตุที่ลืมคิดว่าน่าจะมาจากหลายอย่างค่ะ และการใช้งาน ไม่ควรใส่นานเกิน4ชม. เพื่อความสะอาดปลอดภัย
เราเก็บสายดึงไว้ด้านใน ทำให้ไม่มีอะไรเตือนความจำ
ช่วงนี้ประจำเดือนมาแค่ประมาณ 2-4 วันแล้วหมด เลยคิดว่าจบแล้วและลืมไป
หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 7 วัน เราเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ค่ะ
มีอาการปวดหน่วง ๆ ท้องน้อย ทั้งที่ประจำเดือนหมดไปหลายวันแล้ว ตอนแรกคิดว่าอาจเป็นปวดประจำเดือนตกค้าง หรือท้องผูก เพราะช่วงนั้นถ่ายไม่ค่อยดี
จนวันหนึ่งเรามีอาการไอ แล้วรู้สึกเหมือนมีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด และมีกลิ่นผิดปกติมาก
เลยลองตรวจดูเอง ปรากฏว่าพบว่าผ้าอนามัยแบบสอดยังอยู่ด้านในค่ะ
ตอนเอาออกค่อนข้างยาก เพราะใส่ลึกเกินไป (เป็นความผิดพลาดของเราเอง)
ตัวผ้าอนามัยมีกลิ่นเหม็นมากและมีคราบลักษณะคล้ายเชื้อรา
วันต่อมาเราไปใช้สิทธิ์บัตรทองที่คลินิกใกล้บ้านค่ะ
เล่าให้หมอฟังตามตรง หมอดูแลดีมาก แต่ไม่ใช่หมอเฉพาะทาง จึงตรวจภายในเบื้องต้นและกังวลเรื่องการติดเชื้อ
หมอแนะนำให้ส่งตัวไปตรวจที่รพ.ตามสิทธิ์ เพราะหมอสูติน่าจะตรวจละเอียดกว่า หรือจะรักษาเบื้องต้นก่อนก็ได้
เราเลือกฉีดยาฆ่าเชื้อก่อน เพราะวันถัดไปมีธุระ และหมอให้ยาฆ่าเชื้อมากินด้วย
ตอนนี้ผ่านมาเกือบ 2 วีคแล้ว เรายังไม่ได้กินยาฆ่าเชื้อ และยังไม่ได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ค่ะ
เหตุผลคือเรากังวลว่า ถ้ายังไม่ได้ตรวจละเอียด แล้วกินยาไปทั้งที่ไม่ได้จำเป็น อาจมีผลเสีย
เราชอบลืมกินยาฆ่าเชื้ออาจจะดื้อยาด้วยและเราดูปกติคล้ายกับปวดท้องประจำเดือนเบาๆแต่นานแบบที่เคยเป็น
หลายปีก่อนเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับรพ.ตามสิทธิ์ ทำให้จนถึงทุกวันนี้ยังรู้สึกกังวลและไม่ค่อยกล้าเข้าไปรับบริการ
เพราะเราเป็นโรคแพนิกยิ่งทำใจได้ยากค่ะ
📌 เราเคยเจอหมอที่พูดจาหยายคาย เสียงกระแทก พูดจาไม่ดี ก่อนลงมือตรวจ
แล้วเราเป็น อาการแพนิกกำเริบ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ตัวสั่น มวนท้อง จะอาเจียน ร้องให้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงค่ะ
ปัญหาที่ตามมาก็คือหมอจะมาสนใจอาการนี้แทนแต่มันเป็นเพราะหมอเลยจำใจต้องบอกว่าไม่เป็นไร รอสักพักแล้วถึงจะผ่านการตรวจไปได้ค่ะ(แต่ไม่ได้แพนิกต่อหน้าหมอทุกคนแต่เกิดบ่อยเพราะเจอบ่อยค่ะ เป็นเหตุผลทำไมเราถึงชั่งใจนานนิดนึง ว่าจะไปดีไหม เพราะเราเจ็บนานค่ะ สภาพจิตใจมันปวดน่าอกและทรมานจริงๆ ถ้าใครเคยเป็นจะพอทราบค่ะ ไม่ได้มีเจตนาโพสต์เพื่อโจมตีหรือดราม่าเรื่องรพ.แค่อยากอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่ได้ไปตรวจ ทั้งที่รู้ว่าควรไปปกติเราไม่ได้คาดหวังการบริการที่หรูหราหรือพิเศษอะไรเลย และพยายามให้เกียรติบุคลากรทุกคนเสมอ เพียงแต่เหตุการณ์ในอดีตส่งผลต่อความรู้สึกของเราจริง ๆ จึงยังต้องใช้เวลาทำใจอย่างไรก็ตาม หากจำเป็นหรืออาการไม่ดีขึ้น เราก็ตั้งใจว่าจะไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์แน่นอนค่ะ เพราะรู้ว่าสุขภาพสำคัญที่สุด ขอความกรุณาอย่าโฟกัสประเด็นเรื่องการบริการของโรงพยาบาลเลยนะคะ เพราะไม่ใช่จุดประสงค์ของโพสต์นี้ เราเพียงอยากขอคำแนะนำและฟังประสบการณ์จากคนที่เคยเจอเหตุการณ์คล้ายกัน ขอบคุณทุกคนมากค่ะ 🥺🙏
ตอนนี้สิ่งที่กังวล อาการปวดท้องน้อยที่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่ไม่มีอาการอื่น เช่นมีไข้
สอบถามคนที่เคยมีประสบการณ์ ลืมผ้าอนามัยแบบสอดไว้นานหลายวัน แล้วมีอาการปวดท้องน้อย ไม่มีกลิ่นผิดปกติค่ะ
ตอนนั้นติดเชื้อไหมคะตรวจเจออะไรบ้าง รักษายังไง ใช้เวลานานไหมกว่าจะหาย ตอนนี้ไม่มีอาการตกขาวมีกลิ่นอะไรที่ผิดปกติปวดแค่ท้องน้อยเท่านั้น ลามไปที่ขาหนีบนิดนึง มีใครเคยปล่อยไว้แล้วสุดท้ายไม่เป็นอะไรร้ายแรงไหมคะ
ขอบคุณทุกคำแนะนำล่วงหน้าค่ะ ตอนนี้เครียดมาก และรู้ว่าทางที่ดีที่สุดคงต้องไปตรวจ แต่ก็อยากฟังประสบการณ์จากคนที่เคยเจอเหมือนกันค่ะ 🙏
📌ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมนะคะ ยาว ต้องขออภัยนะคะ🙏
เพราะมีหลายคนสงสัยแล้วเข้ามาถามกัน เลยจะโพสต์ไว้ให้ทีเดียว
มันก็มีหลายเรื่องมากเลยค่ะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี
1. เราเป็นผังผืดในมดลูกเจริญผิดที่ มีอาการปวดปวดท้องเมนส์ยาวนานอยู่แล้วบางที
ปวดหนักสุดก็สามวันแล้วจากนั้นก็ค่อยค่อยเบาเบาแต่ว่าก็เบายาวนานอยู่ค่ะเบาไปจนถึงเจ็ดวัน ส่วนหนึ่งเลยทำให้เรา มีความสับสนว่าเราอาจจะเป็นอาการนี้ด้วยหรือเปล่า หรือท้องผูกด้วย การปวดท้องประจำการปวดท้องประจำเดือนเราไปหาหมอและรักษามาหลายที่มากค่ะ ทั้งรพ.รัฐและเอกชน ไปบ่อยมากๆ แต่หมอบอกปกติ เราปวดระดับ10 จนเดินแทบไม่ได้ค่ะ แต่มีหมอท่านนึง ตรวจเจอ ว่าเราเป็น แนะนำให้กินยาคุมปรับฮอโมนเราก็ทำมาหมดแล้วค่ะ พอช่วยได้บ้าง แต่ปัจจุบันไม่ได้กินแล้วค่ะ เราดูแลตัวเองด้วยวิธีอื่นเพราะ กินแล้วบางทีถ้าเราลืมกินประจำ ประจำเดือนจะมาไม่ปกติ (ขอเล่าประวัติเท่านี้นะคะเดี๋ยวยาวเดี๋ยวมีคนบ่นอีกว่าแก้ตัว)
2. ตอนที่ ในหนึ่งวีคแรกที่รู้ตัวว่ามีผ้าอนามัยแบบสอด อยู่ในช่องคลอด มันเกิดจากที่เราไอ แล้วมันน่าจะมีแรงดันเราทำให้น้ำไหลออกมามีกลิ่น
เรารีบไปหาหมอที่คลินิกใกล้บ้านตามสิทธิ์ในทันที เราไม่ได้ชะล่าใจนะคะ ในครั้งแรก
3. จากนั้นเรามีความสงสัยเพราะเราเมื่อนานมาแล้วประมาณหนึ่งปีได้เราก็เคยลืมโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยว่าลืมเราไปหาหมอด้วยเหตุ ตกขาวมีกลิ่นเท่านั้นเลยเราไม่รู้เลยว่าเราลืมอะไรอยู่ข้างใน หมอเอาออกให้ ตอนนั้นเราไม่ได้ปวดท้องแบบนี้ มันเลยคิดว่าเราอาจจะเป็น อะไรไม่มากเพราะเราก็เคยลืมมาก่อน แต่เราไม่ได้หมายความว่าการที่เราลืมมาก่อนเราจะ ไม่ระวังหรือไม่คิดที่จะหาหมอเลยนะคะ แค่เพียงขอเวลาทำใจนิดนึง
4. แล้วก็เรื่องที่ไปหาหมอที่หลายคนคิดว่ารอช้า มันเป็นขั้นต่อมาหลังจากที่เรารีบไปหาหมอทันทีหลังจากที่เรารู้ตัวเราก็พยายามดึงเอาผ้าอนามัยแบบสอดออกมา จริงๆแล้วเราสามารถไปให้หมอออกให้ได้นะคะ แต่ด้วยความที่เราอยากรู้ว่า มันเป็นยังไง หมายถึงรวมทั้งอาการแล้วก็วิเคราะห์แล้วก็ตั้งสติอยู่ว่าเราลืมขนาดนั้นเลยหรอเรารู้สึกตกใจมากเลยค่ะเครียดมาก
5. หลังจากที่ไปพบหมอแล้ว ที่คลินิก คุณหมอก็ดูแลนะคะเป็นหมอเราไม่แน่ใจน่าจะเป็น หมอตรวจทั่วไป แต่หมอก็ใจดีตรวจภายในให้อยู่ค่ะ แต่หมอก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม ในผลที่หมอตรวจ หมอบอกว่าเราก็ไม่ได้มีตกขาวแล้วก็ไม่ได้มีกลิ่น ที่มีกลิ่นน่าจะเป็นเพราะกลิ่นจากผ้าอนามัยนั่นแหละแล้วก็ผ้าอนามัยน่าจะดูดซับกลิ่นมา เลยทำให้เรารู้สึกว่ามีกลิ่น
6. หมอเสนอเราว่าเราจะรับยาที่นี่ซึ่งมันก็คล้ายหรือเหมือนกันกับ ที่เราจะต้องไปกินที่โรงพยาบาล หรือเราจะไปตรวจที่รพ. หมอให้ใบส่งตัวไปเหมือนกัน แต่ว่าบังเอิญในวันนั้น เราจะต้องเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่พอดีเราก็เลยรับยาของหมอมาเพื่อกะว่าจะกินก่อน แต่ว่าด้วยความลังเลว่าเราไม่ได้มีตกขาวมีกลิ่น แล้วเราก็ กลัวว่าอาจจะไม่ได้ติดเชื้อแล้วกินยาเข้าไปอาจจะส่งผลเสียด้วยความคิดของเราเองเพราะว่าเราก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมกับหมอเพราะว่าหมอไม่ใช่หมอสูติ แล้วอีกอย่างหนึ่งหมอบอกว่าถ้าเราเป็นอะไรหนักก็หมอเตรียมใบส่งตัวไว้ให้แล้วก็สามารถไปรพ. ได้ทันที
7. แต่หลังจากที่รับยามาเราก็คิดว่าอาจจะกินยาก่อนแต่ว่าเราเป็นคนขี้ลืมเรารู้ว่าเราถ้าเรากินเข้าไปเราต้องลืมกินครั้งต่อไปแน่นอนเราควรจะดื้อยา อันนี้เป็นความ ขี้ลืมของเราเองค่ะเราจะต้องปรับปรุง ที่ผ่านมาเช่นกันค่ะสาเหตุที่เรายังตัดสินใจในตอนแรกที่จะยังไปตรวจตามสิทธิ์
9. แต่ตอนนี้เรารู้สึกว่าเรารวบรวมความกล้าว่าต้องไปแล้วค่ะ เนื่องจากที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ที่หมอวินิจฉัยไม่ตรงกันหลายคน แล้วก็เรากังวลที่เราเป็นแพนิคด้วยค่ะกลัวหมอดุ แต่เราไม่ได้หมายความว่าหมอทุกคนจะเป็นแบบนี้นะคะ แล้วเราก็ไม่ได้มีอคติ แค่เราไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนั้นแล้วเรารู้สึกเครียดแล้วก็ เป็นกังวลยาวนานค่ะ แต่ก็ขอย้ำอีกครั้งว่าเราก็ต้องไปแน่นอน เพียงแค่ก่อนหน้านั้น เรากำลังรวบรวมความกล้าอยู่ค่ะ ประกอบกับ มีเรื่องยาฆ่าเชื้ออยู่กับตัว และยากินที่หมอให้มา รวมทั้งมีระยะเวลาตามใบส่งตัว
10. ยังไงเราก็ต้องไปเพื่อ ความปลอดภัยของตัวเอง ขอบคุณสำหรับความทุกความคิดเห็นนะคะ
11. ทำไมถึงได้ลืมขนาดนี้ ต่อไปนี้เราจะมาระวังมากขึ้นแล้วค่ะ จะส่งแชทเตือนตัวเอง ใน keep me mo หรือไม่ก็จะจดทุกครั้ง
12. เรารู้ตัวว่าเราอาจจะทำอะไรช้าไปหรือสับสนเพราะความกังวลและเความเครียด
13. เราคิดและตัดสินใจและทำ อะไรมาสักพักนึงแล้วค่ะก่อนที่จะมาโพสต์ แต่ว่าวันนี้เราจะต้องไปต่างจังหวัดเราก็เลยโพสต์ทิ้งท้ายไว้เพื่อว่าจะเข้ามาอ่าน บางคำตอบก็ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ค่ะ แค่ตอนแรกไม่กล้าหมอที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์พบหมอสูตินารีเวชโดยตรงเพราะว่ายังกลัวอยู่ แต่ว่าถ้ามีกำลังใจ ตัดสินใจได้มากขึ้นค่ะแต่ว่าไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจ ร่างกายหรือเสียงตัวเองเลยนะคะ เราแค่อยากหาเพื่อนคุยหรือปรึกษาค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าถ้าเราไม่ปรึกษาเราจะไม่ไปนะคะ เหมือนอย่างตอนแรกเราไม่ได้โพสต์ปรึกษาอะไรเลยเราก็ไปเลยทันที
📌สำหรับใครที่เราตอบกลับแล้วอธิบายยาวต้องขอแจ้งทีเดียวว่าเราไม่ได้ มีความคิดเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะเป็นการโต้ตอบแบบเถียง
ตามที่บอกคนเข้าใจ เราเพียงแค่อธิบายเพิ่มเติมแล้วมันใช้ไมค์พิมพ์ เรามีความกระตือรือร้นที่จะตอบและอธิบาย
ถ้าหากคนที่มี ความคิดไม่ลบและไม่อคติก็จะเข้าใจว่าเราตอบปกติมากค่ะ ยกเว้นคนที่ตั้งใจที่จะ แซะเราจริงๆ บางคนถึงขั้น ว่าเราภูมิใจว่าเราติดเชื้อ และอวดว่าเรา เป็นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอวดอะไรเลยค่ะ แล้วเราก็ไม่เคยมีความคิด ตอบคอมเม้นต์คนอื่นด้วยอีโก้
ขออภัยที่เราพิมพ์ยาวนะคะ เราแค่อธิบายข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อคลายความสงสัย ถ้าใครที่ไม่สะดวกอ่านต้องขอโทษด้วยค่ะ
เราแค่คิดว่าถ้าไม่พิมพ์ก็จะไม่เข้าใจ และเราพร้อมยอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดของเราเองค่ะ
แค่นี้ก็รู้สึกแย่กับตัวเองมากแล้วค่ะ ลืมจนตัวเองเดือดร้อน
บางคนพอเราตอบก็บ่นว่ายาว
พอเราไม่ตอบก็ว่าเราให้ข้อมูลไม่ครบ
ถ้าเราเงียบก็ว่าเราสร้างเรื่องแต่งถามอะไรไม่ตอบอีกเราเอาใจไม่ถูกค่ะ
แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาตอบนะคะ
บางข้อมูลก็เป็นประโยชน์กับเรามากเลยค่ะ ชอบที่ทุกคนเข้ามาตอบแลกเปลี่ยนกันนะคะ
เราก็รับฟังและชอบตอบค่ะ แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าเรา ตอบยาวหรือเถียง ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลยค่ะ
อย่าเข้าใจผิดนะคะ
📌 ส่วนคนที่คอมเม้นต์ไม่ดีเราก็ตอบ ด้วยอารมณ์นั้นคือความจริงค่ะแต่ก็ได้ตอบคอมเม้นต์ไว้ล่วงหน้าไว้แล้วหวังว่าคงจะไม่มีใครมาเม้นอะไรแบบนี้อีกนะคะ มันไม่ดีกับใครเลยค่ะ เช่น เม้นท์ว่าเรา ดูภูมิใจที่ป่วย อวดว่าป่วย อันนี้ต้องพัก นะคะ
สำหรับเรา ถ้าจะอวด นี่คือป่วยบ่อยมาก อวดการเอาตัวรอดอันนี้น่าอวดเคยอวดไปแล้ว
เคยเป็นเอ็นเข่าอักเสบรักษามา4ปี ก็เคยอวดไปแล้วนะ
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนคิดแบบนี้ ยังไม่ได้รักษาหรือตรวจละเอียดเลย ถ้ารักษาแล้วตรวจละเอียด จะมาอวดใหม่ค่ะ
อวดความขี้ลืมและความผิดพลาดของตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น
อวดอาการป่วยของตัวเองแล้วได้อะไรในนี้ค่ะ นอกจากคอมเม้นต์แซะจากบางคน ได้รางวัลอะไรไหมก็ไม่
ก่อนที่จะพิมพ์อะไรออกมาอยากให้ไตร่ตรองก่อน
📌หลายครั้งเวลามีคนโพส มักจะมีคนบอกว่า “เอาเวลาโพสต์ไปหาหมอดีกว่า”สำหรับเรา การโพสต์ถามไม่ได้แปลว่าเรานิ่งนอนใจ
เรากำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมจากคนจริงๆไม่ใช่ai คิดหาทางแก้ปัญหา ดูแลตัวเอง และวางแผนว่าจะทำอะไรต่ออยู่แล้ว
การโพสต์ก็เป็นเพียงอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ระหว่างนั้น
เพราะจริง ๆ แล้วการโพสต์ก็ใช้เวลาและพลังงานเหมือนกัน แถมยังต้องรับมือกับคอมเมนต์ที่อาจไม่ค่อยดีอีกด้วย
สิ่งที่อยากขอคือ อย่าเพิ่งตัดสินว่าเรา ไม่ดูแลตัวเองเพียงเพราะเห็นว่าเราโพสต์ถามในโซเชียล เพราะในความเป็นจริง เราสามารถทำหลายอย่างพร้อมกันได้การโพสต์ถามไม่ได้แปลว่าเราไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เราโพสต์เสร็จแล้วก็ใช้ชีวิต ทำงาน หาข้อมูล ดูแลตัวเอง หรือไปพบแพทย์ได้ตามปกติค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ 🙏